แก้วกาแฟเซรามิกเคลือบผิวด้านในมือของธันวาสั่นน้อยมาก... น้อยเสียจนถ้าไม่ใช่เพราะผิวกาแฟที่กระเพื่อมเป็นวงคลื่น เขากคงหลอกตัวเองได้ว่าเขายังคงเป็นชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เช่นเคย
แต่ความจริงอันโหดร้ายคือ ในห้องประชุมรับรองวีไอพีของสำนักงานกฎหมายใจกลางกรุงเทพฯ แห่งนี้ เขากำลังนั่งอยู่ตรงข้ามกับผู้หญิงที่เขาเคยทิ้งให้อยู่กับความว่างเปล่าเมื่อห้าปีก่อน
และประโยคใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานบาดลึกในโสตประสาท *“คุณลุงหน้าตาคุ้นจังเลยค่ะ... เหมือนคุณป๊าในรูปถ่ายที่อยู่ในลิ้นชักของคุณแม่เลยค่ะ!”*
"เด็กสมัยนี้จินตนาการบรรเจิดดีนะคะคุณธันวา" พิมพ์มาตากล่าวขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เธอไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เรียบหรูยังคงจดจ่ออยู่กับการพลิกแฟ้มเอกสารคดีฟ้องร้องทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านที่เขาเป็นคนจ้างให้เธอมาดูแล "สงสัยคุณคงต้องกลับไปเคลียร์รูปถ่ายในบ้านให้เรียบร้อยเสียก่อน จะได้ไม่ทำให้เด็กสับสนเวลาเจอคนแปลกหน้าบนท้องถนน"
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งเป็นคมขยับไหวตามจังหวะการหายใจที่เริ่มติดขัด ดวงตาคมกริบที่เคยใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจนับร้อยนับพันกำลังจ้องมองอดีตภรรยาอย่างพิจารณา... ให้ตายเถอะ พิมพ์มาดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เอาแต่นั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นอันเหน็บหนาวอีกต่อไปแล้ว
ผู้หญิงตรงหน้าเขาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนความน่าเชื่อถือ เส้นผมยาวสลวยถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่แม้จะผ่านรอยกรีดกาลเวลาและความชอกช้ำในอดีตมาได้ แต่มันกลับยิ่งขับเน้นความงดงามแบบผู้หญิงที่ทรงพลัง เย็นชา และยากจะเข้าถึง
"พิมพ์... เรื่องเมื่อครู่" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เจือความลังเลที่เขาเองก็ไม่คุ้นเคย "เด็กคนนั้น..."
"ลูกความของฉันไม่ได้จ้างให้คุณมานั่งวิเคราะห์เรื่องครอบครัวของฉันค่ะคุณธันวา" พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แววตาคู่นั้นว่างเปล่าจนน่าใจหาย ไม่มีร่องรอยของความรัก ความโกรธแค้น หรือแม้แต่ความเกชังเหลืออยู่เลย ซึ่งนั่นแหละ... คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ชายที่เคยทำลายเธอ "เรามาคุยกันเรื่องสัญญาว่าความฉบับนี้ดีกว่าค่ะ ฉันมีเวลาให้คุณจำกัด"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันถูกยกขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก เขาย่อมรู้ดีว่านี่คือเกม และเขาคือฝ่ายที่ถือไพ่ตายในฐานะ "ผู้จ้างวาน" ที่กุมชะตากรรมของสำนักงานกฎหมายเล็กๆ แห่งนี้ได้ด้วยปลายนิ้ว
"จำกัดงั้นเหรอ?" ธันวาเอนหลังพิงพนักโซฟาหนังแท้ ท่าทีกลับมาวางอำนาจและเย่อหยิ่งดังเดิม เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกเกิดเสียงกระทบเบาๆ แต่ดังก้องในความรู้สึก "คุณพิมพ์มาดา ทนายความมือหนึ่งที่เพิ่งชนะคดีใหญ่ระดับประเทศมาหมาดๆ คงลืมไปแล้วกระมั้งครับว่า... ค่าจ้างของผมในคดีนี้ มันมากพอที่จะซื้อสำนักงานกฎหมายที่คุณนั่งอยู่ตอนนี้ได้ทั้งตึก"
เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน เล็งสายตาคมกริบไปยังดวงตาคู่สวยที่ยังคงไร้ระลอกคลื่น "เพราะฉะนั้น เวลาของคุณ... คือสิ่งที่ผมเป็นคนซื้อไว้ทั้งหมด... พิมพ์"
สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตา พิมพ์มาดายังคงนิ่งสงบ เธอไม่สะดุ้งสะเทือนกับคำขู่เชิงอำนาจนั้นแม้แต่น้อย มือเรียวบางภายใต้เล็บที่ตัดแต่งอย่างไร้ที่ติยกขึ้นประสานกันบนตัก เธอมองเขาด้วยสายตาที่ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวเล็กๆ ที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกำมือ
"เงินซื้อความยุติธรรมไม่ได้ค่ะคุณธันวา และแน่นอน... มันซื้อศักดิ์ศรีของฉันไม่ได้เช่นกัน" พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ถ้าคุณคิดว่าอำนาจเงินของคุณจะทำให้ฉันยอมก้มหัวให้เหมือนเมื่อก่อน คุณคงต้องทบทวนดูใหม่แล้วล่ะค่ะว่า... ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันกลายเป็นใครไปแล้วบ้าง"
ธันวาชะงัก คำพูดของเธอทิ่มแทงเข้าที่กลางใจอย่างจัง ภาพของพิมพ์มาดาในอดีต—ผู้หญิงที่ร้องไห้ขอร้องให้เขากลับบ้าน ผู้หญิงที่กอดเสื้อผ้าของเขาและจมอยู่กับความเงียบเหงา—มันได้ตายหายไปอย่างไร้ร่องรอย หญิงสาวตรงหน้าเขาในตอนนี้แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า และเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณเปลี่ยนไปมากนะ..." ธันวาพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงเจือความเจ็บปวดลึกๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง "คุณไม่เหลือเยื่อใยให้ผมเลยสักนิด... ทั้งที่เราเคย..."
"เคยอะไรคะ?" พิมพ์มาดาย้อนถามทันควัน รอยยิ้มเยาะหยันถูกจุดขึ้นที่ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีนู้ด "เคยแต่งงานกันเพราะความจำเป็น? เคยอยู่ร่วมบ้านกันในฐานะคนแปลกหน้า? หรือเคย... สูญเสียลูกไปพร้อมๆ กับที่คุณปล่อยให้ฉันเผชิญความเจ็บปวดอยู่คนเดียวที่โรงพยาบาล ในขณะที่คุณกำลังเซ็นสัญญาธุรกิจร้อยล้านกับคู่ค้า?"
เปรี้ยง!
ประโยคคำถามนั้นทำเอาราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องประชุม ธันวาหน้าซีดเผือก มือหนาที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดห้าปีโถมซัดเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ เขาอ้าปากจะเอ่ยคำขอโทษ คำแก้ตัว หรืออะไรก็ได้ที่จะบรรเทาความเจ็บปวดในแววตานั้น แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ
เขานั่นเอง... เขาเองที่เป็นคนผลักไสผู้หญิงคนนี้ออกไป และเป็นคนทำลายสายใยสุดท้ายระหว่างพวกเขาด้วยความโลภและความเย็นชาของตัวเอง
"จำได้แล้วใช่ไหมคะ?" พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทเข้ารูปขับเน้นรูปร่างเพรียวระหง เธอหยิบเอกสารบนโต๊ะรวบเข้าแฟ้มอย่างเป็นระเบียบ "ถ้าคุณไม่มีอะไรจะคุยเรื่องคดีความแล้ว เชิญกลับได้เลยค่ะ ฉันมีงานอื่นต้องทำต่อ และกรุณา... อย่าพาเด็กคนนั้นมาที่นี่อีก"
หญิงสาวหันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย ก้าวเดินด้วยส้นสูงคู่สวยมุ่งตรงไปยังประตูห้องทำงานราวกับต้องการตัดขาดจากอดีตโดยสมบูรณ์
ธันวาลุกพรวดขึ้นจากโซฟา หัวใจเต้นรัวด้วยความร้อนรน เขาไม่อาจปล่อยให้เธอเดินหนีเขาไปได้อีกแล้ว—ไม่ใช่หลังจากที่เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า โลกทั้งใบของเขาไม่มีความหมายเลยเมื่อไม่มีผู้หญิงคนนี้
"พิมพ์มาดา! เดี๋ยว!" ธันวาตะโกนก้อง ขายาวก้าวพรวดพราดตามร่างระหงไปเพื่อจะคว้าแขนเธอไว้ แต่ทว่า...
แกร๊ก!
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกโดยเลขาหน้าห้อง พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีฟ้าที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาพิมพ์มาดาด้วยรอยยิ้มสดใส
"คุณแม่ขา! น้องรันหิวน้ำจังเลยค่ะ... เอ๊ะ?"
เด็กหญิงหยุดชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตสีนิลคู่สวยกะพริบปริบๆ ก่อนที่แก้มป่องๆ จะคลี่ยิ้มกว้างออกมาจนลักยิ้มบุ๋มลงไปทั้งสองข้าง—รอยยิ้มที่เป็นพิมพ์เขียวเดียวกับธันวาไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณลุงขา... คุณลุงยังไม่ออกไปเหรอคะ?" เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความไร้เดียงสา ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรูปถ่ายในกระเป๋าเสื้อคลุมของตัวเองออกมาแล้วชูขึ้นสูง "นี่ไงคะ! รูปที่คุณป๊าถ่ายคู่กับคุณแม่ตอนไปทะเล... หน้าเหมือนคุณลุงเป๊ะเลยนะคะเนี่ย เหมือนจนหนูคิดว่าคุณลุงคือคุณป๊าจริงๆ เสียอีก!"
ธันวาร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สายตาของเขาเลื่อนลงไปมองรูปถ่ายในมือเล็กๆ นั้น... ภาพถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ ที่ขอบภาพเหลืองตามกาลเวลา ภาพของชายหญิงคู่หนึ่งที่ชายหนุ่มในภาพมีใบหน้า โครงหน้า และไฝที่มุมปาก... ตรงกับเขาในกระจกเงาเวลานี้ทุกประการ
และที่สำคัญที่สุด... วันที่ระบุไว้หลังภาพโพลารอยด์ใบนั้น คือวันที่เขา "หย่าขาด" กับพิมพ์มาดาไปแล้วถึงสามเดือน!
_____________________________________________
[กระจกเงาสะท้อนใจ] ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับดราม่าบาดลึกนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 2
รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!