กลิ่นอับชื้นของอิฐบล็อกเก่าและสนิมเหล็กตีเข้าจมูกธาวินทันทีที่ส้นรองเท้าผ้าใบเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตเปลือย เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของชั้นใต้ดินอาคารร้างแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เสียงของเขาคนเดียว แต่ยังมีเสียงลากครูดต่ำๆ ดังสะท้อนก้องมาจากทุกทิศทุกทางราวกับว่าผนังปูนกำลังหายใจเข้าออก
"อย่าเพิ่งขยับสุ่มสี่สุ่มสามนะคะ ธาวิน" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่หนักแน่นของรินรดาดังผ่านเครื่องมือสื่อสารชิ้นเล็กที่เหน็บไว้ข้างใบหู น้ำเสียงของเธอยังคงรักษาระดับความนิ่งสงบได้อย่างน่าประหลาด แม้ว่าในเรดาร์พลังงานวิญญาณ จุดสีแดงนับร้อยกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมพวกเขาไว้เป็นวงกลมแล้วก็ตาม
ธาวินหอบหายใจเบาๆ สายตาภายใต้กรอบแว่นกวาดมองผ่าน 'รอยร้าว' บนผนังคอนกรีตเบื้องหน้า รอยแตกแขนงเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความทรุดโทรมตามกาลเวลาธรรมดา แต่เป็นร่องรอยที่ถูกกัดเซาะด้วยกระแสพลังงานอาถรรพ์สีเทาหม่น ซึ่งในมุมมองของสถาปนิกหนุ่ม มันคือจุดอ่อนทางโครงสร้างที่เชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์และมิติของสัมภเวสีเข้าด้วยกัน
"ผมรู้แล้วครับ... เอ๊ย! ดิฉันหมายถึง ผมเห็นทางหนีแล้วครับ" ธาวินเกือบเผลอหลุดคำพูดเคยชินออกไป แต่สถานการณ์ตรงหน้าไม่เอื้อให้เขามีสมาธิแก้คำพูดนัก เมื่อเงาดำนับสิบเริ่มบิดเบี้ยวทะลักออกมาจากรอยร้าวบนผนัง ร่างกายของพวกมันโปร่งแสงแต่เต็มไปด้วยร่องรอยการแตกสลายราวกับเศษกระเบื้องเคลือบที่ถูกทุบแตก ดวงตากลวงโบ๋จ้องมองมาที่เขาด้วยความอาฆาตแค้น
กติกาของระบบไสยเวทโบราณที่รินรดารวบรวมและถ่ายทอดให้เขานั้นชัดเจนเสมอ: *สัมภเวสีในเขตอาคมปิดตาย ไม่ได้โจมตีด้วยกำลังกาย แต่พวกมันใช้ความกลัวกัดกินเสถียรภาพทางจิตใจของเหยื่อ*
วิญญาณตนแรกพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ร่างของมันพุ่งทะลุเสาคอนกรีตเข้ามาตรงหน้าธาวินในระยะประชิด กลิ่นอายความตายเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจนขนแขนลุกชัน
ธาวินไม่ถอยหลัง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ตามหลักการวิเคราะห์โครงสร้างที่เขาใช้มาตลอดชีวิต ดวงตาคมกริบกวาดมองหาจุดรับน้ำหนักและจุดกระจายแรงของอาคมที่ตรึงวิญญาณเหล่านี้ไว้ หากเปรียบวิญญาณพวกนี้เป็นแรงดันน้ำ อาคมบนผนังก็คือเขื่อนที่กำลังกักเก็บมันไว้ และถ้าเขื่อนมีรอยร้าว... เขาก็แค่ต้องหาทาง 'ระบายแรงดัน' นั้นออกไปในทิศทางที่ควบคุมได้
มือเรียวของสถาปนิกหนุ่มหยิบแผ่นยันต์กระดาษสาชุบชาดสีแดงสดที่รินรดามอบให้ขึ้นมาสามแผ่น นิ้วมือเรียวยาวสะบัดมันออกไปอย่างแม่นยำราวกับกำลังวางผังคานรับน้ำหนักในแปลนก่อสร้าง
"ถ้าโครงสร้างตรงนี้รับแรงเฉือนไม่ไหว... งั้นก็พังมันลงตรงนี้เลยก็แล้วกัน!"
ธาวินพุ่งตัวหลบการตะครุบของสัมภเวสีตนแรกได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับซัดแผ่นยันต์แผ่นแรกฝังลงบนรอยร้าวที่ใหญ่ที่สุดบนเสาหลัก แรงกระแทกจากการปะทะระหว่างอักขระโบราณและพลังงานอาถรรพ์ทำให้เกิดเสียงระเบิดเบาๆ คล้ายเสียงกระจกแตกร้าว
ตู้ม!
คลื่นกระแสพลังงานสีทองอ่อนๆ แผ่พุ่งออกAจากจุดที่ยันต์ฝังอยู่ แรงสั่นสะเทือนทำให้กลุ่มสัมภเวสีที่กำลังกรูกันเข้ามาเสียหลักชั่วขณะ พวกมันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเมื่อพลังงานบริสุทธิ์กระทบเข้ากับเนื้อตัวที่กึ่งรูปกึ่งนาม
"ทำได้ดีมากค่ะธาวิน แต่ข้างหลังคุณกำลังมาเพิ่มอีกสิบตน!" เสียงของรินรดาร้อนรนขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังคงความเยือกเย็นไว้ได้
ธาวินหันขวับกลับไปมอง เบื้องหลังของเขาคือทางตันที่เป็นผนังทึบ ไร้ซึ่งรอยร้าว ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ แต่อาศัยประสบการณ์จากการคุมไซต์งานก่อสร้างนับร้อยแห่ง สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ผนังทึบที่ไม่มีรอยร้าว แปลว่าเป็นจุดที่โครงสร้างมีความหนาแน่นสูงสุด และนั่นหมายถึงมันเป็นจุดที่เปราะบางที่สุดต่อแรงสั่นสะเทือนพ้องรูป (Resonance)
เขาไม่รอช้า คว้าท่อเหล็กขึ้นสนิมที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ใช้สันเหล็กเคาะลงบนผิวผนังคอนกรีตเป็นจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างแม่นยำ *ตึ้ง... ตึ้ง... ตึ้ง...*
คลื่นความถี่จากการเคาะสะท้อนกลับเข้าหากัน เกิดเป็นรอยร้าวเส้นเล็กๆ เปล่งแสงสีฟ้าเรืองรองขึ้นบนผนังทึบทันที นี่คือทักษะเฉพาะตัวที่ธาวินพัฒนาขึ้นจากการผสานวิชาสถาปัตยกรรมเข้ากับพลังจิต เขาไม่ได้แค่ทุบทำลาย แต่เขากำลัง 'ออกแบบความเสียหาย' เพื่อสร้างทางออกให้ตัวเอง
"เปิดทางให้ผมหน่อยครับ... เอ๊ย! รินรดา!"
สิ้นเสียงตะโกน ธาวินเหวี่ยงท่อเหล็กกระแทกเข้าที่จุดศูนย์กลางของรอยร้าวใหม่นั้นอย่างเต็มแรง รอยแตกขยายวงกว้างออกเป็นรูปใยแมงมุมทันที ก่อนที่ผนังปูนหนาทึบจะพังทลายลงมาเผยให้เห็นแสงไฟสลัวจากชั้นล่างสุดที่ปลอดภัยกว่า
ร่างของสถาปนิกหนุ่มกลิ้งหลบเศษปูนที่ร่วงกาวลงมาอย่างทุลักทุเล แต่เขาก็พาตัวเองทะลุผ่านกำแพงออกไปยังเขตปลอดภัยได้ทันเวลาพอดี ก่อนที่ฝูงสัมภเวสีจะพุ่งเข้ามารุมทึ้งจุดที่เขายืนอยู่เมื่อครู่
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องโถงใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจของธาวินที่ดังแข่งกับเสียงหยดน้ำที่รั่วไหลจากเพดาน
[ระบบสถาปัตยกรรมวิญญาณทำการประเมินผลสำเร็จ...]
[ผู้ใช้: ธาวิน |
ระดับความสำเร็จภารกิจย่อย: A+ |
ทักษะ 'การอ่านรอยร้าวโครงสร้างอาถรรพ์' เลื่อนระดับสู่ขั้นที่ 4 |
ปลดล็อกข้อมูลลับ: แผนผังชั้นใต้ดินที่สามของอาคาร ซึ่งไม่เคยปรากฏในเอกสารราชการใดๆ...]
ธาวินปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า มองหน้าจอโฮโลแกรมใสที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนที่สายตาของเขาจะสะดุดเข้ากับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่กะพริบถี่ๆ อยู่มุมขวาล่าง
[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบคลื่นพลังงานของ 'สถาปนิกผู้สร้างอาคารหลังนี้' กำลังตื่นจากการหลับใหล... และเป้าหมายของมัน ไม่ใช่วิญญาณเร่ร่อน... แต่คือรอยร้าวในจิตใจของคุณเอง]
รินรดาเดินออกมาจากมุมมืด สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เธอมองหน้าธาวินด้วยแววตาที่ลึกล้ำราวกับต้องการจะทะลุผ่านเข้าไปในความทรงจำส่วนลึกของเขา
"ธาวิน... ถอยออกมาจากตรงนั้น เดี๋ยวนี้ค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรอยร้าวแห่งอดีตนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ นภากระซิบผี
มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต•ตอนที่ 17
กลลวงของหน้ากาก
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!