ทัณฑ์รักรอยร้าวคืนใจ•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนแผ่นกระดาษ

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นอายของไวน์แดงวินเทจราคาแพงระยับเคลือบรสฝาดเฝื่อนอยู่บนปลายลิ้น ทว่าความขมปร่านั้นเทียบไม่ได้เลยกับรสชาติของความว่างเปล่าที่กัดเซาะหัวใจของรินรดาในยามนี้ บนโต๊ะอาหารหรูหราที่ประดับด้วยเทียนไขเล่มใหญ่ แสงสีส้มสั่นไหวทาบทับลงบนเรือนร่างอรชรในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิท—สีที่เธอจงใจเลือกสวมราวกับจะไว้ทุกข์ให้กับความตายของความรักตลอดสามปีที่ผ่านมา ตรงข้ามกันคือ ภาม ปรเมศวร์ สามีตามกฎหมายผู้เป็นดั่งเจ้าชีวิตและผู้สร้างนรกบนดินให้กับเธอ เขานั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและเย็นชาดังเช่นทุกค่ำคืน ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองอาหารบนโต๊ะด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะเหลือบแลภรรยาของตนด้วยหางตา ราวกับเธอเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงชิ้นหนึ่งที่ตั้งอยู่ประดับห้อง ไม่เคยมีความหมายลึกซึ้งใดๆ ในสายตา "คุณไม่ทานอะไรเลย สามปีเต็มที่เราแต่งงานกัน ริน... คุณยังคงน่าเบื่อและน่ารำคาญได้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเฉย แฝงความดูแคลนที่ถูกกลั่นกรองมาอย่างดีจากริมฝีปากหยักลึกที่เคยใช้พรมจูบเธอในคืนแต่งงาน วันนี้มันกลับกล aเป็นอาวุธร้ายที่คอยกรีดแทงหัวใจเธอให้แหลกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนเรียวปากอิ่มสวยนั้นไม่ได้มีความสุขแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของหญิงสาวที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ในซากปรักหักพังเหล่านั้น กลับมีความแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าถูกหลอมขึ้นมาแทนที่ "ค่ะ ดิฉันคงน่าเบื่อในสายตาของคุณ... เพราะตลอดสามปีที่ผ่านมา สิ่งเดียวที่ดิฉันทำคือการเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์และเฝ้ารอคอยความรักจากผู้ชายที่ไม่มีหัวใจอย่างคุณ" ภามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขาไม่คุ้นชินกับการที่ภรรยาผู้เคยอ่อนหวานและยอมก้มหัวให้เขามาตลอดกล้าต่อปากต่อคำเช่นนี้ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด "อย่ามาทำเป็นประชดประชันน่ารำคาญ ริน ถ้าคุณอยากได้เงินเพิ่มสำหรับการช็อปปิ้งไร้สาระพวกนั้น ก็บอกมาตรงๆ ดีกว่ามานั่งทำหน้าตาหดหู่ทำลายบรรยากาศวันครบรอบของเราแบบนี้" วันครบรอบ... คำนี้ช่างน่าสมเพชเสียจริง สำหรับเขา มันคงเป็นเพียงวันที่ต้องทำตามหน้าที่ทางสังคม หรือไม่ก็เป็นวันว่างๆ วันหนึ่งที่เขาใช้เวลาหมดไปกับการประชุมธุรกิจและปล่อยให้เธอรอคอยอย่างไร้ค่าบนโต๊ะอาหารที่เย็นชืดมานานนับชั่วโมง รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความร่าเริงแต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ภามชะงักไปชั่วขณะ เธอวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกใสอย่างช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมา "เงินเหรอคะ... คุณคิดว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้ซื้อได้ด้วยเงินจริงๆ สินะคะ ภาม" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแววตากลับลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน "คุณหมายความว่ายังไง?" ภามถามเสียงเข้ม เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ในบรรยากาศ รินรดาไม่ตอบคำถามนั้น แต่เธอกลับเลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลข้ามโต๊ะไปตรงหน้าเขา แรงเสียดทานของกระดาษกระทบกับผิวโต๊ะดัง *แกร็ก* เบาๆ แต่มันกลับดังก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของค่ำคืนนี้ "ของขวัญวันครบรอบปีที่สามค่ะ... เป็นสิ่งเดียวที่คุณน่าจะอยากได้จากฉันมากที่สุดตลอดสามปีที่ผ่านมา" ภามมองซองเอกสารนั้นด้วยความสงสัยระคนรังเกียจ เขายื่นมือหนาไปหยิบมันขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวดึงเอกสารด้านในออกมา ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองตัวอักษรบรรทัดแรก... แล้วมันก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่จดหมายรักหรือข้อเรียกร้องเรื่องทรัพย์สินเงินทองอย่างที่เขาคาดคิด แต่มันคือ... **"บันทึกข้อตกลงการหย่าร้าง"** ที่มีการเซ็นชื่อกำกับไว้เรียบร้อยแล้วด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ! "ริน! คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" ภามตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนแก้วไวน์สั่นสะเทือน ร่างสูงสง่าผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความเย่อหยิ่งเย็นชาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเกรี้ยวกราดและไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง "แค่ฉันกลับบ้านดึกและไม่ได้ร่วมโต๊ะกับคุณบ่อยๆ ถึงกับต้องเรียกร้องความสนใจด้วยการเล่นตลกแบบนี้เลยรึไง!" รินรดายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววออดอ้อนและเจ็บปวด บัดนี้กลับว่างเปล่าและเยียบเย็นยิ่งกว่าสายตาของเขาเสียอีก "ดิฉันไม่ได้เล่นตลกค่ะ และไม่ได้เรียกร้องความสนใจ... สามปีที่ผ่านมา มันมากเกินพอแล้วสำหรับการทนอยู่กับผู้ชายที่เห็นคุณค่าของฉันเป็นแค่เศษฝุ่น วันนี้... ดิฉันมาเพื่อคืนอิสรภาพให้คุณ และปลดปล่อยตัวเองออกจากขุมนรกที่คุณเป็นคนสร้างขึ้น" "คุณไม่มีสิทธิ์!" ภามคำรามลั่นในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน "การแต่งงานของเราไม่ใช่เรื่องที่คุณจะนึกอยากเดินออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ รินรดา! นั่งลงแล้วฉีกกระดาษไร้สาระนี่ทิ้งซะ ไม่อย่างนั้นคุณจะได้รู้ว่านรกที่แท้จริงมันเป็นยังไง!" "นรกเหรอคะ?" รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเธอไม่ได้ทำให้เธอดูด้อยกว่าเขาเลยแม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับพลังใจที่แข็งแกร่งในยามนี้ เธอยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทราคาแพงให้เขาด้วยท่าทีเยارเยาะอย่างจงใจ "คุณคิดว่าฉันกลัวคุณอีกแล้วอย่างนั้นเหรอคะ ภาม? สามปีที่ฉันต้องร้องไห้ฟูมฟายกับความเย็นชาของคุณ มันหมดไปตั้งแต่คืนนี้แล้วค่ะ" เธอขยับเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไวน์ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันในระยะประชิด ภามชะงักงันไปชั่วขณะ แรงดึงดูดบางอย่างระหว่างสามีภรรยาพยายามแผ่ซ่านเข้ามาในอากาศ ความเร่าร้อนที่เคยมีในอดีต ภาพเรือนร่างอรชรที่เคยบิดเร้าใต้ร่างของเขาในค่ำคืนอันเร่าร้อนผุดวาบขึ้นมาในหัวสมองอย่างไม่ทันตั้งตัว ภามขบกรามแน่น มือหนาเอื้อมไปคว้าต้นแขนเรียวของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ บีบแน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทั้งโกรธ ทั้งปรารถนา และสับสนในเวลาเดียวกัน "ปล่อยฉันค่ะ!" รินรดาตวัดสายตามองมือที่บีบแขนเธอด้วยความรังเกียจชัดเจน "ฉันไม่ปล่อย..." เสียงของภามพร่าต่ำลง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความท้าทาย ความเร่าร้อนแบบผู้ใหญ่ที่คุ้นชินปะทุขึ้นในอกอย่างรวดเร็ว เขากระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่น "คุณคิดจะเขี่ยฉันทิ้งง่ายๆ แบบนี้เหรอ ริน... ถ้าอยากหย่านัก ฉันจะแสดงให้คุณดูบนเตียงนี้ ว่าร่างกายของคุณมันเป็นของใคร และไม่มีวันหนีฉันพ้น!" รินรดายิ้มเยาะออกมาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่คุ้นเคย เธอไม่ปฏิเสธเลยว่าสัมผัสจากเขายังคงมีอิทธิพลต่อร่างกายเธอ แต่วันนี้... เธอยืนหยัดที่จะเป็นผู้ควบคุมเกม ไม่ใช่เหยื่อผู้โง่เขลาอีกต่อไป "ลองดูสิคะ... ว่าน้ำมือของคุณในคืนนี้ จะยังทำให้ฉันรู้สึกอะไรได้นอกจากความสมเพช" คำพูดท้าทายนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ภามก้มลงประกบเรียวปากร้อนผ่ามลงมาบดขยี้ริมฝีปากเธอดุดันและเร่าร้อน ราวกับต้องการลงทัณฑ์หญิงสาวที่กล้าอาจหาญท้าทายอำนาจของเขา รินรดานิ่งงันไปชั่ววินาที ก่อนจะตอบโต้กลับด้วยจูบที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน มือเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง จิกเล็บลงบนผิวเนื้อเพื่อระบายความเจ็บปวดและปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใน รสจูบแสนวาบหวามและดุดันดำเนินไปท่ามกลางความอัดอั้นตันใจของทั้งคู่ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ ร่างกายที่แนบชิดเริ่มร้อนรุ่มขึ้นตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ ภามตวัดมือโอบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นขึ้น พร้อมจะลากเธอขึ้นเตียงเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของตามความเคยชิน ทว่า... ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านกลับดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน ทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนนั้นลงอย่างไม่ไยดี ภามผละริมฝีปากออกอย่างหงุดหงิด ลมหายใจหอบสะท้านด้วยความอารมณ์ค้าง เขาสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ใครกันที่กล้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญของเขาในค่ำคืนนี้ รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความลับบางอย่างที่ซ่อนไว้มานาน เธอดันร่างหนาออกห่างเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเฉียบคมบาดใจ "ไม่ต้องไปเปิดหรอกค่ะ... เพราะแขกผู้มาเยือนคนนั้น คือคนที่คุณควรจะได้ทำความรู้จักมาตั้งแต่สามปีที่แล้วต่างหากล่ะคะ" ภามขมวดคíวด้วยความไม่เข้าใจ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากถามอะไร ประตูห้องรับแขกบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกโดยแม่บ้านเก่าแก่ พร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบคนหนึ่งในชุดสูทเด็กตัวจิ๋ว ใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตาสีนิลคู่นั้น... ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปนะคะ - รรสรินกลิ่นกำมะหยี่
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวคืนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%