เสียงเหล็กกระทบพื้นดินดัง *กริ๊ง... กริ๊ง...* เป็นจังหวะจะโคน ทว่าไร้ซึ่งความหวาดหวั่นในดวงตากลมโตคู่นั้น ลินินไม่ได้แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือนเมื่อเงาร่างทึบตันของใครบางคนทาบทับลงมาบนแปลงส้ม เธอยังคงยืนหยัดด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับว่าคนที่กำลังยืนหอบหายใจฮึดฮัดอยู่เบื้องหลังเป็นเพียงแค่วัชพืชไร้ค่าที่เธอพร้อมจะถอนรากถอนโคนทิ้งได้ทุกเมื่อ
"นังพริม! แกกล้าดียังไงถึงทำเป็นหูทวนลมใส่ฉัน!" เสียงแหลมปรี๊ดของคุณนายชื่นแผดลั่นจนนกบนกิ่งส้มบินหนีเตลิด ป้าสะใภ้หน้าเลือดผู้เคยเสวยสุขบนหยาดเหงื่อแรงงานของเธอ กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียด ใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเมินเฉย "คิดว่าหนีมาซุกหัวอยู่ในสวนร้างนี่แล้วจะพ้นเงื้อมมือฉันรึไง เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตรงนี้ แกต้องเซ็นยกให้ลูกชายฉันภายในวันนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะจ้างคนมาขุดรากถอนโคนส้มของแกให้เกลี้ยง!"
ลินินค่อยๆ หมุนตัวกลับช้าๆ เธอดึงถุงมือผ้าออกทีละข้างอย่างใจเย็น ท่าทีนั่นช่างเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกหนาวสันหลังวาบ เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ส่งไม่ถึงดวงตา
"เชิญตามสบายเลยค่ะคุณป้า" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย แต่กลับทรงพลังจนอีกฝ่ายชะงัก "อยากขุดก็ขุดไป... แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่า สวนส้มตรงนี้ตอนนี้ไม่ใช่สมบัติทาสที่ใครจะมาฮุบง่ายๆ อีกแล้ว หากแปลงไหนเสียหายแม้แต่ต้นเดียว ฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจนลูกชายสุดที่รักของคุณไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อข้าวแกงกินเลยล่ะค่ะ"
"แก... นังเด็กปากดี!" คุณนายชื่นพุ่งเข้าใส่ด้วยความบันดาลโทสะ มือเหี่ยวย่นงุ้มงำราวกับกรงเล็บพญาอินทรีพยายามจะคว้าแขนเรียว ทว่า...
*ฉับพลันนั้นเอง!*
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปก็ก้าวพรวดเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองได้อย่างทันท่วงที ภาคินใช้มือเพียงข้างเดียวควաբข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่น แรงบีบที่พอเหมาะพอเจาะทำให้คุณนายชื่นต้องร้องจ๊ากด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของชายหนุ่มกวาดตามองผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนรอบบริเวณอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น
"ถ้าไม่อยากให้มือคู่นี้ใช้การไม่ได้อีกต่อไป... กรุณาถอยห่างจากภรรยาผมให้พ้นรัศมีสามเมตรครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเฉียบขาด ไม่มีคำขู่พร่ำเพรื่อ แต่กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าคำประกาศิต
คุณนายชื่นหน้าถอดสีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีรัศมีเศรษฐีแผ่กระจายรอบตัว รถหรูคันงามที่จอดนิ่งอยู่ริมทางหลวงเมื่อครู่พร้อมคนขับรถท่าทางเหมือนบอดี้การ์ด ทำให้เฒ่าชราตระหนักได้ทันทีว่าผู้หญิงที่นางเคยเหยียบย่ำ บัดนี้มีแบ็กอัพที่ใหญ่เกินกว่าที่นางจะต่อกรได้แล้ว
"ฝ... ฝากไว้ก่อนเถอะนะนังพริม!" นางสะบัดแขนหลุดจากการกุมมือ พลางถอยกรูดออกไปอย่างหัวเสีย พร้อมกับทิ้งสายตาอาฆาตมาดร้ายไว้ก่อนจะสาวเท้าหนีหายลับไปจากเขตสวน
บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ภาคินถอนหายใจยาวเบาๆ ก่อนจะหันมามองภรรยาคนสวยด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความห่วงใยและคลั่งรักแทบจะทันที มือหนายื่นไปปัดเศษดินตามไรผมให้อย่างทะนุถนอม
"เจ็บตรงไหนไหมครับคนดี ให้ผมจัดการขั้นเด็ดขาดกับยายแก่นั่นเลยไหม?" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับกลายเป็นอ่อนโยนละมุนหูจนคนฟังใจสั่น
ลินินหลุบตามองมือหนาที่กำลังสัมผัสแก้มเธอแผ่วเบา ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ "ไม่ต้องหค่ะคุณคิน แค่ป้าแกjอคนเดียว ลินินจัดการเองได้สนุกมือกว่าเยอะค่ะ... อีกอย่าง ตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่าเรื่องพวกนั้นรออยู่"
เธอผละตัวออกจากอ้อมกอดอุ่น เดินนำหน้าสามีไปยังห้องครัวกึ่งกลางแจ้งที่ต่อเติมขึ้นใหม่อย่างเร่งรีบ
กลิ่นหอมกรุ่นของกระดูกหมูเคี่ยวเคียงคู่กับสมุนไพรจีนและหัวไชเท้ารสหวานธรรมชาติกำลังส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วบริเวณ ลินินเปิดฝาหม้อดินเผาขนาดใหญ่ ไอความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่เตะจมูกทันที น้ำซุปสีอำพันใสแจ๋วเคี่ยวจนกระดูกหมูเปื่อยนุ่มละลายในปาก ลอยเด่นด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทยเม็ดบุบพอแตก และเก๋ากี้สีแดงฉานที่เธอแอบหยิบมาจาก "มิติพิเศษ" ของระบบฟาร์มสวรรค์ที่เพิ่งปลดล็อกเมื่อคืนนี้
นี่ไม่ใช่ซุปกระดูกหมูธรรมดา... แต่มันคือ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นสมุนไพรฟื้นฟูพลัง" ที่มีฤทธิ์ในการขับพิษ บำรุงร่างกาย และส่งกลิ่นหอมยั่วยวนชวนน้ำลายสอไปไกลได้ถึงสามบ้านแปดบ้าน!
"หืม... กลิ่นนี่มัน..." ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาเป็นประกายวาววับ "หอมยิ่งกว่าภัตตาคารระดับมิชลินสามดาวเสียอีกครับที่รัก"
"แน่นอนค่ะ เพราะนี่คือสูตรลับเฉพาะตัวของลินินเอง" เธอยิ้มกริ่ม ตักน้ำซุปร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามควันฉุย โรยด้วยผักชีฝรั่งซอยละเอียดและกระเทียมเจียวหอมกรุ่นที่เจียวด้วยน้ำมันหมูแท้ๆ "คุณลองชิมดูสิคะ รับรองว่าคุณจะลืมอาหารฝรั่งเศสทุกจานที่เคยทานมาเลย"
ขณะที่ภาคินกำลังจะก้าวเข้ามาลิ้มลองฝีมือภรรยา ทันใดนั้นเอง...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าสวนดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของหญิงสาววัยกลางคนผู้เป็นเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง ที่เดินตามกลิ่นหอมลอยลมเข้ามาด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มราวกับต้องมนต์สะกด หล่อนยืนเกาะขอบรั้วพลาดยื่นคอเข้ามามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"อุ๊ย... คุณพริมคะ กลิ่นอะไรน่ะ หอมทะลุมาถึงบ้านฉันจนท้องร้องไปหมดแล้วเนี่ย!" เพื่อนบ้านเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ แต่สายตากลับจดจ้องชามซุปในมือของภาคินไม่วางตา
ลินินหันไปสบตากับสามี รอยยิ้มลึกลับผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... เหยื่อรายแรกเดินมาติดกับกลิ่นอาหารของเธอเข้าให้แล้วค่ะ
และในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบมิติพิเศษก็ดังขึ้นในหัวของลินินอย่างชัดเจน: *[ติ๊ง! ปลดล็อกภารกิจลับ: เผยแพร่ความอร่อยระดับตำนาน ยอดความพึงพอใจของชาวบ้านถึงเกณฑ์ รับรางวัลพิเศษ: "เมล็ดพันธุ์ส้มสีทองคำวิเศษ" ทันทีเมื่ออาหารมื้อนี้หมดลง]*
ลินินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏบนใบหน้า ทว่าในใจกลับกำลังคำนวณหมากตานี้อย่างเลือดเย็น... ชิมสิคะ ชิมเข้าไปให้หมด แล้วเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เธอจะเขย่าทั้งหมู่บ้านแห่งนี้ให้สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ!
---
*(ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" มาโดยตลอดนะคะ)*
บันทึกสวนส้มริมเขา กับรสชาติความแค้นที่ต้องเสิร์ฟร้อน•ตอนที่ 2
กลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูสูตรยาย
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสวนส้มริมเขา กับรสชาติความแค้นที่ต้องเสิร์ฟร้อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!