"ถ้าไม่ตอบ... ผมจะถือว่าคุณยอมรับว่ารักผมแล้วนะ"
ประโยคท้าทายนั้นแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องอัดเสียงสลัว ปลายนิ้วของคิรินทร์ที่กำลังแตะอยู่บนคีย์บอร์ดเปียโนชะงักกึก ลมหายใจของโปรดิวเซอร์หนุ่มสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของอัลฟ่าหนุ่มตัวร้าย
เซนไม่ได้ถอยหนี เขายังคงยืนค้ำร่างของคิรินทร์ไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งที่ท้าวกับขอบเปียโน ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีช่องว่างให้ปะปน กลิ่นฟีโรโมนประจำตัวของอัลฟ่าปะปนกับกลิ่นชาอูหลงจางๆ ของคีย์ สร้างบรรยากาศที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างไร้เหตุผล
"คุณนี่มัน... มั่นหน้าเกินเบอร์ไปหน่อยแล้วมั้ง กษิดิ์เดช" คิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ใครเขาจะไปยอมรับเรื่องไร้สาระแบบนั้นกัน"
"ไร้สาระตรงไหน" เซนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สันจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากที่มักจะเอ่ยคำพูดกวนประสาทอยู่เสมอกำลังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ "ถ้ามันไร้สาระ ทำไมหูของคุณถึงแดงแจ๋ลามไปถึงต้นคอขนาดนั้นล่ะครับ... โปรดิวเซอร์คีย์"
คิรินทร์รีบยกมือขึ้นแตะใบหูของตัวเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะชะักมือกลับแทบไม่ทันเมื่อรู้ตัวว่าติดกับดักความเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายเข้าแล้ว โอเมก้าหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ นัยน์ตาคู่สวยฉายแววค้อนควับ พลางผลักอกแกร่งให้ออกห่างจากพื้นที่ส่วนตัว
"ถอยไปได้แล้วครับ งานของเรายังไม่เสร็จ" คิรินทร์เอ่ยเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความรัญจวนใจที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างน่าหงุดหงิด "ไหนล่ะเพลงใหม่ที่คุณบอกว่าแต่งเสร็จแล้ว เอาเนื้อร้องมานี่สผมจะตรวจ"
เซนหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ยอมถอยหลังกลับไปยืนเว้นระยะตามความต้องการของอีกฝ่าย แต่สายตายังคงพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด มือหนาหยิบกระดาษโน้ตแผ่นยับยู่ยี่ออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต วางลงบนแท่นวางโน้ตเปียโนตรงหน้าคิรินทร์
"เชิญทอดพระเนตรได้เลยครับท่านโปรดิวเซอร์ รับรองว่าอ่านแล้ว... ตับพังแน่นอน"
คิรินทร์ปรายตามองค้อนอีกรอบ ก่อนจะก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น ทันทีที่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก รอยยิ้มหยันบนใบหน้าของโอเมก้าหนุ่มก็ค่อยๆ เลือนหายไป ความเงียบงันที่น่าอึดอัดเข้ามาแทนที่บรรยากาศขี้เล่นเมื่อครู่ทันที
ตัวโน้ตและเนื้อเพลงที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ นั้นไม่ใช่เพลงรักคลั่งรักอย่างที่เซนชอบหยอกล้อ แต่มันคือบทเพลงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโดดเดี่ยว และรอยแผลเป็นในอดีตที่ถูกกรีดซ้ำ
*“เสียงปรบมือรอบตัวช่างดังสนั่น... แต่โลกใบนี้ช่างเงียบงัน
รอยยิ้มที่สวมหน้ากาก... มีไว้เพื่อซ่อนน้ำตาที่ไม่มีใครต้องการ
คำว่า ‘ไว้ใจ’ คือใบมีดที่กรีดลงกลางใจ... โดยคนที่รักมากที่สุด”*
คิรินทร์ชะงัก นิ้วมือที่วางอยู่บนคีย์บอร์ดสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำอันดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ก้นบึ้งของหัวใจถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของเพื่อนสนิทในอดีตที่ขโมยผลงานเพลงชิ้นเอกของเขาไปขายให้ค่ายอื่นเพื่อแลกกับชื่อเสียง ภาพของการหักหลังที่ทำให้เขาปิดตายหัวใจไม่ยอมแต่งเพลงให้ใครร่วมปี... ทุกอย่างไหลทะลักเข้ามาในหัวจนหายใจไม่ออก
เซนสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงถนัดตา รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังและห่วงใยอย่างลึกซึ้ง มือหนาวางทับลงบนมือที่สั่นเทาของคิรินทร์ บีบกระชับเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่น
"ผมรู้..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ไร้ซึ่งความทะ้นทาย "ผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว... คีย์"
คิรินทร์เงยหน้าขึ้นขวับ นัยน์ตาทอประกายความตกใจและไม่พอใจระคนกัน "คุณ... รู้เรื่องอะไร"
"เรื่องที่คุณเคยถูกหักหลังเรื่องเพลง... เรื่องที่คุณเกือบจะทิ้งวงการดนตรีไปตลอดกาล" เซนสบตาอีกฝ่ายนิ่ง แววตาของอัลฟ่าหนุ่มไม่ได้มีความสมเพชเวทนา มีเพียงความเจ็บปวดที่สะท้อนอยู่ในนั้น "ตอนแรกผมสงสัยว่าทำไมโปรดิวเซอร์มือทองอย่างคุณถึงเลือกที่จะเก็บตัวและปฏิเสธทุกค่ายเพลง จนกระทั่งผมให้ธามช่วยสืบเรื่องของคุณ... ผมถึงได้รู้ว่า บาดแผลที่คุณแบกรับไว้มันหนักหนาแค่ไหน"
"ใครอนุญาตให้คุณไปขุดคุ้ยเรื่องของผม!" คิรินทร์ตวัดเสียงกร้าว ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่พยายามกลั้นไว้ด้วยความถือดี ความโกรธผสมผสานกับความเปราะบางภายในจิตใจทำให้เสียงของเขาขาดห้วง "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าเอาแผลเป็นของคนอื่นมาล้อเล่นแบบนี้!"
"ผมไม่ได้ล้อเล่น!" เซนขึ้นเสียงบ้าง แต่มือที่กุมมือคิรินทร์ไว้กลับยิ่งกระชับแน่นขึ้น อัลฟ่าหนุ่มดึงรั้งร่างโปรดิวเซอร์คนเก่งให้ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากัน "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าเพลงนี้ผมแต่งให้คนอื่น? คุณคิดว่าผมเอาเรื่องของคุณมาเขียนเป็นนิยายปรัมปราเพื่อความบันเทิงหรือไง!"
คิรินทร์ชะงัก งุนงงกับประโยคที่ได้ยิน "หมายความว่ายังไง..."
เซนสูดหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิต ดวงตาคมเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นระริก "ผมแต่งเพลงนี้ขึ้นมา... เพราะผมมองเห็นตัวเองในตัวคุณ คีย์"
ห้องอัดเสียงตกอยู่ในความเงียบงัดอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติ
"คุณเห็น... ตัวเอง?" คิรินทร์ทวนคำ เสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ
"ใช่" เซนแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง แววตาฉายแววความโดดเดี่ยวที่ซ่อนเร้นมานานปี "คุณคิดว่าซูเปอร์สตาร์ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดอย่างผมมีความสุขนักหรือไง? เบื้องหลังแสงไฟนับล้านดวง เบื้องหลังเสียงกรี๊ดและยอดขายถล่มทลาย... ผมมันก็แค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกครอบครัวทอดทิ้ง ถูกคนรอบข้างหลอกใช้เพื่อผลประโยชน์ ถูกมองเป็นแค่ ‘เครื่องมือผลิตเงิน’ ไม่เคยมีใครรักตัวตนจริงๆ ของผมเลยสักคน... จนกระทั่งผมได้มาเจอคุณ"
คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาจากปากของอัลฟ่าหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ทำให้คิรินทร์ลืมหายใจ ภาพลักษณ์ของซูเปอร์สตาร์ผู้เพียบพร้อมพังทลายลง เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่มีรอยแผลลึกไม่ต่างจากเขาเลย
"ผมเกลียดวงการนี้..." เซนพูดต่อ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน "ผมเกลียดความปลอมเปลือก เกลียดการต้องปั้นหน้ายิ้มให้คนที่ไม่แม้แต่จะรู้จักตัวตนของผม... แต่พอได้มาร่วมงานกับคุณ ได้เห็นความมุ่งมั่น สายตาที่ดื้อรั้นแต่จริงใจของคุณ... คีย์ คุณทำให้ผมรู้ว่า โลกใบนี้มันยังมีมุมที่น่าอยู่ขึ้นมาบ้าง"
นิ้วเรียวอุ่นของเซนเลื่อนขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าตาของคิรินทร์ออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นช่างขัดกับบุคลิกปากจัดของเจ้าตัวโดยสิ้นเชิง
"เพลงนี้... ไม่ใช่เพลงที่ตอกย้ำความเจ็บปวดของคุณหรอกนะคีย์" เซนกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยแรงอารมณ์ "แต่มันคือเพลงที่บอกว่า... *เราไม่ต้องแบกรับมันไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว*"
คิรินทร์นิ่งงัง หัวใจที่เคยปิดตายถูกแรงกระแทกจากความจริงใจที่พรั่งพรูเข้ามาจู่โจมจนตั้งรับไม่ทัน ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอก ทลายกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปีจนหมดสิ้น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นขณะมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนอบอวลไปด้วยความเปราะบางและความเสน่หาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมานิยาม เซนโน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดกัน ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันนิ่ง รอคอยจังหวะเวลาที่เส้นกั้นสุดท้ายจะขาดผึ่ง
ทว่า—
*ปัง!*
เสียงเปิดประตูห้องอัดเสียงถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะเตือนใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกับเสียงหอบหายใจรัวของธามที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
"เซน! คีย์! พวกนายต้องรีบดูนี่ด่วนเลย!" ธามตะโกนลั่นห้อง แทบจะสะดุดขาตัวเองล้ม "ตอนนี้ปาปารัสซี่ข้างนอกกำลังรุมทึ้งหน้าตึก และ... คลิปที่พวกนายสองคนอยู่ด้วยกันในห้องนี้เมื่อคืน หลุดว่อนโซเชียลมีเดียจนติดเทรนด์อันดับหนึ่งไปแล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ
อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา•ตอนที่ 12
ความจริงครึ่งใบ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!