"คุณกรณ์... คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมคะว่าเอกสารชุดนี้ จะถูกส่งถึงมืออัยการสูงสุดโดยไม่มีรอยรั่ว?"
เสียงหวานนุ่มทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของพิมพ์มาดา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากตึกระฟ้าสะท้อนเงาใบหน้าอันเรียบเฉยและเด็ดเดี่ยวของเธอผ่านกระจกใสบานใหญ่ ทนายความสาวในชุดสูทสีชาโคลหรูหราไม่ได้หันกลับมามองคู่สนทนา เธอยังคงจดจ้องไปยังภาพความวุ่นวายของมหานครเบื้องล่างด้วยหัวใจที่ด้านชา ราวกับความเจ็บปวดในอดีตได้ถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นเกราะเหล็กที่ไม่มีวันมีสิ่งใดเจาะทะลุผ่านได้อีกแล้ว
กรณ์ เลขานุกลงมือทำตามคำสั่งและคนสนิทผู้กุมความลับทุกอย่างของธันวา ยืนกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ มือหนาที่ถือแฟ้มหนังสีดำสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว ความเย็นเยียบไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ หากแต่มันแผ่ซ่านออกมาจากความจริงอันโหดร้ายที่เขาเพิ่งได้ประจักษ์
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กรณ์คงสถานะเป็นเงาตามตัวของธันวา ชายผู้ทรงอิทธิพลที่ใช้เงินซื้อได้แม้กระทั่งลมหายใจของคนอื่น เขาเคยคิดว่าความเด็ดขาดและความเหี้ยมเกรียมในโลกธุรกิจของเจ้านาย คือสัจธรรมของความสำเร็จ แต่เมื่อได้เห็นกับตาว่าธันวาพร้อมจะทำลายแม้กระทั่งชีวิตบริสุทธิ์เพื่อปกปิดรอยด่างพร้อยของตระกูล... ความภักดีที่เคยมีก็เริ่มสั่นคลอน ราวกับวิมานที่ก่อด้วยอิฐแห่งความโลภกำลังพังครืนลงมาทับร่างตัวเอง
"ผม... แน่ใจครับ... เอ๊ย! ดิ... ดิฉันหมายถึง ดิฉันแน่ใจค่ะคุณพิมพ์มาดา" กรณ์เผลอหลุดปากใช้สรรพนามเดิมด้วยความเคยชิน ก่อนจะรีบแก้ไขด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเมื่อตระหนักว่าตอนนี้ ตนเองกำลังยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอดีตเจ้านายผู้ทรงอำนาจเสียแล้ว
พิมพ์มาดาหมุนตัวกลับช้าๆ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินท่าทีของชายตรงหน้า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา
"ความกลัวกำลังกัดกินคุณสินะคะ, คุณกรณ์" พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปใกล้ชิดขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับผสมผสานกับความกดดันที่เธอแผ่ออกมาทำให้กรณ์ต้องผอยหลังไปครึ่งก้าว "คุณอยู่ข้างคนบาปมานานเกินไป จนลืมไปแล้วว่ามนุษย์เราควรมีความละอายต่อบาป... แต่ไม่เป็นไรค่ะ ความโลเลของคุณในตอนนี้ ยังมีประโยชน์มากกว่าความจงรักภักดีตาบอดที่คุณเคยมีให้ธันวา"
"ผมแค่... ไม่คิดว่าท่านประธานจะ..." กรณ์กลืนก้อนสะอื้นลงคอ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานยังคงหลอนอยู่ในห้วงความคิด คำสั่งเฉียบขาดให้เก็บกวาดพยานปากเอกโดยไม่สนว่าจะมีใครต้องล้มตาย ทำให้เขารู้สึกสะท้อนใจอย่างรุนแรง ธันวาในยามนี้ไม่ใช่ผู้ชายที่เขานับถืออีกต่อไป แต่เป็นปีศาจสวมสูทที่พร้อมจะแว้งกัดแม้กระทั่งคนที่เคยภักดีที่สุด หากคนคนนั้นหมดประโยชน์
"อำนาจและเงินตรา มันไม่เคยปรานีใครหรอกค่ะ" พิมพ์มาดากล่าวเสียงเรียบ สายตาทอดมองเอกสารในมือของอีกฝ่ายด้วยความหมายล้ำลึก "คุณธันวาคิดเสมอว่าเขาสามารถควบคุมทุกอย่างไว้ในอุ้งมือได้ แม้กระทั่งชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องตายไปเพราะความเห็นแก่ตัวของเขา... แต่เขาลืมไป ว่ากฎแห่งกรรมไม่เคยมีใบเสร็จ และความลับไม่มีวันซ่อนเร้นได้ตลอดกาล"
เสียงถอนหายใจยาวนานดังเล็ดลอดออกมาจากปากของกรณ์ เขาก้มมองแฟ้มเอกสารในมืออีกครั้ง เอกสารชิ้นนี้บรรจุหลักฐานทางการเงิน บัญชีลับ และคำสารภาพจากปากพยานที่ถูกปิดปาก ซึ่งหากเปิดเผยออกไป ธันวาจะไม่ใช่แค่มือตกอับจากบัลลังก์ธุรกิจ แต่จะต้องชดใช้กรรมหลังกรงขังไปตลอดชีวิต
"ถ้าเอกสารนี้ถึงมืออัยการ คุณธันวา... เขาจะไม่มีทางพลิกตัวได้อีกเลยนะครับ" กรณ์เอ่ยเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังเตือนสติหรืออาจจะกำลังขอความมั่นใจจากทนายความสาวกันแน่
"นั่นคือสิ่งที่เขาสสมควรได้รับค่ะ" พิมพ์มาดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ความเคียดแค้นชิงชังที่ถูกกดทับไว้ใต้รอยยิ้มอันสง่างามมาหลายปี กำลังปะทุขึ้นพร้อมกับการนับถอยหลังสู่จุดจบของอดีตสามี "คุณคิดว่าความเจ็บปวดที่ฉันต้องสูญเสียลูกไปในคืนนั้น มันเทียบได้กับเศษเสี้ยวของความทรมานที่เขาจะได้รับไหมล่ะคะ?"
กรณ์เงียบงัน เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเธอ ความผิดบาปที่เขาเคยมีส่วนร่วมในการปกปิดความผิดให้ธันวาในอดีต หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก การหักหลังเจ้านายในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนรับใช้ที่กินข้าวหม้อเดียวกันมานับสิบปี แต่ความโหดเหี้ยมที่ธันวาเพิ่งแสดงออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้เขาตระหนักได้ว่า วันหนึ่ง... คนที่จะถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้ค่าและถูกกำจัดเพื่อปิดปาก ก็อาจจะเป็นตัวเขาเองเช่นกัน
"ผมจะส่งมอบต้นฉบับทั้งหมดให้คุณ... แต่ผมมีข้อแม้เดียวครับ" กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาพิมพ์มาดา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความหวังริบหรี่ "ช่วยรับประกันความปลอดภัยให้ครอบครัวของผมด้วย ผมไม่อยากให้ลูกเมียต้องมารับเคราะห์จากเกมล้างแค้นครั้งนี้"
พิมพ์มาดายิ้มรับบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยความเฉียบขาดของนักกฎหมายผู้กุมไพ่เหนือกว่า
"ดิฉันไม่เคยทำงานพลาดอยู่แล้วค่ะ... คุณกรณ์เลือกทางที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตแล้ว"
มือเรียวยื่นไปรับแฟ้มเอกสารสีดำจากมือของเลขาหนุ่ม เสียงเปิดแฟ้มพลิกกระดาษดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกตัวอักษรและหลักฐานมัดตัวแน่นหนาคือเครื่องประหารที่จะส่งธันวาลงสู่หลุมพรางที่เขาขุดไว้เองอย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า... ในวินาทีที่พิมพ์มาดากำลังจะเอ่ยปากปิดดีลลับครั้งนี้ เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดภายในห้องให้ชะงักลงทันที
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ทั้งกรณ์และพิมพ์มาดาหันขวับไปมองที่ประตูพร้อมกันด้วยความตกใจ เพราะนี่คือชั้นส่วนตัวที่ห้ามบุคคลภายนอกขึ้นมารบกวนโดยเด็ดขาด ยกเว้นแต่ว่า...
"ขอโทษด้วยนะครับคุณพิมพ์มาดา... พอดีผมไม่ได้นัดล่วงหน้า แต่พอดีมี 'เอกสารด่วนที่สุด' อีกชิ้น ที่คุณอาจจะอยากดูด้วยตาตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป..."
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอกทำเอาเลือดในกายของพิมพ์มาดาเย็นเฉียบลงในพริบตา ขณะที่กรณ์ถึงกับหน้าถอดสี ตัวสั่นเทาราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
ประตูกระจกค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของชายผู้ทรงอำนาจ ที่ไม่ควรจะมายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ในเวลานี้...
ธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองตรงมาที่อดีตภรรยาและคนสนทรยศของตนเอง สลับกับแฟ้มเอกสารในมือของพิมพ์มาดา
"อ้าว... คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ? ดูท่าทางเครียดกันจัง หรือว่ากำลังพูดถึง... เรื่องของผมอยู่พอดี?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดิ่งลึกของอารมณ์ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- กระจกเงาสะท้อนใจ -
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 7
เมื่อความลับถูกเปิดเผย
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!