"คุณจะเอายังไง? จะนั่งจ้องหน้าผมให้งานมันเสร็จเอง หรือจะขยับนิ้วแก้ไขโน้ตดนตรีที่ห่วยแตกนี่สักที!"
เสียงของเซนดังแทรกความเงียบงันในสตูดิโอห้องบันทึกเสียงชั้นบนสุด เขากระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้จนน้ำสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมของอัลฟ่าหนุ่มฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด มือหนาเสยผมที่ปรกหน้าอย่างลวกๆ ท่าทางดุดันนั้นไม่ได้ทำให้คิรินทร์สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
คิรินทร์ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยกราฟคลื่นเสียง เขาลดแว่นสายตากรอบบางลง ปลายหางตาตวัดมองคนปากร้ายที่เอาแต่เดินวนไปมาเหมือนเสือติดจั่น
"ถ้าคุณคิดว่างานของผม 'ห่วย' นัก คุณก็เชิญออกไปหาโปรดิวเซอร์คนใหม่ได้เลยค่ะเซน แต่ขอบอกไว้ตรงนี้ว่า ต่อให้คุณไปจ้างเทวดามาทำ ผมก็ไม่คิดจะแก้ท่อนนี้ตามความต้องการที่ไร้เหตุผลของคุณหรอก เพราะมันคือหัวใจของเพลงนี้" คิรินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความเฉียบขาดจนอีกฝ่ายชะงัก
"ไร้เหตุผลเหรอ?" เซนแค่นหัวเราะในลำคอ เขาเดินก้าวเดียวเข้ามาประชิดเก้าอี้ที่คิรินทร์นั่งอยู่ ไอความร้อนจากร่างกายอัลฟ่าที่พยายามข่มกลั้นฟีโรโมนของตัวเองทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้ง "ผมแค่ต้องการให้คนฟังรู้สึกถึงความ 'เจ็บปวด' ของเนื้อหา ไม่ใช่ความเย็นชาเหมือนน้ำแข็งในแก้วกาแฟของคุณ!"
คิรินทร์หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างที่ใกล้เกินควรทำให้เขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ของอีกฝ่าย มือเรียวเอื้อมไปกดหยุดเพลงที่กำลังเล่นวนอยู่ในลูป เสียงเงียบสนิทลงในทันที เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นจังหวะไม่เท่ากันของคนสองคน
"คุณอยากให้มันเจ็บปวดใช่ไหม?" คิรินทร์ย้อนถาม สายตาที่มักจะนิ่งเฉยเริ่มมีความวูบไหวบางอย่างซ่อนอยู่ "งั้นลองร้องใหม่... ร้องด้วยความรู้สึกที่คุณพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเกรี้ยวกราดพวกนี้สิคะ ไม่ใช่ร้องเพลงด้วยอารมณ์อัลฟ่าที่เอาแต่จะข่มคนอื่น"
เซนนิ่งงันไป คำพูดนั้นเหมือนลูกดอกที่พุ่งตรงเข้าเป้า ดวงตาของเขาฉายความสับสนชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่คิรินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อน ในห้องอัดที่แสงไฟสลัวเหลือเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะ บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความเคร่งเครียดจากเดดไลน์ที่จวนตัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
"คีย์..." เสียงของเซนทุ้มต่ำและแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "คุณรู้อะไรไหม... การอยู่ใกล้คุณในตอนที่ผมควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้แบบนี้ มันทรมานกว่าการทำเพลงให้เสร็จทันเดดไลน์เป็นร้อยเท่า"
"อย่ามาเล่นเกมจิตวิทยากับผมเลยเซน งานก็คืองาน" คิรินทร์พยายามเบนสายตาหนี แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะ มือเขาสั่นเล็กน้อยขณะพยายามพิมพ์งานต่อ
"ผมไม่ได้เล่นเกม" เซนเอื้อมมือมาวางทาบบนมือที่กำลังจับเมาส์ของคิรินทร์ สัมผัสอุ่นจัดทำเอาโอเมก้าหนุ่มสะดุ้ง "ผมแค่กำลังบอกว่า ถ้าเดดไลน์มันคือการที่ผมต้องรอกดส่งงานตอนเช้า... ผมขอซื้อเวลาให้ค่ำคืนนี้มันยาวนานกว่าปกติได้ไหม"
คิรินทร์นิ่งค้าง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเซน แววตาของอัลฟ่าตรงหน้าไม่ได้มีความโอหังเหมือนตอนต้นเรื่อง แต่มันมีความอ้อนวอนและปรารถนาอย่างดิบเถื่อนซ่อนอยู่ ลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น คิรินทร์มองเห็นภาพสะท้อนของตัวเอง... คนที่กำลังถูกโลกเหวี่ยงเข้ามาหาคนอันตรายที่สุดในวงการ
ขณะที่ความเงียบกำลังถักทอความสัมพันธ์ที่คลุมเครือให้ชัดเจนขึ้น เสียงเคาะประตูห้องสตูดิโอดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ทำให้ทั้งคู่กระโดดผละออกจากกันแทบไม่ทัน
"ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะ แต่ฉันว่าพวกนายต้องดูนี่..." ธามก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด ในมือถือแท็บเล็ตที่เปิดหน้าข่าวออนไลน์ไว้ "เพลงเดโมที่นายทำเสร็จเมื่อกี้... มันหลุดออกไปบนอินเทอร์เน็ตแล้ว คีย์! มีคนแฮ็กระบบของสตูดิโอ!"
คิรินทร์หน้าถอดสี ทันใดนั้น ไฟในสตูดิโอทั้งหมดก็ดับพรึบลง เหลือเพียงแสงจากหน้าจอแท็บเล็ตของธามที่สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียที่รัวถล่มเข้ามาไม่หยุดหย่อน ความลับในอดีตที่คิรินทร์พยายามปิดตายดูเหมือนจะถูกใครบางคนขุดขึ้นมาเล่นงานในจังหวะที่เปราะบางที่สุด
เซนรีบคว้ามือคิรินทร์ไว้แน่นในความมืด ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำชิดใบหู "อยู่หลังผมไว้... คืนนี้คงไม่ได้ทำงานกันแล้วล่ะ เพราะดูเหมือนว่า 'ศัตรู' ของคุณ กำลังจะเล่นงานผมไปด้วย"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามเรื่องราวความรักท่ามกลางมรสุมของคิรินทร์และเซนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา•ตอนที่ 5
เดดไลน์นรก
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!