"ถ้าคุณยังเอามือกุมรอยร้าวตรงคานรับน้ำหนักนั่นต่ออีกแค่สามวินาที โครงสร้างจิตใต้สำนึกของคุณจะปริแตกจนซ่อมแซมไม่ได้นะคะ, คุณธาวิน"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคงของรินรดา ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในอาคารร้างย่านกะลาสี แสงไฟฉายคาดหัวของสถาปนิกหนุ่มกะพริบไหวตามจังหวะกระแสพลังงานอาถรรพ์ที่รั่วไหลออกมาจากรอยแยกบนผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ธาวินชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าคมคายซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม แววตาที่เคยฉายแววรอบคอบและสุขุมยามนี้กลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่
เขาทรุดตัวลงนั่งพิงเสาปูนอย่างหมดแรง อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว แม้ภายนอกระบบระเบียบของโลกไสยเวทและวิศวกรรมจะถูกคำนวณไว้อย่างรัดกุมด้วยยันต์อักขระและสมการรับน้ำหนัก แต่รอยร้าวภายในใจของธาวินกลับเป็นสิ่งเดียวที่เขาไม่เคยหาวิธีคำนวณหรือปิดผนึกมันได้เลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
รินรดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าเบาราวกับแมวป่า เธอย่อตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนา มือเรียวบางยื่นกระติกน้ำพกพาบรรจุชาสมุนไพร่อุ่นๆ ส่งให้เขาโดยไม่เอ่ยคำคาดคั้นใดๆ มีเพียงแววตานิ่งสงบที่ฉายประกายความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง
"ดื่มเสียหน่อยนะคะ ร่างกายของคุณกำลังสูญเสียพลังงานหยางจากการฝืนเพ่งมองอดีตผ่านรอยร้าวของวัตถุมากเกินไปแล้วค่ะ" เธอเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย ผิดจากมาดของมัคคุเทศก์วิญญาณผู้เฉียบขาดในยามเผชิญหน้ากับภูตผีปีศาจ
ธาวินรับกระติกน้ำมาถือไว้ ปลายนิ้วที่สั่นเทากำภาชนะแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขาไม่ได้ดื่มชา แต่ใช้ความอุ่นจากกระติกเยียวยาความเย็นยะเยือกที่กัดกินขั้วหัวใจ
"คุณริน... เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมสิ่งก่อสร้างบางหลังถึงเลือกที่จะพังทลายลงมาทับคนที่มันรัก แทนที่จะเลือกยืนหยัดสู้ต่อ?" เสียงแหบพร่าของธาวินดังลอดริมฝีปากที่ซีดเซียว เขาหลับตาลง ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนย้อนกลับมาฉายชัดในหัวสมองราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เสียงเหล็กบิดตัว เสียงคานคอนกรีตลั่นเปรี๊ยะ และเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปใต้ซากปรักหักพังของตึกสำนักงานออกแบบที่พ่อกับแม่ของเขาเป็นคนควบคุมการก่อสร้าง
รินรดานั่งนิ่งเงียบ เธอไม่ขัดจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้สถาปนิกหนุ่มได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน
"ในทางวิศวกรรม ทุกรอยร้าวมีสาเหตุและจุดรับแรงเสมอ... ผมคำนวณแรงเฉือน แรงดัด โมเมนต์ดัด ได้ทุกอย่าง ยกเว้น..." ธาวินกลืนก้อนสะอื้นลงคอ นัยน์ตาคู่คมแดงก่ำ "ยกเว้นรอยร้าวในวันที่พ่อเซ็นอนุมัติแบบก่อสร้างชุดนั้น ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าดินตรงนั้นมันทรุดตัว แต่เพราะคำว่า 'ความรับผิดชอบ' และ 'สัญญา' ทำให้ท่านเลือกที่จะอยู่หน้างานต่อในวันอุบัติเหตุ... ผมมองเห็นมันครับ ผมเห็นรอยร้าวบนเสาต้นนั้นล่วงหน้าตั้งสามวันก่อนตึกถล่ม แต่ผม... ผมคิดว่ามันเป็นแค่ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของปูนซีเมนต์ ผมเตือนพวกเขาไม่ทัน..."
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคมกริบกระทบลงบนหลังมือที่กำแน่น รินรดาขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เธอเอื้อมมือไปวางทับบนหลังมือของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของหญิงสาวส่งผ่านความรู้สึกมั่นคงมาสู่หัวใจที่กำลังเคว้งคว้างของชายหนุ่ม
"คุณไม่ได้ผิดที่มองไม่เห็นทั้งหมดหรอกนะคะ, คุณธาวิน" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นก้องกังวานในความเงียบ "มนุษย์เราไม่ได้ถูกสร้างมาให้แบกรับน้ำหนักของจักรวาลไว้บนบ่าเพียงลำพัง หน้าที่ของสถาปนิกคือการออกแบบโครงสร้างให้มั่นคง แต่หน้าที่ของมัคคุเทศก์วิญญาณเช่นฉัน คือการพาคนที่ติดค้างอยู่กับซากปรักหักพังให้ก้าวเดินต่อไปได้... และตอนนี้ วิญญาณที่ติดอยู่ในซากตึกนั้น ไม่ใช่พ่อแม่ของคุณหรอกค่ะ แต่เป็นตัวคุณเองต่างหากที่ยังคงขังตัวเองไว้ในวันนั้น"
ธาวินเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเขาที่กำลังร้องไห้ราวกับเด็กน้อย ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากมิตรภาพอันเรียบง่ายนี้ ช่วยบรรเทารอยแผลเป็นในใจที่เรื้อรังมานานให้คลายความเจ็บปวดลงได้ทีละน้อย
"ขอบคุณนะครับ รินรดา..." เขาพึมพำเสียงเบา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ทว่า ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของทั้งสองคน แรงสั่นสะเทือนระดับมหาศาลก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาเพิ่งตื่นจากการหลับใหล อักขระปิดผนึกโบราณที่รินรดากลัดไว้รอบอาคารเริ่มเรืองแสงสีแดงฉานและปริแตกออกทีละตัวอย่างรวดเร็ว
เสียงกระซิบแหบพร่าเย็นเยียบดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดใต้ชั้นใต้ดิน ลมกรรโชกแรงพัดเอาฝุ่นควันตลบอบอวลจนมองไม่เห็นทาง
หน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าธาวินและรินรดา พร้อมเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัวจนแก้วหูแทบแตก:
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานอาถรรพ์ระดับ SSS จากชั้นใต้ดิน - ผนึกโบราณถูกทำลายโดยบุคคลที่สาม!]
[เงื่อนไขภารกิจลับ: บอสระดับภัยพิบัติ "สถาปนิกเงา" ได้ลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหล และเป้าหมายแรกของมันคือ... ดวงวิญญาณของสถาปนิกผู้มองเห็นรอยร้าว!]
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที มือขวาชักกริชโบราณอาคมส่องประกายสีทองอร่ามขนาบข้างลำตัว สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
"ดูเหมือนว่า... ค่ำคืนนี้จะยังอีกยาวไกลนะคะ, คุณธาวิน เตรียมใจไว้ให้ดีล่ะค่ะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวแห่งอดีตมาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ นภากระซิบผี
มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต•ตอนที่ 18
รอยร้าวที่หัวใจ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!