อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา•ตอนที่ 6

รอยร้าวในอดีต

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
เสียงก้านไม้หักดังกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า ท่ามกลางความมืดมิดของสวนหลังสตูดิโอเก่าที่ถูกทิ้งร้าง แรงกระชากจากมือหนาของเซนไม่ได้ทำให้คิรินทร์เซถลาอย่างที่ควรจะเป็น โอเมก้าหนุ่มกลับใช้ความนิ่งสยบความวุ่นวาย ทรงตัวได้อย่างมั่นคงแม้หัวใจจะเต้นโ과นกระหน่ำด้วยความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ "ปล่อยครับ... ผมไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะต้องให้คุณมาจูงมือหลบภัย" คีย์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน ขณะพยายามดึงข้อมือของตัวเองกลับ แต่มีหรือที่อัลฟ่าเลือดร้อนอย่างกษิดิ์เดชจะยอมปล่อย ยิ่งอีกฝ่ายดื้อดึง แรงบีบรัดที่ข้อมือก็ยิ่งเพิ่มขึ้นจนฝ่ามือชื้นเหงื่อแนบชิดกันสนิท ไอร้อนจากกายอีกฝ่ายแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนน่าหงุดหงิด "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะโปรดิวเซอร์คีย์... เมื่อกี้ถ้าผมไม่ดึงคุณไว้ ป่านนี้คุณคงโดนเศษเหล็กขึ้นสนิมจากพวกแฟนคลับซาแซงสติแตกพวกนั้นฝังหัวไปแล้วมั้ง" เซนกระซิบชิดใบหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวจนขนลุกชัน กลิ่นฟีโรโมนกลิ่นชาเขียวผสมควันบุหรี่จางๆ ลอยอบอวลกดดันประสาทสัมผัสจนคิรินทร์ต้องเบือนหน้าหนี ในความมืดที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมถนนส่องลอดกิ่งไม้ใหญ่เข้ามา เงาร่างของทั้งคู่ทาบทับกันแนบชิด เซนขยับตัวเข้ามาบล็อกทางหนีทีไล่จนคิรินทร์แทบจะหลังชนกำแพงอิฐเปลือย ดวงตาคมกริบของซูเปอร์สตาร์หนุ่มกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่บึ้งตึงอย่างพิจารณา ก่อนที่รอยยิ้มเยาะจะจางหายไปเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเศษฝุ่นและคราบเขม่าที่ติดอยู่ตรงข้างแก้มเนียน นิ้วเรียวของอัลฟ่าหนุ่มยื่นออกไปโดยสัญชาตญาณ ปลายสัมผัสนั้นแผ่วเบาจนน่าประหลาดเมื่อเทียบกับบุคลิกโ쪽หร่วงและปากร้ายของเจ้าตัว คิรินทร์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนไม่พอใจ "ทำอะไรของคุณ..." "อยู่นิ่งๆ สิครับ... หน้าเลอะหมดแล้ว" เซนเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมเข้มที่มักจะใช้มองกล้องด้วยความเย่อหยิ่งยามนี้กลับฉายแววอ่อนโยนประหลาด ยามที่ปลายนิ้วปัดป้องรอยเปื้อนบนแก้มให้อย่างเบามือ ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากความตึงเครียดกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต คิรินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้สึกว่าหัวใจตัวเองกำลังเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าที่กดดันในคราแรก บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นชวนเคลิบเคลิ้มที่ปฏิเสธไม่ได้ โอเมก้าหนุ่มรีบเบี่ยงตัวหลบ ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเย็นเยียบเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย เขายกมือขึ้นลูบข้อมือตัวเองป้อยๆ พยายามรวบรวมสติและกำแพงน้ำแข็งที่มักจะใช้ปกป้องตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง "ขอบคุณสำหรับความหวังดี... แต่ผมดูแลตัวเองได้ และโปรเจกต์นี้ เราตกลงกันแค่เรื่องงาน อย่าลืมขอบเขตของเราสิครับคุณเซน" คีย์เน้นย้ำเสียงแข็ง พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว เซนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาววับขึ้นมาในความมืด เขาซุกมือข้างหนึ่งลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนัง ก้าวเข้าไปประชิดอีกครั้งอย่างไม่ลดละ "ขอบเขตเหรอ? หึ... ตั้งแต่คืนแรกที่คุณก้าวเข้ามาในห้องอัดของผม ขอบเขตบ้าบออะไรนั่นมันก็พังไม่เป็นท่าแล้วล่ะคีย์" "คุณ..." "พูดถึงเรื่องงาน... ผมก็สงสัยมานานแล้ว" เซนเปลี่ยนเรื่องฉับพลัน น้ำเสียงกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่คาดไม่ถึง ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาคำตอบ "โปรเจกต์เมื่อสามปีก่อน... 'Echoes of Dawn' ที่คุณทุ่มเทแทบตายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก่อนที่มันจะพังไม่เป็นท่าในคืนก่อนวันเปิดตัว... ทำไมคุณถึงฝังตัวเองไว้กับความผิดพลาดครั้งนั้นนักล่ะ?" ราวกับมีใครเอามีดมาแทงเข้าที่กลางใจ คิรินทร์สะارتเฮือก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยฉายแววแข็งกร้าวไหววับอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าอันเย็นชา ชื่อนั้น... ชื่อของโปรเจกต์ที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของความทรงจำ โปรเจกต์ที่เขาหยิบยื่นทั้งหยาดเหงื่อ ความฝัน และความไว้วางใจทั้งหมดให้ แต่กลับถูกหักหลังโดยคนที่เขาเรียกว่า 'เพื่อนสนิท' และ 'หุ้นส่วน' จนผลงานชิ้นเอกกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่า และตัวเขาเองต้องกลายเป็นคนบาปที่ถูกตราหน้าว่าทำลายวงการ "คุณ... รู้เรื่องนั้นได้ยังไง" คิรินทร์ถามเสียงสั่นเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่ความนิ่งขรึมและเกราะป้องกันทั้งหมดพังทลายลงต่อหน้าอัลฟ่าหนุ่ม "ผมอยู่ในวงการนี้ ผมรู้ทุกเรื่องที่ผมอยากรู้..." เซนตอบเสียงนุ่ม แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเห็นใจที่ลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ "และผมก็เห็นสายตาที่คุณใช้มองเปียโนตัวนั้นในห้องอัด... สายตาของคนที่ยังเจ็บปวดกับอดีต สายตาของคนที่กลัวความพ่ายแพ้จนไม่กล้าแม้แต่จะเริ่มต้นใหม่" "คุณไม่รู้อะไรเลย!" คิรินทร์ตוาดกลับเสียงดังด้วยความเหลืออด ความกดดันทั้งหมดที่แบกรับไว้ระเบิดออกมาเป็นหยดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่เอ่อคลอหน่วยดวงตาคู่สวย แต่เขาก็ยังกัดฟันกลั้นมันไว้ ไม่ยอมให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอ "ใช่... ผมไม่รู้ว่าพวกมันทำอะไรคุณบ้าง" เซนก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการหยอกล้อ ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาท มีเพียงความจริงจังที่หนักแน่นราวกับภูเขาผา ฝ่ามือหนาวางลงบนไหล่บางทั้งสองข้างอย่างแผ่วเบา "แต่ผมรู้ว่า... คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในเวลานี้" คิรินทร์เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่สัมผัสอยู่บนไหล่ส่งผ่านความรู้สึกประหลาดเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามานาน ความหวาดกลัวที่จะถูกทรยศ ความระแวงที่สร้างขึ้นเป็นกำแพงสูงลิ่ว บัดนี้กลับสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้สายตาที่จริงใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้ของซูเปอร์สตาร์หนุ่ม "ทำไม... ทำไมคุณต้องสนใจผมด้วยล่ะเซน?" คิรินทร์เอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ราวกับคนหมดแรงจะต่อสู้ "ก็เพราะว่า..." เซนโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "ผมทนเห็นโปรดิวเซอร์คนเก่งของผมทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องเพลงไม่ได้... และที่สำคัญที่สุด..." อัลฟ่าหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ชัดเจนจนหัวใจของคิรินทร์กระตุกวูบ "...ผมเกลียดเวลาที่เห็นคุณร้องไห้ แม้ว่าคุณจะพยายามซ่อนมันไว้แค่ไหนก็ตาม" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเสียงลมหรือเสียงรถราบนถนนใหญ่เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของสองคนที่เต้นรำไปพร้อมๆ กันในความเงียบงัน คิรินทร์เบิกตากว้างเมื่อตระหนักถึงความหมายที่ซ่อนอยู่หลังประโยคหยอกเย้าเหล่านั้น ความใกล้ชิดที่อันตรายกำลังดึงดูดเขาราวกับผีเสื้อบินเข้ากองไฟ ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อปิดระยะห่างอันบางเบานี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบจากมุมมืดของทางเดินด้านนอก "คีย์! คุณคีย์อยู่แถวนี้ไหมครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงของธาม ผู้จัดการส่วนตัวดังแว่วมาพร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางสวนหลังสตูดิโอ เซนสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความขัดใจอย่างที่สุด ก่อนจะต้องถอยหลังออกห่างจากคิรินทร์อย่างจำใจ คิรินทร์สะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ รีบยกมือขึ้นเช็ดใบหน้าลวกๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนร่องรอยความอ่อนแอเมื่อครู่ เขาหันไปมองทางต้นเสียงที่ธามกำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "ผมอยู่นี่ธาม! มีอะไร?" คิรินทร์ตะโกนตอบกลับไป พยายามบังคับเสียงให้มั่นคงที่สุด ธามวิ่งมาหยุดหอบแฮกอยู่ตรงหน้า สีหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือไม้สั่นเทาขณะยื่นแท็บเล็ตหน้าจอเปิดข่าวบันเทิงด่วนให้คิรินทร์ดู "คุณคีย์... คุณเซน... แย่แล้วครับ" ธามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มีคนปล่อยคลิปเสียงและภาพหลุดจากห้องประชุมลับเมื่อตอนบ่าย... ตอนนี้ในโลกโซเชียลกำลังแชร์กันสนั่นว่า โปรเจกต์คัมแบ็กครั้งนี้ของคุณ เป็นโปรเจกต์ 'ก๊อปปี้งานเก่า' ที่เคยเจ๊งไปเมื่อสามปีก่อนครับ!" คิรินทร์ชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา ความอบอุ่นจากสัมผัสเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยความชาดิ่งตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อตระหนักว่า 'ความลับ' และ 'แผลเป็น' ที่เขาพยายามปกปิดกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าสาธารณชนอีกครั้ง เซนหันขวับกลับมามองหน้าคิรินทร์ทันที ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะอันน่ากลัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ --- กระต่ายพระจันทร์ ---
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%