แท็บเล็ตในมือของธามสั่นระรัวจนแทบจะหลุดร่วง หน้าจอสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบในห้องพักศิลปินที่มืดสลัว กลิ่นอายความโกลาหลลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นฟีโรโมนกลิ่นสนเปียกของอัลฟ่าที่เริ่มแปรปรวนจนน่าอึดอัด
"นายแน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่ข่าวปลอมจากพวกเพจเสี้ยม?"
คิรินทร์เอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าดวงตากลับหรี่ลงอย่างใช้ความคิด นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะกระชั้นชิด ความนิ่งขรึมของโปรดิวเซอร์หนุ่มไม่ได้แปลว่าเขาไม่รู้สึกอะไร ตรงกันข้าม... ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น คลื่นอารมณ์กำลังตีรวนราวกับพายุหมุน
"ปลอมบ้าอะไรล่ะคีย์! รูปโคลสอัปหน้าพวกนายสองคนชัดเจนขนาดนั้น แถมมุมกล้องยังฟ้องโต้งๆ ว่าถ่ายจากตึกฝั่งตรงข้ามเมื่อคืนตอนตีสอง! ตอนนี้แฮชแท็ก #โปรดิวเซอร์กับอัลฟ่าตัวร้าย พุ่งทะยานขึ้นอันดับหนึ่งเทรนด์โลกไปเรียบร้อยแล้ว สำนักข่าวบันطةทุกสำนักกำลังโทรมาเบอร์ฉันจนสายแทบไหม้!" ธามละล่ำละลักละลือก ยกดือขึ้นขยี้ผมตัวเองด้วยความเครียดจัด ก่อนจะเหลือบมองคนตัวโตที่ยืนนิ่งเป็นหินอยู่มุมห้อง
เซนไม่ปริปากพูดสักแอะเดียว
ร่างสูงใหญ่ของซูเปอร์สตาร์หนุ่มยืนทอดเงาทาบทับผ้าม่านสีทึบ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนน่ากลัว ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนกล้ามเนื้อนูนเด่นชัด กลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าป่าเถื่อนที่ปกติถูกควบคุมไว้ด้วยยาระงับกลิ่น กลับรั่วไหลออกมาคุกคามบรรยากาศในห้องจนธามต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองด้วยความหวาดหวั่น
เขากำลังโกรธ... ไม่ใช่โกรธนักข่าวพวกนั้น แต่กำลังโกรธตัวเองที่ปล่อยให้ช่องโหว่เล็กๆ กลายมาเป็นเครื่องมือทำร้ายคนที่เขาพยายามปกป้อง
"ออกไปก่อน... ธาม" เสียงทุ้มต่ำของเซนดังขึ้น ขัดจังหวะความวุ่นวายในห้อง น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดาร์กจนคนฟังต้องสะดุ้ง
"ฮะ? นายจะบ้าเหรอเซน! สถานการณ์แบบนี้เราต้องรีบปรึกษาทีม PR เพื่อออกแถลงการ--"
"ฉันบอกให้ออกไป!" เซนตวาดลั่น ดวงตาสีเข้มคมกริบตวัดกลับมามองผู้จัดการส่วนตัวด้วยแววตาดุดันราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ "ฉันอยากอยู่คนเดียว... กับคีย์"
ธามอ้าปากค้างจะเถียงต่อ แต่พอเจอสายตาดุดันคู่นั้นเข้าจริง ๆ ก็ต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ เขาหันไปมองหน้าคิรินทร์เชิงขอความช่วยเหลือ โปรดิวเซอร์หนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะพยักหน้าให้น้อยๆ เป็นเชิงอนุญาต
ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับคืนสู่ห้องอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงของอัลฟ่าหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
คิรินทร์ไม่ยอมถอยหนี เขาวางแท็บเล็ตลง เดินเข้าไปใกล้ร่างสูงที่กำลังจมดิ่งอยู่ในความมืดมนของตัวเอง ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในตัวอีกฝ่าย เซนในตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนซูเปอร์สตาร์ผู้เพอร์เฟกต์ที่ใครๆ ต่างหลงใหล แต่เป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าจนหลังแทบหัก
"นายจะโทษตัวเองไปถึงไหน?" คิรินทร์เปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ทว่ายังคงความเฉียบคม "ข่าวหลุดก็คืออุบัติเหตุ เราแค่แก้ปัญหาตามขั้นตอน ไม่ใช่เวลามานั่งทำหน้าเหมือนหมาโดนทิ้งแบบนี้"
"ฉันไม่ได้ห่วงตัวเอง..." เซนหันกลับมามองหน้าเขา ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "ฉันห่วงนาย คีย์ นายก็รู้ว่าวงการนี้มันใจร้ายแค่ไหน พวกมันจะขุดคุ้ยอดีตที่นายพยายามลืม จะเหยียบย่ำผลงานที่นายสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อ... ทั้งหมดก็เพราะฉัน เพราะความประมาทของฉันคนเดียว!"
น้ำเสียงที่ปกติมักจะกวนประสาทและปากร้ายใส่กันเสมอ บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อย เจือความรู้สึกผิดอย่างล้นปรี่จนคิรินทร์รู้สึกแปลบในอก
โปรดิวเซอร์หนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัว ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองอัลฟ่าหนุ่มที่ตัวสูงกว่า ปลายนิ้วเรียวเอื้อมออกไปแตะลงบนลาวไหล่กว้างที่กำลังเกร็งเครียดอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนผ่านเนื้อผ้าทำให้เซนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะนิ่งงัน
"มองหน้าฉัน, เซน"
คำสั่งนุ่มนวลแต่ทรงพลังทำให้ซูเปอร์สตาร์หนุ่มยอมสบตา คิรินทร์ส่งยอยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง—ส่งผ่านความจริงใจที่ไร้การปรุงแต่งใดๆ
"อดีตของฉันมันตายไปนานแล้ว ไม่มีอะไรที่พวกมันจะเอาไปทำลายได้มากกว่านี้อีกแล้วล่ะ" คิรินทร์เอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคู่สวยฉายประกายแน่วแน่ "ส่วนเรื่องข่าว... นายคิดว่าคนอย่างคิรินทร์จะยอมก้มหัวให้พวกสัพพะเหรอรุมทึ้งเหรอ? ฝันไปเถอะ"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและทัศนคติอันเฉียบคม ทำให้หัวใจที่ด้านชาและโดดเดี่ยวของเซนกระตุกวูบ ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอก ทะลวงผ่านกำแพงน้ำแข็งที่เขาใช้กั้นโลกใบนี้มานานแสนนาน
อัลฟ่าหนุ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป มือหนารวบรัดเอวบางของโปรดิวเซอร์หนุ่มเข้ามาประชิดตัวในเสี้ยววินาที แรงดึงที่รวดเร็วทำให้คิรินทร์เซถลาเข้าไปซบอกแกร่งโดยอัตโนมัติ กลิ่นฟีโรโมนสนเปียกที่ปะปนความเครียดเมื่อครู่ บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความโหยหาและออดอเซาะอย่างน่าประหลาด
"ขอโทษ..." เซนซบใบหน้าลงกับลาดไหล่ของอีกฝ่าย สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่เป็นดั่งยาชาชั้นดี ช่วยบรรเทาความบ้าคลั่งในจิตใจของเขาให้สงบลง "ตอนนี้นายทำให้ฉันรู้สึกว่า... ฉันขาดนายไม่ได้จริงๆ แล้วนะ, คีย์"
คิรินทร์ไม่ได้ผลักไส ปล่อยให้ร่างสูงโอบกอดไว้เช่นนั้น มือเรียวยกขึ้นโอบรอบแผ่นหลังกว้าง ลูบเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน ความใกล้ชิดที่แนบแน่นทำให้เคมีระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงจนอุณหภูมิในห้องร้อนระอุขึ้นอย่างฉับพลัน เสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกันดังสะท้อนก้องในความเงียบ
บรรยากาศเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและเปราะบาง ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ มีเพียงภาษาของร่างกายที่สื่อสารความรู้สึกที่แท้จริงออกมาจนหมดเปลือก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหอมหวานและเคมีระหว่างทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวจนแทบละลาย...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไร้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาอย่างไรมารยาทของธามที่หน้าตาตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม
"คีย์! เซน! แย่แล้ว! เจ้าของค่ายบินตรงมาจากต่างประเทศ และตอนนี้... เขากำลังยืนรอพวกนายอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ พร้อมกับ... พ่อเลี้ยงของนายเอง, คีย์!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกระต่ายพระจันทร์เสมอนะคะ
อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา•ตอนที่ 13
สัมผัสที่จริงใจ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!