เสียงกริ๊กรัวของชัตเตอร์กล้องนับสิบตัวที่ระดมสาดแสงแฟลชเข้าใส่ ทำให้อากาศในห้องสตูดิโอแคบลงไปถนัดตา แต่สิ่งที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย กลับไม่ใช่ความร้อนของไฟสตูดิโอ หากแต่เป็นฝ่ามือหนาของอัลฟ่าหนุ่มตัวร้ายที่ยังคงกุมข้อมือเรียวของคิรินทร์เอาไว้แน่นต่อหน้าต่อตาภานุและทีมงานนับชีวิต
คิรินทร์แทบอยากจะสะบัดมือออกให้หลุดในทันที หากไม่ติดว่ารอยยิ้มพราวระยับที่มุมปากของกษิดิ์เดชกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง
"ขอโทษทีนะครับพอดีผมเป็นคนขี้หวง... ของของผมน่ะ ใครก็ไม่มีสิทธิ์แตะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจเปล่งออกมาให้ไมโครโฟนไร้สายของกองถ่ายเก็บบันทึกไว้ได้ทุกกระเบียดนิ้ว ทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เงียบกริบลงในเสี้ยววินาที ภานุนิ่งค้างไป ใบหน้าคมคายฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ขณะที่ธามซึ่งยืนอยู่มุมห้องถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปาก
คิรินทร์กัดกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นมาภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง โปรดิวเซอร์หนุ่มผู้ควบคุมทุกความสมบูรณ์แบบของโปรเจกต์นี้ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ศิลปินในความดูแลจะกล้าเล่นนอกบทกลางวงสื่อมวลชนได้หน้าตาเฉยขนาดนี้
"คุณเซนกำลังพูดเรื่องอะไรคะ/ครับ... เอ๊ย หมายถึง พูดเรื่องอะไรอยู่?" คิรินทร์เกือบหลุดคำลงท้ายของผู้ชายออกไปเมื่อเจอความหน้าด้านของอีกฝ่ายเล่นงานเข้าอย่างจัง ดีที่ดึงสติกลับมาใช้คำพูดเรียบๆ ได้ทันเวลา "นี่คือการทำงานค่ะ/ค่ะ ไม่ใช่เวทีละครลิง กรุณามารยาททางสังคมด้วยค่ะ/ค่ะ"
"ละครลิงอะไรกันครับโปรดิวเซอร์คีย์... ผมพูดเรื่องจริงต่างหาก" เซนเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาสีนิลพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นคนตรงหน้าพยายามซ่อนพิรุธ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดจนกลิ่นฟีโรโมนกลิ่นชาเขียวมัทฉะเจือจางของคิรินทร์ลอยปะปนกับกลิ่นอายอัลฟ่าอันทรงพลังของเขาเอง "หรือว่า... เมื่อคืนตอนที่เราอยู่ด้วยกันสองต่อสอง คุณลืมไปแล้วว่าพูดอะไรกับผมบ้าง?"
ประโยคกำกวมที่ตั้งใจทิ้งระเบิดลูกใหญ่กลางวงสัมภาษณ์ ทำให้เสียงซุบซิบของทีมงานดังระงมขึ้นทันที ภานุก้าวเข้ามาหมายจะดึงตัวคิรินทร์ออกห่าง แต่เซนกลับเร็วกว่า มือหนาอีกข้างรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั่ว
"ถ้าโปรดิวเซอร์ยังดื้อแพ่งจะเปลี่ยนคิวโปรโมตเพลงใหม่ตามใจคนอื่นล่ะก็... ผมอาจจะต้องเอาเรื่อง 'ความลับ' ของเราไปบอกสื่อแทนแล้วล่ะครับ ว่าโปรดิวเซอร์คนเก่งเขาดูแลศิลปิน 'แนบชิด' ขนาดไหนในห้องแต่งตัว"
คิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยมาตลอดพุ่งสูงด้วยความโกรธจนเลือดสูบฉีด "คุณเซน! คุณมัน... เล่นสกปรก!"
"เขาเรียกว่ากลยุทธ์ทางธุรกิจต่างหากครับคนสวย" เซนกระซิบชิดใบหูขาวจัด เสียงทุ้มพร่าต่ำจนคนฟังขนลุกซู่ "ยอมรับความจริงเถอะน่า... ว่าคุณก็ใจเต้นเหมือนกัน"
คำพูดเย้าแหย่ที่แฝงไปด้วยความจริงจังบางอย่าง ทำให้หัวอกข้างซ้ายของคิรินทร์กระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ปากบอกว่าเกลียดความกะล่อนของอัลฟ่าตัวร้ายนี่นักหนา แต่ทำไมปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่ถึงได้เย็นเฉียบและหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินกันเล่า
"คุณคีย์ครับ อย่าไปฟังเขาเลย" ภานุแทรกตัวเข้ามาแทิงกลางระหว่างทั้งคู่ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงด้วยความหึงหวงอย่างไม่ปิดบัง "เซน... นายกำลังล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ นี่มันงานแถลงข่าวโปรเจกต์ ไม่ใช่ที่มาเล่นขายของ"
"อ้าวเหรอครับ? ผมนึกว่างานเปิดตัวแฟนซะอีก" เซนยักไหล่กวนๆ แต่สายตากลับคมกริบยามมองจ้องภานุ "ถ้าไม่อยากให้ผมล้ำเส้นมากกว่านี้ ก็ถอยไปซะครับ เพราะดูท่าทางโปรดิวเซอร์ของคุณเขาจะชอบให้ผมล้ำเส้นมากกว่ายืนฟังคุณบ่นนะ"
"นาย...!"
"พอได้แล้วค่ะทั้งสองคน!" คิรินทร์สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมของเซนได้สำเร็จ ใบหน้าสวยเฉียบตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากวาดมองรอบห้องที่ตอนนี้กลายเป็นเป้าสายตาของทุกคนไปเสียแล้ว "ถ้ายังไม่อยากให้โปรเจกต์นี้พังไม่เป็นท่าเพราะข่าวฉาวไร้สาระของพวกคุณ กรุณากลับไปนั่งที่แล้วซ้อมคิวต่อให้เรียบร้อยค่ะ/นะคะ!"
โปรดิวเซอร์หนุ่มทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะหันหลังเดินจ้ำอ้าวหนีออกไปทางประตูหลังสตูดิโอทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้เอ่ยท้วงอะไรอีก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนและแววตาคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีกวนประสาทนั้นต่างหากที่กำลังทำลายเกราะป้องกันของเขาลงทีละนิด
"ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายชะมัด" คิรินทร์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ยามยกมือขึ้นแตะหน้าอกข้างซ้ายที่ยังคงไหวระริก
"แหม... ดูเหมือนเกมปั่นประสาทครั้งนี้ ศิลปินตัวร้ายของเราจะชนะขาดลอยเลยนะคะคุณโปรดิวเซอร์"
เสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณทางเดินแคบๆ ข้างห้องแต่งตัวทำเอาคิรินทร์สะดุ้งสุดตัว เซนก้าวออกมาจากเงาสลัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงใหญ่ยืนขวางทางเดินเอาไว้ทั้งหมด ปิดตายทุกทางหนีราวกับตั้งใจจะต้อนเหยื่อให้จนมุม
คิรินทร์ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ขณะที่เซนสาวเท้าเข้ามาประชิดด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความจริงจังอันร้อนแรง จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศหายใจ
"จะ... จะทำอะไรถอยไปนะเซน" คิรินทร์พยายามดึงเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ดวงตากลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
เซนไม่ตอบ เขาเพียงแค่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน กลิ่นอายอัลฟ่าแผ่ซ่านโอบล้อมรอบตัวโปรดิวเซอร์หนุ่มจนเหมือนถูกกักขังไว้ในอาณาจักรของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"ไม่ได้จะทำอะไรครับ..." เซนกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่เปิดเปลือยจนหมดเปลือก "แค่จะมาทวงคำตอบ... ว่าที่คุณบอกว่าเกลียดผมน่ะ มันจริงสักครึ่งนึงหรือเปล่า?"
ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคิรินทร์ราวกับจะอ่านทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจ และในวินาทีที่คิรินทร์อ้าปากเตรียมจะตอกกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบ เซนกลับขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแนบชิดกันโดยไม่ทันตั้งตัว—
"ถ้าไม่ตอบ... ผมจะถือว่าคุณยอมรับว่ารักผมแล้วนะ"
กระต่ายพระจันทร์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ/ค่ะ
อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา•ตอนที่ 11
เกมปั่นประสาท
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!