กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มราคาแพงผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราบนชั้นสี่สิบของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ช่างเป็นบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์มาดายังคงยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบมองตรงไปยังร่างสูงของธันวา อดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ในวันนี้... เขากลับยืนอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีที่ร้อนรนและไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองแบบเดิม
"คุณกำลังเล่นกับไฟ พิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความดูแคลนในอดีต บัดนี้กลับเจือด้วยความกร้าวร้าวและร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน มือหนาทั้งสองข้างค้ำลงบนพื้นผิวไม้มะค่าขัดเงาโน้มตัวลงมาหาเธอราวกับสัตว์ป่าที่จนตรอก "คดีนี้... คุณไม่มีทางชนะ และต่อให้ชนะ สิ่งที่คุณจะได้มันไม่คุ้มกับความพินาศที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตคุณหรอก ถอนตัวซะ!"
พิมพ์มาดายกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเย็นชาและเจ็บปวดลึกๆ เธอยังจำได้ดีถึงวันที่เธอต้องคุกเข่าร้องขอความเห็นใจจากผู้ชายคนนี้ วันที่ลูกในท้องของเธอต้องดับสลายไปเพราะความเพิกเฉยและความโหดร้ายของเขา วันนั้นธันวาไล่เธอออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมา พร้อมกับคำพูดที่ว่า *'ผู้หญิงไร้น้ำยาอย่างเธอ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไรทั้งนั้น'*
แต่ในวันนี้... โลกใบนี้หมุนกลับด้านแล้วค่ะ
"ความพินาศเหรอคะ?" พิมพ์มาดาย้อนถาม น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ประสานมือเรียวสวยไว้บนตักอย่างใจ
"คุณพูดราวกับว่าตัวฉันยังเหลืออะไรให้สูญเสียอีกอย่างนั้นแหละค่ะ คุณธันวา..." ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตาอดีตสามีอย่างไร้ความหวาดกลัว "วันที่คุณเซ็นใบหย่าพร้อมกับเงินก้อนโตเพื่อปิดปากฉัน วันที่ลูกของเราตายเพราะความไร้หัวใจของคุณ... ฉันได้ตายไปจากผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมตั้งแต่วินาทีนั้นแล้วค่ะ"
ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกราบกวาดมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธเกรี้ยว หวาดหวั่น และ... เจ็บปวดอย่างประหลาด ผู้หญิงที่เคยร้องไห้ฟูมฟายในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นทรูปเปอเซนเตอร์แห่งความแข็งแกร่งที่พร้อมจะบดขยี้เขาให้แหลقคามือ เสน่ห์อันน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวเธอยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียการควบคุมชีวิตตัวเองไปทีละน้อย
"คุณเกลียดผม... คุณอยากแก้แค้นผม จะทำอะไรกับผมก็ได้!" ธันวาเปลี่ยนกลยุทธ์ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย เจือความเวทนาที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากผู้ชายเย่อหยิ่งคนนี้ "แต่เด็กคนนั้น... คดีสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรที่คุณกำลังทำอยู่ มันไม่ใช่เรื่องของคุณ! คุณกำลังเอาชีวิตเด็กบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นความแค้นส่วนตัว!"
"เด็กบริสุทธิ์งั้นเหรอคะ?" พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนธันวาต้องผงถอยหลังไปหนึ่งก้าว "แล้วเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยอยู่ในท้องของฉันล่ะคะ? เด็กคนนั้นมีความผิดอะไร ถึงต้องมาตายเพราะความเย็นชาของคุณ! คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำว่าบริสุทธิ์กับฉัน!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่น ธันวาทุบมือลงบนโต๊ะทำงานด้วยความเหลืออด ความอดทนที่ใกล้จะหมดลงทำให้ความดิบเถื่อนในตัวเขาเริ่มปะทุ "พิมพ์มาดา! อย่าดึงดันนักเลย ผมเตือนคุณด้วยความหวังดี ถ้าคุณยังไม่หยุดยعدคดีนี้ ผมจะทำให้คุณไม่มีที่ยืนในวงการกฎหมายอีกต่อไป! ทุกเส้นสาย ทุกอำนาจที่ผมมี... คุณจะไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวัน!"
นี่คือธันวา... ตัวตนที่แท้จริงของผู้ชายที่ใช้อำนาจเงินบงการชีวิตคนเป็นนิสัย พิมพ์มาดายิ้มเยาะในใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าอดีตสามีจะตกต่ำถึงขั้นต้องใช้คำขู่ต่ำช้าเช่นนี้กับเธอ
"เชิญเลยค่ะ..." พิมพ์มาดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดราวกับคมมีด "แต่อย่าลืมนะคะ ว่าเอกสารหลักฐานชิ้นสำคัญที่ฉันถืออยู่ตอนนี้ ถ้ามันหลุดออกไปสู่สาธารณชน... ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของคุณที่จะพังพินาศ แต่บริษัทมูลค่าหลายหมื่นล้านของคุณก็จะกลายเป็นจุลภายในชั่วข้ามคืนเช่นกัน"
ธันวานิ่งงัน ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงทันที เขารู้ดีว่าพิมพ์มาดาฉลาดเป็นกรด และถ้าเธอพูดว่ามีหลักฐาน... เธอก็ต้องมีมันจริงๆ และมันต้องเป็นหลักฐานชิ้นใหญ่ที่สามารถสั่นคลอนอาณาจักรธุรกิจของเขาได้
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางสงครามประสาทที่กำลังเข้มข้นถึงขีดสุด ธันวากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งแค้น ทั้งจนมุม... และลึกๆ แล้ว เขากลับรู้สึกยอมจำนนต่อความเด็ดเดี่ยวของเธออย่างน่าประหลาด
แต่ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาเพื่อต่อรอง...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบงันในห้องทำงานลงทันที ทั้งสองคนหันไปมองที่ประตูพร้อมกันด้วยความแปลกใจ
ยังไม่ทันที่พิมพ์มาดาจะอนุญาต ประตูห้องทำงานหรูหราก็ถูกผลักเปิดออกโดยเลขานุการส่วนตัวของเธอ สีหน้าของหญิงสาวผู้ช่วยตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจจนพูดไม่ออก
"คุณพิมพ์คะ... คือว่า..." เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหลบทางให้ร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยประมาณหวดขวบเศษก้าวเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับผู้หญิงอีกคนที่ยืนจูงมือเด็กน้อยไว้ด้วยสีหน้ากังวล
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่มีคนมารบกวนเวลาสำคัญ แต่เมื่อสายตาของเขาคมกวาดไปมองเด็กน้อยผู้มาใหม่ หัวใจแกร่งของนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งกลับกระตุกวูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าอย่างจัง
เด็กหญิงตัวน้อยมีดวงตากลมโต จมูกรั้น และโครงหน้าถอดแบบมาจาก... ตัวเขาเองราวกับแกะ!
"คุณแม่คะ... น้าคนนี้บอกว่ามารอคุณแม่ค่ะ" เสียงใสแจ๋วของเด็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ขณะที่ดวงตากลมโตคู่นั้นหันไปสบตากับธันวาเข้าพอดี และรอยยิ้มไร้เดียงสาก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากเล็กๆ นั้น
พิมพ์มาดาหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอลืมตาค้างมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดหลายปี... บัดนี้กำลังจะพังทลายลงตรงหน้าอดีตสามีผู้เป็นเจ้าของแผลในใจของเธอแล้ว!
"นี่... นี่มันเรื่องอะไรกัน..." ธันวาพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นพร่า ดวงตาคมกวาดสลับมองระหว่างเด็กหญิงหน้าตาเหมือนเขากับพิมพ์มาดาที่กำลังยืนตัวสั่นเทา "พิมพ์มาดา... เด็กคนนี้... ลูกใคร?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"กระจกเงาสะท้อนใจ"
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 6
กับดักในห้องทำงาน
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!