ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 5

อาหารมื้อสุดท้ายของความสัมพันธ์

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
"คุณคิดว่ามื้ออาหารมื้อนี้ จะช่วยฉาบหน้าฉากละครฉากสุดท้ายของเราให้ดูสวยงามขึ้นได้งั้นหรือคะ คุณธันวา?" เสียงของพิมพ์มาดาเรียบเฉย ทว่าบาดลึกราวกับใบมีดที่กรีดลงบนผืนผ้าไหมราคาแพง เธอวางส้อมลงบนจานกระเบื้องเคลือบจนเกิดเสียงดัง 'เคร้ง' ที่ทำลายบรรยากาศอันเงียบเชียบของห้องอาหารส่วนตัวระดับห้าดาวจนหมดสิ้น ดวงตาคู่คมจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าที่ยังคงรักษามาดนิ่งขรึมไว้ได้อย่างไร้ที่ติ ธันวาเงยหน้าขึ้นจากสเต็กที่เขาแทบไม่ได้แตะต้อง สายตาเขาสั่นไหวเพียงชั่ววูบก่อนจะกลับมาเย็นชาตามความเคยชิน "เรากำลังพูดเรื่องคดีความของบริษัทคุณ และเรื่องค่าเลี้ยงดูที่ค้างคา ผมแค่คิดว่าการคุยในที่ที่เป็นส่วนตัว น่าจะจบปัญหาได้เร็วกว่าการไปตะโกนใส่กันในศาล" "เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินค่ะ เรามีปัญหาเรื่อง 'ความรู้สึก' ที่คุณเคยเหยียบย่ำมันจนแหลกละเอียดต่างหาก" พิมพ์มาดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่ถือแก้วไวน์สั่นเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อประนีประนอม แต่เธอมาเพื่อตอกย้ำให้เขารู้ว่า นรกที่เขาสร้างให้เธอในวันวาน ได้หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นปีศาจที่ไร้ความปรานี "พิมพ์... ผมรู้ว่าผมพลาดไปมาก" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลง ความเย่อหยิ่งที่เคยเป็นเกราะป้องกันเริ่มแตกร้าว "แต่ที่ผ่านมา ผมก็พยายามไถ่โทษ ทุกอย่างที่ผมเสนอให้คุณ..." "ไถ่โทษ?" เธอทวนคำนั้นเบาๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่น่ารังเกียจที่สุดในชีวิต "คุณเรียกเศษเงินกับการพยายามซื้อเวลาเพื่อยื้อชีวิตบริษัทที่ใกล้เจ๊งว่าการไถ่โทษหรือคะ? คุณธันวาคะ คนอย่างคุณไม่เคยรู้จักคำว่าขอโทษจริงๆ หรอกค่ะ คุณแค่กลัว... กลัวว่าวันหนึ่ง 'ทนายหญิง' คนนี้ จะเป็นคนเดียวที่ลากคุณลงเหวได้จริงๆ" ธันวานิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาจ้องมองใบหน้าที่ดูสวยสง่าและเย็นชาของอดีตภรรยา ความทรงจำเมื่อสามปีก่อนที่เธอเคยเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแอที่คอยร้องไห้กอดขาเขามันเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงตรงหน้าที่กล้าจ้องตาเขาโดยไม่หลบเลี่ยง เขาวางช้อนส้อมลงบ้าง แรงกดดันในห้องนี้หนักอึ้งจนน่าอึดอัด "แล้วลูกล่ะ... เรื่องลูกที่คุณบอกว่าเขาตายไปแล้ว คุณจะอธิบายเรื่อง 'เด็กคนนั้น' ที่ผมเห็นในสวนสาธารณะเมื่อวานยังไง?" ประโยคคำถามนั้นทำให้หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกออกมาให้เขาเห็นแม้แต่นิดเดียว "ถ้าคุณมีตาไว้มองแค่เรื่องธุรกิจ ก็คงไม่แปลกที่จะเห็นคนหน้าตาเหมือนใครต่อใครไปทั่ว" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของพิรุธ "แต่มันจะดีกว่านะคะ ถ้าคุณจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตที่กำลังจะล่มจมนี้ ไปจัดการคดีความให้จบ อย่าได้บังอาจเอ่ยชื่อเด็กคนนั้นขึ้นมาอ้างเพื่อสร้างความได้เปรียบทางกฎหมายอีกเลย" "พิมพ์มาดา!" ธันวาตบโต๊ะเบาๆ ความอดทนของเขาเริ่มขาดสะบั้น เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ของเขากระทบจมูกเธอ มันเป็นกลิ่นเดิม... กลิ่นที่เธอเคยหลงใหล แต่บัดนี้มันกลับทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้ "ผมเห็นแววตาเด็กคนนั้นชัดเจน และถ้าผมจะให้คนของผมตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขาเป็นใคร... คุณคิดว่าคุณจะปิดบังผมได้อีกนานแค่ไหน?" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แววตาของเธอเปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ปิดบังไม่อยู่ เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าถือแล้ววางลงบนโต๊ะกลางมื้ออาหารที่ไม่ได้ถูกแตะต้อง "ตรวจสอบสิคะ ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น" เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง "แต่ก่อนจะทำแบบนั้น คุณลองเปิดซองนั้นดูเสียก่อน... นั่นคือเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์หุ้นบริษัททั้งหมดที่คุณถืออยู่ ซึ่งตอนนี้มันถูกฟ้องร้องจากผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงที่ฉันเป็นทนายให้" ธันวาขมวดคิ้วคว้าซองเอกสารนั้นมาเปิดด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา ทว่าในขณะที่เขากำลังไล่สายตาอ่านรายละเอียดอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากเลขาคนสนิทที่เขาเพิ่งส่งให้ไปตามสืบเรื่อง 'เด็กน้อย' คนนั้น เขาลังเลครู่หนึ่งก่อนจะรับสายผ่านลำโพง "ว่าไง?" "ท่านครับ... ผมได้ผลตรวจ DNA เบื้องต้นจากเส้นผมที่คุณให้ไปที่โรงพยาบาลแล้วครับ" เสียงปลายสายสั่นเครือและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "ผลออกมาแล้วครับท่าน... เด็กคนนั้น... เขาคือลูกชายของท่านกับคุณพิมพ์มาดาจริงๆ ครับ!" มือของธันวาร่วงหลุดจากซองเอกสาร ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนตาย เขานิ่งค้างมองหน้าพิมพ์มาดาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งความตกใจ ความผิดบาป และความปิติที่ถาโถมเข้ามาในคราวเดียว ทว่าเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นเพื่อจะพูดอะไรบางอย่าง เขากลับพบเพียงความว่างเปล่าที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พิมพ์มาดาหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกุญแจรถและใบหย่าฉบับสุดท้ายที่เขายังไม่ได้เซ็น พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่เขียนทิ้งไว้บนกระดาษรองจานด้วยลายมือที่สวยงามแต่คมกริบ 'ถ้าคุณอยากได้ลูกคืน... ก็ลองใช้ชีวิตที่เหลือแลกดูสิคะ ว่าคุณจะกล้าทิ้งชื่อเสียงและเงินทองที่บูชามาตลอดชีวิต เพื่อแลกกับเด็กคนหนึ่งที่คุณเคยบอกว่า... ไม่ต้องการมาตั้งแต่ต้น' ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการแก้แค้นของพิมพ์มาดานะคะ รี้ดทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับตอนถัดไปได้เลยค่ะ จากใจ "กระจกเงาสะท้อนใจ"
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%