อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา•ตอนที่ 9

ดาวใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
ความเงียบงันในห้องพักส่วนตัวหลังม่านกำมะหยี่สีเข้มไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยสักนิด มันหนาแน่นและบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก “คุณรู้อะไรมากันแน่ คิรินทร์” น้ำเสียงของเซนต่ำทุบลงกลางความเงียบ ราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกทุ่มลงบนพื้นหินจนแตกกระจาย นัยน์ตาคู่คมของอัลฟ่าหนุ่มไม่ได้ฉายแววเกรี้ยวกราดอย่างเคย แต่มันกลับลึกล้ำและเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล คิรินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด สมองของโปรดิวเซอร์หนุ่มหมุนเร็วจี๋เพื่อประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้า คำพูดที่หลุดปากออกไปเมื่อครู่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นผลผลิตจากเอกสารลับกองโตที่เขาเพิ่งขุดคุ้ยพบในห้องทำงานของผู้บริหารค่ายเพลงเมื่อคืนก่อน แผนการโปรโมตที่ถูกเซ็ตอัพขึ้นมาเพื่อดิสเครดิตเซนและทำลายโปรเจกต์เพลงใหม่ให้พังครืนลงไปในคราวเดียว—และเขากำลังเดินตกลงมาในหลุมพรางนั้นอย่างโง่เขลา “ถ้าฉันบอกว่าทั้งหมดนี่คือกับดักที่คุณกำลังจะเดินเข้าไปเหยียบ… คุณจะเชื่อฉันไหมล่ะ กษิดิ์เดช” คิรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก แต่กรอบความนิ่งขรึมที่สร้างไว้หลายปีช่วยพยุงน้ำเสียงของเขาให้ราบเรียบและมั่นคงที่สุด เซนแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวจนคิรินทร์ต้องถอยหลังไปชนเข้ากับผนังกระจกใสของระเบียงห้อง กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นสนป่าและไอฝนของอัลฟ่าพวยพุ่งเข้าโอบล้อมกายอย่างคุกคาม แต่วินาทีนี้ไม่มีใครสนใจสัญชาตญาณดิบเถื่อนเหล่านั้นอีกแล้ว เมื่อความจริงข้อใหญ่กำลังทับถมอยู่บนบ่าของพวกเขาทั้งคู่ “หึ กับดักงั้นเหรอ… คุณคิดว่าผมไม่รู้หรือไงว่าพวกเบื้องบนมันเล่นตลกอะไรอยู่หลังฉาก” เซนโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ระยะห่างระหว่างปลายจมูกเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้มของโอเมก้าหนุ่ม “สิ่งที่ผมอยากรู้ไม่ใช่เรื่องแผนสกปรกนั่น… แต่คือคุณต่างหาก คิรินทร์ คนที่รักความสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าชีวิต ทำไมถึงยอมเอาชื่อเสียงตัวเองมาเสี่ยงกระโจนลงมาในกองไฟกับผม?” คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจของคิรินทร์เต็มแรง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสไหววับไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัว—วันที่เขาเคยถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลังในสตูดิโอ วันที่เสียงดนตรีที่เขารักกลายเป็นเครื่องมือในการเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ความเจ็บปวดและแผลเป็นในใจที่ไม่เคยจางหาย ทำให้คิรินทร์กลายเป็นคนปิดตายและเลือกที่จะเชื่อมั่นใน “ระบบ” และ “ความสมบูรณ์แบบ” เท่านั้น เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนมีโอกาสทำลายมันได้อีก แต่กับเซน… ผู้ชายคนนี้กลับมีบางอย่างที่เหมือนกับเขาอย่างน่าประหลาด “เพราะฉันเกลียด… คนที่ฉีกความฝันของคนอื่นเล่นเป็นของเล่น” คิรินทร์กระซิบตอบ เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยแต่ชัดถ้อยชัดคำในความเงียบยามวิกาล “ฉันเคยโดนมาแล้ว… ความรู้สึกที่ทุ่มเทแทบตายเพื่อให้ผลงานชิ้นหนึ่งออกมาสมบูรณ์แบบ แต่สุดท้ายกลับถูกพวกเห็นแก่ตัวปู้ยี่ปู้ยำจนไม่เหลือชิ้นดี… ฉันเกลียดมันที่สุด” เซนชะงักไป นัยน์ตาคู่คมที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวค่อย ๆ อ่อนแสงลง ความแข็งกร้าวในตัวอัลฟ่าหนุ่มคลายตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินประโยคที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้น เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของโปรดิวเซอร์หนุ่ม และพบเงาของความโดดเดี่ยวที่คุ้นเคยสะท้อนอยู่ข้างใน—เงาเดียวกับที่เขาเห็นในกระจกทุกครั้งยามตื่นขึ้นมาในห้องพักซูเปอร์สตาร์ที่ไร้ผู้คนเหลียวแล “ที่แท้… คุณก็พวกเดียวกับผมสินะ” เซนพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของคิรินทร์แผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านที่แตะลงบนผิวเนื้อทำให้หัวใจของโอเมก้าหนุ่มกระตุกวาบอย่างควบคุมไม่ได้ “ไอ้พวกบ้างานที่ใช้ดนตรีเป็นเกราะกำบังหัวใจที่แตกสลาย” คิรินทร์ไม่ได้ปัดมือคู่นั้นออก เขาปล่อยให้อัลฟ่าหนุ่มสัมผัสตนเองในระยะประชิด ท่ามกลางแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นการหลอมรวมทางความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำบรรยาย “อย่ามาทำเป็นรู้ดีน่า กษิดิ์เดช” คิรินทร์พยายามดึงเสียงแข็งกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อนั้นทรยศเขาจนหมดสิ้น เซนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงจนกลายเป็นความอบอุ่นที่เกือบจะอันตรายต่อหัวใจของทั้งคู่ “ผมไม่ได้รู้ดี… แต่ผมรู้สึกได้” เซนขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของพวกเขาสัมผัสกันเบา ๆ ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว “ในเมื่อเราต่างก็อยู่บนเรือลำเดียวกัน และมีศัตรูตัวเดียวกัน… ทำไมเราไม่มาลองเดิมพันกันสักตั้งล่ะ โปรดิวเซอร์คิรินทร์?” คิรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเซน หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความหวาดกลัวในอดีตถูกความท้าทายและประกายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของซูเปอร์สตาร์หนุ่มปัดเป่าจนหายเกลี้ยง ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาดูได้ยากซึ่งเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเสน่ห์แพรวพราว “ถ้าแพ้ขึ้นมา ฉันไม่เอาคุณไว้แน่…” “ผมก็เหมือนกัน ถ้าโปรดิวเซอร์ของผมร้องไห้เพราะแพ้ล่ะก็… ผมจะจับคุณขังไว้ในห้องอัดเพลงนี้ตลอดกาลเลย” ทั้งสองคนสบตากันเนิ่นนาน ท่ามกลางเสียงลมราตรีที่พัดผ่านระเบียง เคมีที่อัดแน่นไปด้วยความดุดัน ความเข้าใจ และความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างไร้การควบคุม กำลังดึงดูดพวกเขาเข้าหากันราวกับแรงโน้มถ่วงของจักรวาล แต่ทว่า… *แกร๊ก!* เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนจากด้านในดังขึ้นทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที ร่างสูงโปรดปรานของผู้จัดการส่วนตัวก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด นัยน์ตาของธามเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพเจ้านายของตนเองยืนชิดติดกับศิลปินซูเปอร์สตาร์ในระยะประชิดอันน่าตกใจ “คีย์! นายออกมาทำอะไรตรงนี้วะ! แย่แล้ว… ทีมงานข้างล่างบอกว่า ข่าวหลุดเรื่องเพลงใหม่ถูกปล่อยออกไปหมดแล้ว แถมพวกนักข่าวกับปาปารัสซี่กำลังแห่กันมาที่นี่แล้วโว้ย!” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนหัวใจของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%