ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 1

ในห้องโถงศาลที่หนาวเหน็บ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
"คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งสิบล้านบาท... ศาลรับฟ้องไว้พิจารณาแล้วครับทนายพิมพ์" เสียงของเจ้าหน้าที่ศาลดังลอดผ่านความเงียบงันของห้องโถงสีขาวสะอาดตา แต่สำหรับพิมพ์มาดาแล้ว มันเป็นเพียงเสียงก้องกังวานที่สะท้อนอยู่ในความว่างเปล่าของจิตใจที่ด้านชามานานถึงห้าปีเต็ม เธอไม่ได้กะพริบตาแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทบรรจงจัดเอกสารในแฟ้มหนังสีดำราคาแพงให้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบ ทุกท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยความมั่น and เด็ดเดี่ยว สลัดภาพภรรยาผู้เคยนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่มุมห้องอย่างไร้ค่าในอดีตทิ้งไปจนหมดสิ้น ร่างกายในชุดสูทผ้าทวีตเข้ารูปสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตขับเน้นให้เห็นถึงความสง่างาม ดุดัน และทรงอำนาจในฐานะทนายความมือหนึ่งแห่งสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่พิมพ์มาดาคนเดิมที่ยอมให้ใครเหยียบย่ำหัวใจอีกต่อไปแล้ว "ขอบคุณค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เจือปนหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ มันเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาเสียจนเจ้าหน้าที่ศาลยังต้องหลบสายตา พิมพ์มาดากล่าวลาด้วยความสุภาพตามมารยาท ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเพื่อก้าวเดินออกจากห้องโถงพิจารณาคดี ทว่า... เพียงแค่ก้าวแรกที่เท้ากระทบกับพื้นหินอ่อนขัดเงา ความกดอากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นจมูก... กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ที่เคยฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำอันเจ็บปวด ลอยเข้ามาแตะนาสิก ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเธอตื่นตัวขึ้นมาทันที ราวกับแผลเป็นที่ตกสะเก็ดถูกกรีดซ้ำด้วยมีดเล่มเดิม ตึง! ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทก้าวสวนเข้ามาจากประตูอีกด้านหนึ่ง ความสูงและไหล่กว้างที่เคยเป็นอ้อมกอดอันอบòุนในยามที่เธอโหยหา บัดนี้กลับกลายเป็นกำแพงหินผาที่แผ่รังสีความเย่อหยิ่งและอำนาจครอบงำบรรยากาศโดยรอบ ธันวา... อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจของเธอจนแหลقสลาย ไม่เหลือชิ้นดีเมื่อห้าปีที่แล้ว เวลาไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาคมคายนั้นลดน้อยลงไปเลย ตรงกันข้าม ใบหน้าครั่นเนื้อครั่นตัวที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน บัดนี้กลับดูคมกริบ ดุดัน และมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการหักโหมงานหนักสะท้อนผ่านดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสายตาของพิมพ์มาดาไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ หากแต่เป็นประกายในดวงตาคู่นั้น... ประกายแห่งความตกตะลึงระคนความเจ็บปวดที่ไหววูบขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นแล้วสบตาเข้ากับเธอพอดิบพอดี โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนชั่วขณะ ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้มแห่งไมตรีจิต มีเพียงความเงียบงันที่กรีดแทงหัวใจของคนทั้งคู่ราวกับมีคมมีดซ่อนอยู่ ธันวาชะงักฝีเท้าลงทันที ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดสูทหรูหรา ท่าทีที่สง่างามราวกับพญาหงส์ และแววตาที่ว่างเปล่า เย็นชา ดุจน้ำแข็งขั้วโลก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พิมพ์มาดาภรรยาผู้แสนอ่อนแอ ขี้ขลาด และคอยแต่จะร้องขอความรักจากเขาในอดีตเลยแม้แต่น้อย ผู้หญิงตรงหน้าคือทนายความหญิงผู้ทรงอิทธิพล ทรงเกียรติ และน่าเกรงขาม... ผู้หญิงที่เขาเป็นคนผลักไสไล่ส่งด้วยมือของตัวเอง หัวใจของธันวากระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกข้างซ้าย มันเป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากการสำนึกรู้คุณค่าของสิ่งที่เคยทิ้งขว้าง เมื่อยามที่มันหลุดลอยไปไกลจนเกินเอื้อมคว้า "คุณ... พิมพ์..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจเอ่ยออกมาอย่างติดขัด มือหนาที่ถือแฟ้มเอกสารเผลอบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด เขาก้าวเข้าไปหาเธอสก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ราวกับร่างกายมันขยับไปเองตามสัญชาตญาณของการโหยหา ทว่า พิมพ์มาดากลับถอยหลังเว้นระยะห่างหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจที่จะต้องยืนหายใจอยู่ในอากาศเดียวกับเขา ดวงตากลมโตคู่สวยที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกันแดดแฟชั่นถอดออก เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยันและสมเพชเวทนา เธอมองเขาด้วยสายตาเดียวกับที่มองสิ่งของไร้ค่าข้างถนน มันเป็นสายตาที่เชือดเฉือนยิ่งกว่าคำพูดนับพันคำ "ขอทางด้วยค่ะ คุณธันวา" น้ำเสียงหวานที่เคยเอמהคำว่า "สามีขา" ด้วยความรักใคร่ บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยระยะห่างทางกฎหมาย เธอกล่าวเรียกชื่อเขาด้วยสรรพนามที่เป็นทางการที่สุด ราวกับเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่บังเอิญเดินสวนกันในศาลเท่านั้น ธันวารู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงด้วยความเงียบ สายตาคู่นั้นของเธอ... มันไม่มีความรักเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีแม้แต่ความโกรธเกลียด มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด "พิมพ์... เรา... เราไม่ได้เจอกันนานนะ ผม..." ธันวาพยายามจะเอ่ยบางอย่าง ดวงตาคู่นั้นฉายแววเว้าวอนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อนในฐานะประธานกรรมการบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ "ดิฉันคิดว่าเราไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องพูดคุยกันนอกเหนือจากเรื่องในสำนวนคดีนะคะ" พิมพ์มาดาตัดบทขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอเฉียบขาดราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนแผลสด "ในฐานะทนายความฝ่ายโจทก์ ฉันขòเตือนคุณไว้ตรงนี้เลยว่า... ฉันไม่มีวันยอมความ และฉันจะไม่มีวันปรานีคนที่ไร้มนุษยธรรมอย่างคุณเด็ดขาด เตรียมตัวรับผลกรรมที่คุณเคยทำไว้ได้เลยค่ะ" รอยยิ้มเยาะหยันมุมปากของพิมพ์มาดากรีดแทงใจธันวาจนเลือดซึม เขาอ้าปากจะเอ่ยแก้ตัว หรือจะเอ่ยขอโทษคำพูดใจร้ายในอดีต แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้ทันเปล่งเสียงใดออกมา เสียงฝีเท้าของเด็กน้อยคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ "คุณแม่คะ! น้องพีร์รอนานแล้วนะ ทำไมคุยกับลุงคนนี้นานจังคะ?" ร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีฟ้าวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดขาของพิมพ์มาดาไว้แน่น ดวงตากลมโตสุกใสราวกับลูกแก้วคริสตัลเงยขึ้นมองมารดา ก่อนจะหันไปสบตาเข้ากับธันวาที่ยืนแข็งค้างอยู่ตรงหน้า ใบหน้าจิမ်းลิ้ม ผิวขาวเนียนละเอียด และดวงตากลมโตคู่สีดำสนิทคู่นั้น... มันถอดแบบพิมพ์มาดากับใครอีกคนออกมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน! ธันวาร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง ลลมหายใจของเขาสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยเอียงคอสงสัย แล้วส่งยิ้มหวานหยดให้เขา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลพังทลายลงในพริบตา "คุณลุงหน้าตาคุ้นจังเลยค่ะ... เหมือนคุณป๊าในรูปถ่ายที่อยู่ในลิ้นชักของคุณแม่เลยค่ะ!" [ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ]
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%