“เด็กคนนั้น… เป็นลูกใคร?”
เสียงของธันวาแหบพร่าจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองของสำนักงานกฎหมาย ความเย็นยะเยือกไม่ได้มาจากอุณหภูมิภายนอก แต่มาจากความจริงที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจของเขาอย่างช้าๆ ร่างสูงใหญ่ที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นใจในอำนาจเงิน บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามที่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองผ่านกระจกใสไปยังร่างเล็กของเด็กชายวัยสี่ขวบที่กำลังนั่งระบายสีอยู่บนโซฟา โดยมีเลขาฯ ของพิมพ์มาดาคอยดูแล
พิมพ์มาดาไม่ได้ตอบทันทีค่ะ เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีราคาแพง แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนคมกริบราวกับใบมีด นัยน์ตาคู่สวยคู่นั้นราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความดูแคลนที่เธอไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงเข้มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจของคนที่เคยเหยียบย่ำเธอให้จมดินยิ่งกว่าการใช้คำพูดหยาบคายเสียอีก
“คุณไม่มีสิทธิ์ถามคำถามนั้นค่ะ, คุณธันวา” น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่น่าเกรงขาม ทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการธุรกิจต้องชะงัก “สิทธิ์นั้น… คุณได้สละมันไปตั้งแต่คืนวันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องฉันเป็นแค่ภาระ เป็นก้อนเลือดไร้ค่า และบอกให้ฉันไปจัดการมันให้พ้นทางแล้วไม่ใช่หรือคะ?”
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกของธันวาอย่างจัง ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอน ในคืนที่ฝนตกหนักหนာในคืนนั้น เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับความสำเร็จทางธุรกิจและผู้หญิงคนอื่น เขาผลักไสภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ด้วยถ้อยคำที่ไร้เยื่อใย เขามองไม่เห็นหยาดน้ำตา ไม่ได้ยินเสียงสะอื้น และไม่เคยใส่ใจเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งต้องแบกรับความเจ็บปวดขนาดไหน จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุในคืนนั้น… วันที่เขา kehilangan ทั้งลูกในท้องที่เขาไม่เคยต้องการ และเกือบจะเสียเธอไปตลอดกาล
ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เขาขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น โน้มตัวลงราวกับต้องการความเห็นใจจากคนที่เขาเคยเหยียบย่ำ
“พิมพ์… ผมขอโทษ” เสียงของเขาขาดห้วง ดวงตาที่เคยคมปลาบเต็มไปด้วยความสำนึกผิดและร่องรอยของความทรมานที่สะสมมานานหลายปี “ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย ผมรู้ว่าผมมันเห็นแก่ตัว… แต่ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ชดใช้ ได้ไหมพิมพ์? ทุกวันนี้ผมนອນไม่หลับเลยสักคืน ภาพในวันนั้นมันตามหลอกหลอนผม ทุกอย่างที่ผมสร้างขึ้นมา มันไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมทำลายลงไป”
เขายื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะหลังมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่พิมพ์มาดากลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของเธอต้องแปดเปื้อนสัมผัสของเขา สายตาที่เธอมองมาทำให้ธันวารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเศษฝุ่นไร้ค่า
“คำขอโทษเหรอคะ?” พิมพ์มาดากลั้วหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าเวทนาที่สุดในชีวิตของธันวา “คุณคิดว่าคำขอโทษราคาถูกของคุณ มันจะซื้อลมหายใจของลูกที่ตายไป หรือความรู้สึกของฉันที่พังทลายไม่มีชิ้นดีกลับมาได้หรือคะ? คุณร้องไห้เพราะสำนึกผิด หรือคุณแค่เสียดายที่ตอนนี้ฉันไม่ได้โง่งมรอคอยความรักจากคุณอีกต่อไปแล้ว?”
“ไม่ใช่แค่นั้น พิมพ์! เด็กคนนั้น… เขาหน้าตาเหมือนผม เด็กคนนั้นคือลูกของเราใช่ไหม? พิมพ์มาดา ตอบผมสิ!” ธันวาเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความร้อนรนและสัญชาตญาณความเป็นพ่อพุ่งพล่านจนเขาเผลอขึ้นเสียงเล็กน้อย แต่สายตาที่เฉียบคมของพิมพ์มาดาก็ทำให้เขาต้องหุบปากลงทันที
“ต่อให้ใช่… แล้วมันทำไมคะ?” พิมพ์มาดาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาดุดันทรงพลังจดจ้องเข้าไปในดวงตาของเขา “คุณจะใช้เงินฟาดหัวฉันเหมือนที่เคยทำเหรอ? หรือจะใช้อำนาจมืด ขู่จะแย่งลูกไปจากอกของแม่คนที่คุณเคยบอกว่าเป็นตัวถ่วงชีวิตของคุณ? ฝันไปเถอะค่ะ, คุณธันวา! เด็กคนนี้ไม่มีพ่อ… เขาเกิดมาด้วยหยาดเหงื่อและลมหายใจของฉันคนเดียว และในทางกฎหมาย ชื่อในใบเกิดช่อง ‘บิดา’ ก็มีแค่ชื่อของฉันเท่านั้น!”
ธันวารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก หัวใจของเขาบีบตัวจนเจ็บแปลบ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ ภาพของนักธุรกิจหมื่นล้านที่ใครๆ ต่างเกรงกลัว บัดนี้ยอมลดตัวลงคุกเข่าอ้อนวอนผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใย
“ผมไม่ได้จะแย่งเขาไป… ผมแค่อยากทำหน้าที่พ่อ ผมแค่อยากปกป้องพวกคุณ อยากกอดลูก… พิมพ์ ได้โปรด ให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองเถอะนะ ให้โอกาสผมได้ดูแลครอบครัวของเราอีกครั้ง”
พิมพ์มาดามองภาพผู้ชายตรงหน้าที่กำลังคุกเข่าร้องขอความเมตตาด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความสงสาร ไร้ซึ่งความโหยหา มีเพียงความสะใจลึกๆ ที่ได้เห็นคนที่เคยหยิ่งผยองต้องพังทลายลงด้วยมือของเธอเอง
“ละครฉากนี้ของคุณ เล่นได้ดีมากค่ะ… แต่น่าเสียดาย ที่ฉันไม่อินกับบทละครน้ำเน่าแบบนี้อีกต่อไปแล้ว” พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ก่อนจะกดอินเตอร์คอมบนโต๊ะ “เลขาฯ เกดค่ะ เชิญคุณธันวาออกไปจากห้องทำงานของฉันด้วยค่ะ ที่นี่คือสำนักงานกฎหมาย ไม่ใช่โรงละครสัตว์”
ธันวาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวน เขามองหน้าอดีตภรรยาด้วยความสิ้นหวัง รู้สึกได้ทันทีว่ากำแพงที่เธอก่อขึ้นมานั้นสูงชันและหนาแน่นเกินกว่าที่บาปในใจของเขาจะปีนป่ายข้ามไปได้
ทว่า… ในจังหวะที่ธันวากำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องด้วยหัวใจที่แตกสลาย ประตูห้องทำงานอีกบานที่เชื่อมต่อกับห้องพักผ่อนด้านในก็เปิดออกเบื้องหลังพิมพ์มาดา
ร่างเล็กของเด็กชายในชุดเสื้อยืดลายซูเปอร์ฮีโร่วิ่งออกมาพร้อมกับภาพวาดในมือ ดวงตากลมโตใสแป๋วหันมามองชายแปลกหน้าแปลกหน้าที่กำลังยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่กลางห้อง ก่อนที่เด็กน้อยจะเอ่ยเรียกชื่อที่ทำให้ธันวาต้องหยุดชะงัก และทำให้หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ
“คุณแม่ครับ… คนใจร้ายคนนี้ คือคนที่คุณแม่บอกว่าเขาคือ ‘พ่อ’ ที่ตายไปแล้วจริงๆ เหรอครับ?”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระจกเงาสะท้อนใจ" เสมอมานะคะ
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 4
คำสารภาพที่ไร้ราคา
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!