"คําถามของทนายพิมพ์มาดา เป็นการตั้งธงโดยปราศจากพยานหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน เป็นการกล่าวหาลอยๆ เพื่อหวังผลทางจิตวิทยาต่อหน้าสื่อมวลชนมากกว่ากระบวนการยุติธรรมครับ ท่านผู้พิพากษาโปรดบันทึกคำคัดค้านของผมด้วย"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของทนายฝั่งจำเลยดังขึ้นท่ามกลางห้องพิจารณาคดีที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปด้านนอกสาดส่องผ่านกระจกกันกระสุนเข้ามาเป็นระยะ สะท้อนเงาวับบนกรอบแว่นราคาแพงของธันวา ชายหนุ่มผู้เคยนั่งอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารทางธุรกิจ แต่วันนี้ เขากลับต้องมานั่งเป็นจำเลยในคดีฉ้อโกงทรัพย์สินและยักยอกมรดกเลือดที่พยายามฮุบมาจากตระกูลของภรรยาเก่า
พิมพ์มาดาในชุดสูทสีดำสนิทเข้ารูป ไม่ได้หันไปมองหน้าอดีตสามีแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนสงบนิ่ง ปลายเรียวลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเบาๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนจะหันไปสบตากับผู้พิพากษาด้วยแววตาที่เยียบเย็นและทรงพลังราวกับจะแช่แข็งทุกชีวิตในห้องนั้น
"ดิฉันไม่ได้ตั้งธงค่ะท่าน... แต่ดิฉันกำลังเปิดโปง 'สันดาน' ที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมราคาแพงของจำเลย"
เสียงฮือฮาอื้ออึงดังขึ้นทันทีในห้องพิจารณาคดี ทนายฝั่งตรงข้ามหน้าถอดสี รีบผุดลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งด้วยน้ำเสียงติดจะสั่นพร่า "คัดค้านครับ! ทนายพิมพ์มาดาใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยามจำเลย"
"ดิฉันถอนคำพูดค่ะท่านผู้พิพากษา..." พิมพ์มาดาเอ่ยแทรกขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดريดแทงใจดำ "เปลี่ยนเป็น... ดิฉันกำลังจะนำเสนอเอกสารทางการเงินที่แสดงถึงความโลภอย่างไร้ขีดจำกัดของนายธันวา ซึ่งไม่เพียงแต่ปลอมลายมือชื่ออดีตภรรยาเพื่อโอนถ่ายหุ้น แต่ยังรวมถึงการละเลยแม้กระทั่งชีวิตของสายเลือดในไส้ เพื่อแลกกับผลประโยชน์มูลค่าหลักพันล้าน"
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาที่นั่งเงียบมาตลอดก็ถึงกับขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้ฉายแววตื่นตระหนกและเจ็บปวดร้าวลึก เขาจ้องมองแผ่นหลังตั้งตรงของอดีตภรรยา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอจนสามารถเหยียบย่ำลงกับพื้นดินได้อย่างง่ายดาย ผู้หญิงคนที่เขาเคยทอดingปล่อยให้เธอเผชิญความโดดเดี่ยวในวันที่สูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปอย่างไร้เยื่อใย
ทว่าในวันนี้ เธอกลับยืนอยู่ตรงจุดนี้... จุดที่จะพิพากษาอนาคตและลมหายใจอิสระของเขา
"เชิญทนายฝ่ายโจทก์นำPพยานหลักฐานขึ้นสู่สำนวนได้" ผู้พิพากษาเคาะค้อนลงหนึ่งครั้ง เสียงนั้นก้องกังวานราวกับเสียงระฆังแห่งความตายสำหรับธันวา
พิมพ์มาดาก้าวเดินช้าๆ ไปยังแท่นพยาน รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของเธอถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้หน้ากากของทนายความมืออาชีพ เอกสารชุดใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะ ก่อนที่เธอจะดึงกระดาษแผ่นสำคัญออกมา มันคือหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับที่เชื่อมโยงกับบริษัทนอกอาณาเขต ซึ่งธันวาพยายามปกปิดมานานหลายปี แต่มันกลับถูกเธอกระชากหน้ากากออกมาประจานต่อหน้าสื่อมวลชนนับสิบชีวิตที่รอทำข่าวอยู่ด้านนอก
รังสีความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ธันวารู้สึกราวกับว่าออกซิเจนรอบตัวกำลังถูกสูบหายไป เขามองหน้าพิมพ์มาดาผ่านความพร่ามัวของหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาด้วยความคับแค้นใจ—ไม่ใช่เพราะเขาเสียดายเงินทองมหาศาลเหล่านั้น แต่เป็นเพราะสายตาคู่นั้น... สายตาที่มองเขาเป็นเพียงแค่ "ขยะเปียก" ชิ้นหนึ่ง ไร้ค่า ไร้ความหมาย และไม่หลงเหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของความรักหรือความแค้นให้จดจำอีกต่อไป
กระบวนการไต่สวนดำเนินไปอย่างไร้ความปรานี พิมพ์มาดาไล่ต้อนจำเลยด้วยคำถามเชิงจิตวิทยาที่ซับซ้อนและเฉียบคม ทุกๆ คำพูดของเธอเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ค่อยๆ แทงทะลุเกราะป้องกันอันแข็ง Iนของธันวา จนกระทั่งเขาแทบจะทรงตัวนั่งอยู่บนเก้าอี้จำเลยไม่ได้ ภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลพังทลายลงไม่เป็นท่าต่อหน้าบัลลังก์และสายตาของประชาชน
เมื่อศาลสั่งพักการพิจารณาคดีชั่วคราวเพื่อรอพิจารณาหลักฐานเพิ่มเติม ธันวารีบสาวเท้าก้าวตามร่างบางในชุดสูทสีดำที่กำลังเดินแยกตัวไปยังระเบียงทางเดินด้านหลังห้องพิจารณาคดีที่ค่อนข้างเงียบสงบ
"พิมพ์..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהเรียกชื่อเธอ น้ำเสียงนั้นสั่นเทาและเต็มไปด้วยร่องรอยของความสำนึกผิดที่สายเกินแก้
พิมพ์มาดาหยุดฝีเท้าลง แต่เธอไม่ได้หันกลับมาทันที แผ่นหลังที่ตั้งตรงและเย่อหยิ่งของเธอทำให้ธันวารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ ได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เคยหอมหวานในวันวาน แต่วันนี้มันกลับเย็นชาเสียจนบาดขั้วหัวใจ
"คุณพอใจหรือยัง..." ธันวาเอמהเสียงเบาหวิว มือหนาที่เคยใช้ตบหน้าหรือผลักไสเธอในอดีต บัดนี้กำเข้าหากันแน่นจนสั่นเทา "คุณทำลายทุกอย่างของผม... ทั้งชื่อเสียง ธุรกิจ และศักดิ์ศรีของผมจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว พิมพ์... คุณสะใจแล้วใช่ไหม"
พิมพ์มาดาค่อยๆ หันกลับมา ชั่วขณะนั้น... ดวงตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาในอดีต กลับว่างเปล่าและแห้งผาก เธอจ้องมองชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมมอบทั้งชีวิตให้ด้วยแววตาที่เยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง
"ทำลายเหรอคะ?" พิมพ์มาดาทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงเข้ม มันเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหยามเหยียด "คุณต่างหากล่ะธันวา... ที่เป็นคนทำลายทุกอย่างด้วยมือของคุณเอง ตั้งแต่วันที่คุณเลือกที่จะเมินเฉยต่อเสียงร้องขอความช่วยเหลือของฉัน ในวันที่ฉันเสียลูกของเราไป..."
ชื่อของ "ลูก" ถูกพ่นออกมาจากเรียวปากของเธอราวกับมีดกรีดลงบนแผลสด ธันวาสะดุ้งเฮือก ใบหน้าซีดเผือดลงทันที เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง
"วันนั้น... ฉันกราบอ้อนวอนคุณ ร้องขอให้คุณพาฉันไปโรงพยาบาล แต่คุณเลือกที่จะเดินออกจากบ้านเพื่อไปหาผู้หญิงอีกคนเพราะงานของคุณสำคัญกว่า..." น้ำเสียงของพิมพ์มาดาสั่นเครือขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่ถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง "คุณพรากหัวใจของฉันไป... วันนี้ สิ่งที่คุณเสียไป มันเทียบไม่ได้เลยสักนิดกับความตายทั้งเป็นที่ฉันต้องแบกรับมาตลอดหลายปี!"
ธันวาล้มเข่าทรุดลงตรงหน้าเธอ มือหนาพยายามเอื้อมไปควายชายเสื้อสูทของเธอ แต่นิ้วเรียวยาวกลับสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย เขาร้องไห้ออกมาอย่างหมดสภาพ ภาพลักษณ์ประธานบริษัทผู้ยิ่งใหญ่หายวับไปกับตา เหลือเพียงผู้ชายโง่เง่าคนหนึ่งที่เพิ่งตระหนักว่าตนเองได้ทำลายเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตทิ้งไปเพียงเพราะความมืดบอด
"ผมขอโทษ... พิมพ์ ผมขอโทษ ได้โปรด... ยกโทษให้ผมเถอะนะ ผมสำนึกแล้ว..."
"คำขอโทษของคุณมันราคาถูกเกินกว่าจะซื้อรอยยิ้มของลูกฉันคืนมาได้ค่ะ" พิมพ์มาดาก้มลงมองอดีตสามีที่กำลังหมอบราบคาบแก้วอยู่แทบเท้าด้วยสายตาเรียบเฉย "เก็บน้ำตาปลอมๆ ของคุณเอาไว้ไปร้องไห้ในคุกเถอะค่ะ... เพราะเกมนี้ คนที่ต้องสูญเสียทุกอย่าง... คือคุณ"
เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าของเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งในชุดนักเรียนอนุบาล พร้อมกับเสียงใสๆ ที่ตะโกนเรียกชื่อเธอก็ลอยเข้ามาในโสตประสาท
"คุณแม่ครับ! รอคุณพ่อทางนี้ด้วย..."
พิมพ์มาดาชะביกฝีเท้าทันที หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ใบหน้าสวยเฉี่ยวถอดสีด้วยความตกใจสุดขีด รีบหันขวับกลับไปมองต้นเสียง
ร่างของเด็กชายวัยประมาณห้าขวบกำลังวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหา พร้อมกับใบหน้าถอดแบบมาจากธันวาอย่างไร้ที่ติ และข้างกายของเด็กน้อยนั้น... มีร่างสูงโปรดของ "ปรเมศ" ศัตรูทางธุรกิจคนสำคัญที่สุดของธันวา ที่กำลังอุ้มกระเป๋าเป้ใบเล็ก พร้อมกับส่งรอยยิ้มเย็นเยียบมาให้เธอและธันวาอย่างมีความหมาย
ธันวาที่คุกเข่าอยู่เงยหน้าขึ้นมองเด็กน้อยคนนั้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ลมหายใจสะดุดกึก สมองของเขาขาวโพลนเมื่อเห็นรอยยิ้มและโครงหน้าของเด็กชายที่สะท้อนเงาของตัวเองในวัยเด็กอย่างชัดเจน...
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- กระจกเงาสะท้อนใจ -
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 9
เกมการเมืองในศาล
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!