เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่เคยเชิดหยิ่งทระนงยามเมื่อครั้งอดีต ธันวาสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราอันมืดมิด ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นถี่รัวราวกับคนเพิ่งวิ่งหนีตายมาไกลแสนไกล ความเงียบงันภายในห้องนอนกว้างขวางหรูหรา กลับไม่ได้ช่วยให้ความหวาดกลัวในอกลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนยังคงวนเวียนกลับมาหลอกหลอน ย้ำเตือนถึงความโง่เขลาและความเย็นชาที่เขาเคยกระทำลงไปในอดีต
ในความฝันนั้น... เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของพิมพ์มาดาในคืนวันที่สายฝนกระหน่ำซัดสาดดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกถึงขั้วหัวใจ ภาพของหญิงสาวร่างบางที่ทรุดกายลงกอดร่างไร้ลมหายใจของลูกน้อยในอ้อมแขน เลือดสีแดงฉานที่ไหลนองพื้นห้องน้ำ และสายตาคู่นั้น... สายตาที่ไร้ซึ่งประกายความรัก ความหวัง หรือแม้กระทั่งความโกรธเกลียด มีเพียงความว่างเปล่าเย็นชาที่พร้อมจะตัดขาดเขาออกจากชีวิตไปตลอดกาล
"แฮก... แฮก..."
ธันวายกมือขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ร่างกายกำยำสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้ เขาปาดเหงื่อออกจากใบหน้าก่อนจะใช้มืออีกข้างควานหาโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียง แสงไฟหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นในความมืด เวลาตีสามสิบห้านาที... เป็นเวลาที่ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่ง และเป็นเวลาที่ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินไปยังระเบียงห้องนอนอย่างไร้จุดหมาย สายตาทอดมองออกไปเบื้องล่างผ่านกระจกใสบานใหญ่ เมืองหลวงในยามวิกาลยังคงมีแสงไฟระยิบระยับ แต่มันช่างดูอ้างว้างและเหน็บหนาวเหลือเกิน ในอเคยมีผู้หญิงคนหนึ่งคอยนั่งรอเขาอยู่ที่โซฟาตัวนั้น พร้อมกับอาหารอุ่นๆ และรอยยิ้มอ่อนโยน แม้ว่าเขาจะกลับบ้านดึกดื่นค่อนคืนแค่ไหน แม้ว่าเขาจะเคยเอ่ยวาจาเชือดเฉือนทำร้ายจิตใจเธอกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง พิมพ์มาดาก็ไม่เคยปริปากบ่น มีเพียงความอดทนและความรักที่โง่งำ... จนกระทั่งวันที่หัวใจดวงนั้นแตกสลายไม่มีชิ้นดี
"ผมขอโทษ..."
เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเอื้อnเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอก เป็นคำขอโทษที่ไร้ค่า เพราะมันถูกเอ่ยในวันที่สายเกินไป ในวันที่ผู้หญิงคนนั้นเดินจากไปพร้อมกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันเลือนหาย
วันรุ่งขึ้น ณ สำนักงานกฎหมายใจกลางเมือง
พิมพ์มาดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สีหน้าและแววตาของเธอเต็มไปด้วยความเฉียบขาดและเยือกเย็น เอกสารคดีฟ้องร้องหย่าร้างและแบ่งสินสมรสจำนวนมากวางกองอยู่ตรงหน้า มือเรียวบางจรดปากกาเซ็นชื่อลงในเอกสารด้วยความมั่น
"คุณพิมพ์คะ เอกสารชุดนี้ทางฝ่ายจำเลยส่งคำร้องโต้แย้งมาเพิ่มเติมค่ะ" เลขานุการสาวก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับแฟ้มสีน้ำเงินในมือ
พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เรียบหรูฉายแววครุ่นคิดเล็กน้อย "ส่งมาซิคะว่าพวกเขาเล่นลูกไม้ตื้นๆ อะไรกันอีก"
"ดูเหมือนว่าทางคุณธันวาจะพยายามขอเจรจานอกรอบเป็นครั้งที่สามแล้วนะคะ เขาแจ้งว่ายินดีจะยกหุ้นบริษัทในเครือทั้งหมดให้คุณพิมพ์เพื่อแลกกับการยุติคดีความ และ..." เลขานุการสาวชะงักไปนิดเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่เงยขึ้นมอง "และเขาขอร้องอยากจะพบคุณพิมพ์เป็นการส่วนตัวด้วยค่ะ"
มุมปากของทนายความสาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยเลยแม้แต่น้อย มันเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทรงพลังและบาดลึก
"บอกเขาไปค่ะว่า ศาลยุติธรรมมีไว้ให้คนทำผิดชดใช้ ไม่ใช่สถานที่สำหรับคนเห็นแก่ตัวมาซื้อความรู้สึกผิดด้วยเงินตรา" พิมพ์มาดาเอמהสเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท "ดิฉันไม่มีอะไรจะต้องพูดคุยกับอดีตสามีคนนั้น นอกเสียจากเจอกันในห้องพิจารณาคดีเท่านั้นค่ะ"
"รับทราบค่ะคุณพิมพ์" เลขานุการสาวรีบรับคำสั่งแล้วเดินถอยหลังออกไปจากห้องทันที
พิมพ์มาดาทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างกระจกของสำนักงาน ภาพสะท้อนของเธอบนกระจกใสเผยให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากผู้หญิงอ่อนแอที่เคยร้องไห้ฟูมฟายในอดีต บัดนี้เธอกลายเป็น "ทนายหญิงมือเหล็ก" ผู้ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจเงินใดๆ ในโลก แผลเป็นในใจที่ธันวาฝากไว้ ไม่ได้ทำให้เธอล้มลง แต่มันกลับหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นเหล็กกล้าที่แกร่งกร้าวและพร้อมจะบดขยี้คนที่เคยเหยียบย่ำเธอให้จมดินด้วยกฎหมาย
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของธันวา...
เขาไม่ได้ละความพยายาม แม้จะถูกปฏิเสธการเข้าพบมาหลายครั้งหลายหน ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มราคาแพงยืนรออยู่บริเวณลานจอดรถใต้ดินของสำนักงานกฎหมายชื่อดังแห่งนั้น แววตาคมปลาบจับจ้องไปยังทางเข้าออกด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะได้สบตาอดีตภรรยาที่เขาโหยหา
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยของกลุ่มทนายความก็ดังขึ้น ธันวาหันไปมองตามสัญชาตญาณ และหัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น
พิมพ์มาดาก้าวเดินออกมาจากลิฟต์ VIP ร่างระหงในชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูปดูสง่างามและทรงอำนาจจนผู้ชายหลายคนต้องเหลียวมอง ใบหน้างดงามเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความมั่นใจ แววตาคู่นั้นเย็นชาและไร้เยื่อใยเสียยิ่งกว่าคนแปลกหน้า
"พิมพ์..." ธันวาเผลอหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมา พร้อมกับก้าวเท้าพรวดพราดเข้าไปหาหมายจะคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้
"หยุดอยู่ตรงนั้นค่ะคุณธันวา!" เสียงหวีดร้องเตือนจากทนายความรุ่นน้องที่เดินตามหลังมาดังขึ้น พร้อมกับบอดี้สガードร่างยักษ์สองคนที่ก้าวเข้ามาขวางกั้นระหว่างเขากับพิมพ์มาดาไว้ทันท่วงที
พิมพ์มาดาหยุดเดิน เธอยังคงยืนนิ่งสงบ ไม่ได้แสดงอาการตื่นตกใจแม้แต่น้อย หญิงสาวค่อยๆ หันกลับมามองอดีตสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหินห่างและรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
"มีธุระอะไรกับทนายความของคู่กรณีคะ คุณธันวา หรือว่าเอกสารคำฟ้องของดิฉันยังอ่านไม่เข้าใจดีพอ ถึงต้องมายืนดักรออยู่ตามลานจอดรถเหมือนคนไร้ทางสู้แบบนี้" น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกอณูความรู้สึกเอ่ยขึ้น
ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ สายตาคู่คมมองสำรวจใบหน้าของอดีตภรรยาด้วยความโหยหา "ผมแค่อยากคุยกับคุณ... พิมพ์ เราคุยกันดีๆ ไม่ได้เหรอครับ เรื่องทุกอย่าง... ผมยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว ขอแค่คุณให้โอกาสผมได้ไถ่บาปบ้าง"
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง "ไถ่บาปอย่างนั้นหรือคะ? คุณคิดว่าบาปที่คุณสร้างขึ้นมา มันใช้เงินทองหรือคำขอโทษไม่กี่คำมาลบล้างได้จริง ๆ งั้นเหรอคะคุณธันวา ลูกของฉันตายไปแล้ว... หัวใจของฉันก็ตายไปพร้อมกับลูกในคืนนั้นเหมือนกัน สิ่งที่คุณทำกับฉันในอดีต มันไม่มีวันย้อนเวลากลับมาแก้ไขได้หรอกค่ะ"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนมีดคมกริบที่กรีดลงกลางใจของธันวาจนเลือดโชน เขารู้สึกจุกจนพูดไม่ออก ภาพความผิดพลาดในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัวราวกับภาพหลอนที่คอยตามรังควานไม่เลิกรา
"ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคดีความ ก็รบกวนถอยไปด้วยค่ะ ดิฉันเป็นคนมีงานต้องทำ ไม่เหมือนคุณที่มีเวลาว่างมาเดินเพ่นพ่านอย่างไร้จุดหมายแบบนี้" พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ก่อนจะก้าวเดินผ่านหน้าเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ ไม่มีค่าแม้แต่จะชายตามองอีกเป็นครั้งที่สอง
ธันวา দাঁড়инค้างอยู่กับที่ มองตามแผ่นหลังเรียวบางที่เดินขึ้นรถยนต์หรูคันงามขับเคลื่อนออกไปจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ความสำนึกผิดที่สะสมมานานนับแรมปีตีรวนขึ้นมาจนจุกอก น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตค่อยๆ เอ่อคลอเบ้าอย่างน่าสมเพช
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะหันหลังเดินกลับไปที่รถของตัวเอง สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารหนังสีดำใบย่อมใบหนึ่งตกอยู่ไม่ไกลจากเสาปูน ซึ่งมันน่าจะเป็นของทนายความรุ่นน้องที่มากับพิมพ์มาดาเมื่อครู่
ธันวาเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาตั้งใจจะเก็บไว้ส่งคืนให้ แต่เมื่อเขาพลิกดูป้ายชื่อที่ห้อยอยู่ด้านข้าง สายตาคมก็ต้องสะดุดเข้ากับเอกสารแผ่นหนึ่งที่โผล่พ้นซองแฟ้มออกมาครึ่งหนึ่ง เป็นเอกสารราชการที่มีตราประทับของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง และตัวอักษรหัวกระดาษที่ปรากฏอยู่บนนั้นทำให้ลมหายใจของเขาถึงกับสะดุดกึก
**"ผลการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA Test) — บิดา / บุตร"**
ชื่อของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่ง... ที่มีอายุไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่พิมพ์มาดาหายตัวไปจากชีวิตของเขาอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับนามสกุลอันคุ้นเคยที่สลักหราอยู่บนบรรทัดเดียวกัน!
ธันวาตัวชาดิ่งไปทั้งร่าง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจในยามวิกาล!
พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- กระจกเงาสะท้อนใจ -
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 14
ภาพหลอนของความผิดพลาด
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!