"ช้าก่อน... ท่านหมอเทวะ... ดูเหมือนว่าของเล่นชิ้นนี้ จะมีเจ้าของที่แท้จริงรอรับไว้อยู่แล้วนะครับ..."
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังม่านควันสีเทา ประกายตาของลูกสมุนระดับหัวกะทิแห่งกิลด์อัสนีทมิฬเปล่งแสงวาบด้วยความมั่นอกมั่นใจ มันคือ 'ไทสัน' นักฆ่ามือฉกาจผู้ครองฉายา 'หัตถ์อัสนีคลั่ง' เลเวล 85 ผู้ซึ่งเคยสังหารฮันเตอร์ระดับสูงมาแล้วนับไม่ถ้วน แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว รังสีอำมหิตพุ่งตรงเข้าใส่หลินเฟยราวกับต้องการบดขยี้กระดูกให้แหลกเป็นผุยผงในคราเดียว
ทว่า หลินเฟยกลับไม่แม้แต่จะชายตามองมันด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยืนไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงลิบลิ่ว มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แดงหมุนวนช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันศัตรูยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ ข้างกายของเขาคือ 'ลินดา' คู่หมั้นสาวผู้เคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงไปยังไทสันด้วยแววตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองดูแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟอย่างโง่เขลา
"เจ้าของที่แท้จริงงั้นหรือ?" หลินเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนทำให้ไทสันชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามา "น่าขันเสียจริง... ในดินแดนแห่งนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เศษสวะข้างถนนกลายเป็นเจ้าของสิ่งของที่เงินของฉันซื้อไว้?"
"ปากดีนักนะไอ้สวะ!" ไทสันคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอายที่ถูกหยามเกียรติ์ต่อหน้าลูกน้องนับสิบ "แกคิดว่าแค่มีเงินติดตัวนิดๆ หน่อยๆ แล้วจะทำเป็นกร่างได้งั้นรึ? ที่นี่คือเขตอิทธิพลของกิลด์อัสนีทมิฬ! ต่อให้แกจะเป็นฮันเตอร์หน้าใหม่ที่ไหน แต่ถ้าขัดขวางพวกเรา... จุดจบของแกมีเพียงความตายเท่านั้น!"
สิ้นเสียงคำราม พลังสายฟ้าสีม่วงเข้มก็ระเบิดออกจากร่างของไทสัน ประกายไฟแลบแปล๊บไปทั่วห้องรับรองจนเฟอร์นิเจอร์รอบด้านแตกละเอียดเป็นจุล มันพุ่งทะยานเข้าหาหลินเฟยด้วยความเร็วเหนือเสียง พริบตานั้น กรงเล็บเคลือบสายฟ้าถูกง้างออกหมายจะปลิดชีพชายหนุ่มให้ขาดใจตายคามือ
คนของกิลด์อัสนีทมิฬที่ยืนล้อมอยู่รอบห้องต่างส่งเสียงหัวeเราะเยาะออกมาอย่างสะใจ พวกมันรอคอยที่จะได้เห็นภาพฮันเตอร์หนุ่มผู้หยิ่งยโสถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ
แต่ทว่า... ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องของความเจ็บปวด
หลินเฟยไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายังคงจิบไวน์ในแก้วอย่างใจเย็น ปล่อยให้หมัดสายฟ้าพุ่งเข้ามาใกล้จนห่างจากใบหน้าเพียงไม่กี่เซนติเมตร และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ม่านพลังสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นรอบตัวของหลินเฟยราวกับปาฏิหาริย์
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนมหาศาลตีกลับใส่ไทสันอย่างรุนแรงจนร่างกำยำกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับผนังห้องคอนกรีตเสริมเหล็กจนยุบลงไปเป็นแอ่ง เลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกจากปากของไทสันทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"อ๊ากกก... เป็นไปได้ยังไง!" ไทสันคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดและไม่เชื่อสายตาตัวเอง เลเวล 85 ของมัน... การโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของมัน กลับถูกปัดป้องด้วยบาตรพลังงานที่มองไม่เห็นเนี่ยนะ?
"แก... แกใช้เล่ห์กลอะไร!" ไทสันตะโกนถาม เสียงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มคืบคลานเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ
หลินเฟยค่อยๆ วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาไทสันทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
"เล่ห์กลงั้นหรือ?" หลินเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองร่างที่กำลังนอนดิ้นรนอยู่กับพื้น "สำหรับพวกแกที่มองโลกแค่เพียงกบในกะลา เงินตราและอำนาจที่แท้จริงคือสิ่งที่พวกแกไม่มีวันจินตนาการถึง... และในเมื่อแกกล้าอาจหาญมาขวางทางฉัน..."
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของไทสันที่พยายามตะเกียกตะกายหนี เขายื่นเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนอกของหัวหน้านักฆ่าแห่งกิลด์อัสนีทมิฬอย่างไม่ไยดี น้ำหนักมหาศาลกดทับลงไปจนกระดูกซี่โครงของไทสันส่งเสียงลั่นกรอบ
"อึก... ปล่อย... ปล่อยฉันนะเว้ย! ถ้ารู้ว่ากิลด์อัสนีทมิฬเป็นใคร แกตายไม่...!"
*เพี๊ยะ!*
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวจนหน้าหัน แรงกระแทกนั้นรุนแรงเสียจนฟันกรามของไทสันหลุดร่วงออกมาพร้อมกับกองเลือดสดๆ เลือดกบปากทะลักนองเต็มพื้น หลินเฟยลงมืออย่างไร้ความปราณี ตบซ้ำลงไปอีกครั้งอย่างไร้ความลังเล จนใบหน้าของยอดฝีมือระดับหัวกะทิแปร
"เก่งนักไม่ใช่เหรอ? ปากดีไม่ใช่เหรอ?" หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่กดดันจนลูกสมุนคนอื่นๆ ที่เหลือต่างพากันถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา "จำใส่สมองโง่ๆ ของแกไว้... คนที่แกกำลังหาเรื่องอยู่ตอนนี้ คือคนที่สามารถซื้อกิลด์ของพวกแกได้ทั้งกิลด์ด้วยเงินเพียงเศษเสี้ยวเดียว!"
ลินดาเดินเข้ามาเคียงข้างสามี มือเรียวบางวางลงบนแขนของหลินเฟยเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและย้ำเตือนว่าเธอยังคงอยู่ตรงนี้ เคียงข้างเขาเสมอไม่ว่าจะยามสุขหรือยามที่ต้องชำระแค้นเลือดแลกเลือด
"เฟยคะ... อย่าเสียเวลากับเศษสวะพวกนี้เลยค่ะ" ลินดาเอ่ยเสียงหวาน ทว่าสายตาที่มองไปยังพวกมันกลับเย็นชาไร้ความรู้สึก "ข้างนอกนั่น... มีแขกคนสำคัญรอพบเราอยู่นะคะ"
หลินเฟยหันไปยิ้มให้ภรรยาด้วยความอ่อนโยน รอยยิ้มที่แตกต่างจากความเหี้ยมโหดเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "นั่นสินะที่รัก... เรายังมีบัญชีที่ต้องสะสางกับตัวการใหญ่อีก"
ชายหนุ่มก้มมองไทสันที่นอนหมดสภาพ หอบหายใจโรยรินอยู่ใต้ฝ่าเท้า ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เลื่อนนิ้วแตะเบาๆ ลงบนชิปอัจฉริยะเพื่อเรียกใช้งานระบบ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับแสงสีทองสว่างวาบที่สะท้อนสะพรั่งทั่วทั้งห้อง ทันใดนั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์รบส่วนตัวรุ่นล่าสุดนับสิบลำก็ดังกระหึ่มขึ้นบนท้องนากายเหนืออาคาร พร้อมกับกองกำลังเฉพาะกิจติดอาวุธครบมือที่โรยตัวลงมาล้อมรอบตึกแห่งนี้ไว้ทั้งหมดในพริบตาเดียว...
และก่อนที่ไทสันจะทันได้เอ่ยคำขอร้องชีวิต เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูกลุ่มควัน พร้อมกับรอยยิ้มอันคุ้นเคยที่ทำให้หลินเฟยต้องหรี่ตามองด้วยความประหลาดใจ...
ฮันเตอร์หมอเทวะ: ขอโทษที พอดีเงินในระบบมันเยอะไปหน่อย•ตอนที่ 23
ตบหน้าให้เลือดกบปาก
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์หมอเทวะ: ขอโทษที พอดีเงินในระบบมันเยอะไปหน่อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!