“เซ็นเสียสิริน... หรือว่ากระดาษแผ่นนี้มันยังดูน้อยไปสำหรับความทะเยอทะยานของคุณ”
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยไอเย็นเยียบของภาม ปรเมศวร์ ดังสะท้อนอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า เขาโยนปากกาหมึกซึมด้ามหรูลงบนเอกสารหย่าที่วางเด่นหราอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องมองรินรดาด้วยความสมเพชอย่างไม่ปิดบัง
รินรดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับคำดูแคลนนั้น เธอเพียงแค่หยิบปากกาขึ้นมาด้วยปลายนิ้วที่สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความเสียใจอย่างที่เขาเข้าใจ แต่เป็นเพราะความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในท้อง—ความรู้สึกที่เธอยังไม่พร้อมจะประกาศให้ใครรู้โดยเฉพาะกับผู้ชายที่เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องประดับราคาถูกในบ้านหลังนี้
“ฉันเซ็นให้คุณได้ค่ะภาม... เพราะอิสรภาพของฉัน กับความรำคาญใจของคุณ มันแลกกันด้วยราคาที่ยุติธรรมดี”
เธอกดปลายปากกาลงบนกระดาษ สลักชื่อนามสกุลลงไปอย่างหนักแน่น ไร้ซึ่งความลังเลจนคนมองถึงกับชะงัก ภามขมวดคิ้วมุ่น หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีเฉยเมยที่รินรดาแสดงออก
“ดี... หวังว่าเงินชดเชยที่ฉันโอนเข้าบัญชีให้ จะทำให้คุณหายอยากไปได้สักพักใหญ่ๆ” เขาแค่นยิ้ม หยิบเอกสารขึ้นมาตรวจทานด้วยท่าทางวางอำนาจ “อย่าได้กลับมาเหยียบที่นี่อีก ถ้าฉันไม่ได้เป็นคนเรียก”
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความรวดร้าวที่ถูกฝังกลบด้วยความเข้มแข็ง เธอหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องนอนที่เคยเรียกว่า ‘บ้าน’ เพื่อเก็บข้าวของส่วนตัวเพียงไม่กี่ชิ้น หัวใจของเธอตอนนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเธอคนเดียวอีกต่อไป เธอไม่ได้มองหาความรักจากเขาแล้ว เธอมีโลกทั้งใบที่สำคัญกว่านั้นอยู่ใต้หน้าท้องที่แบนราบนี้
...
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ คอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสงบสุข
รินรดานั่งอยู่บนโซฟานุ่มตัวเก่า เธอวางมือลูบหน้าท้องเบาๆ อย่างทะนุถนอม ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหม่นหมองในอดีต บัดนี้กลับมีประกายความหวังที่สว่างไสวเหมือนดาวฤกษ์ในยามค่ำคืน
“ลูกจ๋า... พ่อเขาอาจจะไม่ได้ต้องการเรา แต่แม่สัญญาว่าโลกของลูกจะไม่มีวันหนาวเหน็บเหมือนที่แม่เคยเจอ”
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและสั่นเครือด้วยความรักอันบริสุทธิ์ เธอเริ่มเปิดอ่านตำราอาหารสำหรับคนท้องและจัดระเบียบตู้ยาอย่างพิถีพิถัน ทุกการกระทำคือการเตรียมพร้อมเพื่อชีวิตใหม่ที่กำลังจะเติบโตขึ้นมา เธอไม่ใช่รินรดาที่อ่อนแอคนเดิมที่ร้องไห้ฟูมฟายในอ้อมกอดของภามอีกต่อไป แต่คือแม่ที่พร้อมจะปกป้องทุกหยดเลือดเนื้อจากพายุร้าย
อย่างไรก็ตาม โลกที่เธอพยายามสร้างขึ้นอย่างสันโดษกลับถูกสั่นคลอน เมื่อเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นในยามค่ำคืน รินรดาขมวดคิ้ว เธอไม่ได้นัดใครไว้ และที่นี่ก็ไม่มีใครที่รู้จักเธอนอกจากคนสนิทเพียงไม่กี่คน
เมื่อเปิดประตูออกไป ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
ชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงที่ดูยับยู่ยี่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอพยายามลบออกจากความทรงจำกำลังยืนอยู่ตรงหน้า ภาม ปรเมศวร์... เขากำลังถือถุงเอกสารบางอย่างในมือและจ้องมองเข้ามาในห้องด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้
“คุณมาทำไมที่นี่?” รินรดาถามเสียงเย็น เธอขยับตัวบังประตูเพื่อไม่ให้เขาเห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน
ภามไม่ตอบ เขาผลักประตูให้กว้างขึ้นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นรองเท้าเด็กใบเล็กๆ สองสามคู่ที่วางระเกะระกะอยู่ตรงทางเข้า เขาหยุดกึก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อทันทีเมื่อเห็นร่องรอยของการมี ‘ชีวิตใหม่’ ที่ชัดเจนอยู่ในบ้านของหญิงสาวที่เพิ่งหย่าขาดกับเขาไป
มือของเขาที่ถือซองเอกสารสั่นระริก ก่อนจะขยำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่เมื่อเห็นภาพที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว—เป็นภาพถ่ายอัลตราซาวด์ที่รินรดาลืมเก็บเข้าที่
“ริน... นี่มันเรื่องอะไรกัน” เขาถาม เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวอย่างรุนแรง “เด็กคนนี้... ลูกของฉันใช่ไหม”
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ด้วยความเจ็บปวดกำลังจะถูกพังทลายลงในวินาทีนี้... และเขาก็ไม่ยอมละสายตาจากหน้าท้องของเธอราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงหัวใจของเด็กน้อยที่กำลังก่อตัวอยู่ภายใน!
...
รินรดาถอยหลังกรูดขณะที่ภามก้าวล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความโหยหาที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะที่มือของเขาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา!
แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปนะคะ - รรสรินกลิ่นกำมะหยี่
ทัณฑ์รักรอยร้าวคืนใจ•ตอนที่ 2
อิสรภาพที่แลกด้วยหยดน้ำตา
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวคืนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
