แฟ้มเอกสารคดีสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรเล่มหนาถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพง เสียงกระแทกนั้นไม่ได้ดังสะเทือนเลื่อนลั่น แต่มันหนักหน่วงพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวในห้องพักส่วนตัวของเพนต์เฮوسหรูจมดิ่งลงสู่ความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เรียบหรูไม่ได้ไหววานไปตามแรงอารมณ์ของชายหนุ่มตรงหน้าแม้แต่น้อย เธอมองเอกสารที่กระจัดกระจายเล็กน้อยด้วยแววตาเรียเฉย ราวกับสิ่งที่ถูกโยนลงมาไม่ใช่หลักฐานทางกฎหมาย แต่เป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าที่ปลิวตกลงพื้น
“คุณใช้วิธีสกปรกนี้อีกแล้วเหรอคะ, คุณธันวา”
น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่เคลือบไว้ด้วยน้ำแข็ง เธอมองอดีตสามีที่ตอนนี้หน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดข้างขมับปูดโปーンจนน่ากลัว ธันวาในยามนี้ไม่ใช่ผู้บริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเปี่ยมด้วยความเยือกเย็นคนเดิมอีกต่อไป เขากลายเป็นเพียงผู้ชายพ่ายแพ้ที่ถูกความโกรธครอบงำจนสูญสิ้นสติสัมปชัญญะ
ธันวาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด กลิ่นอายของผู้ชายที่ดื่มแอลกอฮอล์เคล้าความเครียดโชยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส มือหนาของเขาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บีบเค้นด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงเถือก
“ปากดีนักนะพิมพ์มาดา! คุณคิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหน ถึงกล้าเอาเอกสารพวกนี้มาตบหน้าผมในศาล! คุณจงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผมใช่ไหม!”
ธันวาคำรามลอดไรฟัน เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่อัดอั้นมานานนับเดือน ความรู้สึกผิดที่เคยพยายามไถ่บาปถูกแผดเผาจนมอดไหม้ในพริบตา เมื่ออีโก้ระดับมหาเศรษฐีถูกท้าทายจนถึงขีดสุด
พิมพ์มาดาไม่แม้แต่จะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เธอปล่อยให้เขาบีบข้อมือเธอจนชาชินกับความเจ็บปวดนั้น ความเจ็บทางกายแค่นี้เทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับในวันที่สูญเสียลูกน้อยไปเพราะความเพิกเฉยของเขา
“ปล่อยฉันค่ะ” เธอกล่าวเสียงต่ำ แววตาที่มองตรงไปในดวงตาคู่คมของเขาไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “ถ้าคุณใช้กำลังแล้วชนะคดีนี้ได้ ป่านนี้คุณคงไม่ต้องวิ่งวอนขอร้องให้ฉันถอนฟ้องหรอกนะคะ... คุณธันวา”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง!
“หุบปาก!”
ธันวาบันดาลโทสะจนขาดผึ่ง มืออีกข้างที่ว่างอยู่ยกขึ้นผลักร่างเพรียวของอดีตภรรยาเต็มแรง จนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือบิวท์อินด้านหลังอย่างจัง เสียงหนังสือหลายเล่มร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้น พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึกด้วยความจุก แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาที่เธอมองเขายังคงเย็นชาและเย้ยหยันเช่นเดิม
ธันวาก้าวตามเข้าไปกักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนกับชั้นหนังสือ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้าสวยที่นิ่งเฉย มือใหญ่เลื่อนขึ้นบีบ1คางมนบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมารับความโกรธเกรี้ยวของเขา
“คุณมันใจร้าย... พิมพ์มาดา คุณไม่เคยให้อภัยผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว!” เขาสบถออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ปะปนกับความโกรธ “ผมพยายามทุกอย่างแล้ว พยายามทำตัวเป็นผู้ชายที่ดีขึ้น เพื่อคุณ... เพื่อเรา แต่คุณก็ยังเหยียบย่ำผมเหมือนเดิม!”
“ผู้ชายที่ดีขึ้นเหรอคะ?” พิมพ์มาดายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในใจของคนมอง “คุณคิดว่าการเอาเงินมาฟาดหัว หรือการแสดงละครตบตาสำนึกผิด มันจะลบล้างเรื่องราวในอดีตได้หรือคะ? วันที่เราสูญเสียลูกไป... คุณอยู่ที่ไหนคะ คุณธันวา? คุณอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ในขณะที่ฉันนอนจมกองเลือดอยู่คนเดียวบนเตียงโรงพยาบาล!”
ทุกคำพูดเปรียบเสมือนคมหอกที่พุ่งปักเข้ากลางใจของธันวาอย่างแม่นยำ มือที่บีบคางเธออยู่ค่อยๆ คลายลงทีละน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร้าวรานและความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออก เขาก้มหน้าลงซบหน้าผากเข้ากับลาดไหล่ของเธอ ร่างกายสูงใหญ่สั่นเทาเล็กน้อยอย่างน่าสมเพช
“ผมขอโทษ... พิมพ์... ผมขอโทษ...” เสียงกระซิบนั้นพร่าเลือนและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้
พิมพ์มาดานิ่งเงียบ ปล่อยให้เขาร้องไห้ระบายความอ่อนแอออกมาบนไหล่ของเธอ มือข้างที่เป็นอิสระยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ไหล่หนา ไม่ใช่เพราะความเห็นใจ... แต่เพื่อผลักไสเขาให้ออกห่างจากพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างเด็ดขาด
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลึกถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
“คุณแม่ครับ! คุณป้าบอกว่าคุณแม่คุยธุระเสร็จหรือยังครับ น้องดินรอดูกล่องดนตรีอันใหม่อยู่—”
ธันวาชะงักกึก ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ประโยคเมื่อครู่ ความหมายของคำว่า "น้องดิน" และเสียงนั้น... มันไม่ใช่เสียงเด็กทั่วไป
เขารีบหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที ในจังหวะเดียวกับที่บานประตูถูกผลักเปิดออกโดยแม่บ้าน และปรากฏร่างเล็กป้อมของเด็กชายหน้าตาน่ารัก ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบพิมพ์มาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกกำลังยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ตรงนั้น!
—แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- กระจกเงาสะท้อนใจ -
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 11
ความโกรธที่ควบคุมไม่ได้
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!