มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต•ตอนที่ 9

กลไกมนตรา

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นอับชื้นของน้ำนิ่งขังนับทศวรรษ ตลบอบอวลเสียจนธาวินต้องยกหลังมือขึ้นปิดจมูกพร้อมกับถอยหลังกรูดไปชนเข้ากับแผ่นหลังของรินรดาโดยไม่ตั้งใจ ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเสื้อสูทของหญิงสาว ทำให้สถาปนิกหนุ่มดึงสติกลับมาได้ในเสี้ยววินาที เขาไม่ได้เอ่ยคำขอโทษ แต่สายตาคู่คมกลับเพ่งมองตรงไปยังความมืดเบื้องหน้า—จุดที่เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทขาดวิ่นเพิ่งก้าวหายลับเข้าไปในท่อระบายน้ำเหล็กหล่อขนาดใหญ่ รูปร่าง ท่าทาง และแม้กระทั่งองศาการเดินนั้น... ถอดแบบมาจากบิดาผู้ล่วงลับของเขาไม่มีผิดเพี้ยน "ตั้งสติค่ะธาวิน" เสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดของรินรดาดังขึ้นเบาๆ มือเรียวบางเอื้อมมาแตะที่หัวไหล่ของเขาเพื่อถ่าย เท2กระแสพลังงานอุ่นๆ เข้าสู่ร่างกาย ช่วยขับไล่ความหนาทึบของอาถรรพ์ที่พยายามกัดกินสติปัญญาของเขาเมื่อครู่ "นั่นไม่ใช่พ่อของคุณ... แต่อย่างน้อย คุณก็เจอ 'จุดเชื่อมโยง' ที่เราตามหากันมาตลอดแล้ว" ธาวินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ สมองส่วนวิเคราะห์ของสถาปนิกเริ่มทำงานทันทีภายใต้สภาวะกดดัน สายตาของเขาเปลี่ยนโหมดเป็น 'ดวงตาแห่งสถาปนิก' มองทะลุผ่านความมืดด้วยการฉายภาพโครงสร้างอาคารซ้อนทับลงบนพื้นที่จริง เบื้องหน้าของพวกเขาคือห้องเครื่องระบบประปาและท่อน้ำทิ้งโบราณของตึกยุคอาณานิคมแห่งนี้ ระบบท่อไม่ได้ถูกออกแบบมาตามหลักวิศวกรรมทั่วไป แต่โครงข่ายเหล็กหล่อสีดำสนิทเหล่านั้นถูกดัดแปลงให้โค้งงอเป็นรูปอักขระไสยเวทร18ชั้น เพื่อกักเก็บและบีบอัดกระแสวิญญาณใหลวนเวียนอยู่ภายใน ไม่ยอมให้ไปผุดไปเกิด "ระบบท่อน้ำนี่..." ธาวินพึมพำกับตัวเองขณะหยิบกระดาษไขและดินสอขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว มือหนาร่างเส้นสายโครงสร้างทางเรขาคณิตลงบนกระดาษเพื่อถอดรหัสกลไก "มันไม่ใช่ระบบระบายน้ำธรรมดาค่ะ... เอ่อ... ครับ—ไม่ใช่ครับ... ฉันหมายถึง มันคือ 'ค่ายกลดูดกลืนวิญญาณ' แบบปิดตาย" รินรดากดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูในความลนลานของชายหนุ่ม ก่อนจะก้าวขึ้นมาเคียงข้าง พร้อมกับชูคบเพลิงอาคมในมือขึ้นสูงเพื่อส่องสว่าง "คุณวิเคราะห์ไม่ผิดห어요 ธาวิน อาคารหลังนี้ไม่ได้พังทลายลงเพราะอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อนอย่างที่สำนวนคดีระบุไว้ แต่โครงสร้างถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำให้ทรุดตัวลงทับร่างของวิศวกรและสถาปนิก เพื่อใช้เลือดและวิญญาณของพวกเขาเป็น 'เสาเข็มต้นสุดท้าย' ในการค้ำยันอาถรรพ์บางอย่างใต้ดิน" น้ำเสียงของเธอนิ่งสงบ ทว่าให้ความรู้สึกหนักแน่นราวกับผืนแผ่นดิน รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องเครื่อง ท่อเหล็กขนาดใหญ่เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ พร้อมกับเสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยדอาร์ด คล้ายกับมีฟันเฟืองขนาดยักษ์กำลังหมุนวนอยู่ใต้พื้นปูน "แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อครับ... ถึงจะหยุดมันได้?" ธาวินหันมาสบตา เธอ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกชัดเจนว่าเวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว "เราต้องถอดรหัสกลไกนี้จากข้างในค่ะ" รินรดากล่าวพร้อมกับโยนยันต์กระดาษสีชาดหลายแผ่นไปแปะติดไว้ตามจุดเชื่อมต่อของท่อเหล็ก ยันต์เหล่านั้นลุกไหม้เป็นเปลวไฟสีฟ้าอ่อนทันที ช่วยตรึงไม่ให้ท่อระบายน้ำขยับเขยื้อนได้ชั่วคราว "ฉันจะคุ้มกันกระแสพลังงานรอบนอกให้ ส่วนคุณ... ใช้สายตาของคุณมองหารอยร้าวที่เป็น 'จุดอ่อน' ของกลไกนี้ แล้วทำลายมันซะ" ธาวินพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น เขาวิ่งเข้าไปประชิดท่อเหล็กหล่อขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ในมุมมองของเขา รอยร้าวสีม่วงเข้มแผ่ขยายราubใยแมงมุมอยู่ทั่วผิวโลหะ นั่นคือจุดที่พลังงานอาถรรพ์หนาแน่นที่สุด และก็เป็นจุดเดียวกับที่เงาลึกลับร่างนั้นหายตัวเข้าไป ทันใดนั้นเอง ท่อเหล็กเบื้องหน้าก็พ่นไอน้ำสีดำสนิทออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับร้อย ไอน้ำเหล่านั้นรวมตัวกันกลางอากาศจนกลายเป็นกรงเล็บโปร่งแสงขนาดใหญ่ พุ่งตรงเข้าใส่แผ่นหลังของรินรดาที่กำลังร่ายคาถาสกัดกั้นอาถรรพ์จากด้านนอก! "รินรดา ระวัง!" ธาวินตะโกนสุดเสียง ร่างสูงโปร่งพุ่งตัวเข้าผลักหญิงสาวให้พ้นจากวิถีการโจมตีอย่างไม่คิดชีวิต กรงเล็บสีดำตะปบเข้าที่ไหล่ขวาของเขาเต็มแรง แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของสถาปนิกหนุ่มกระเด็นไปกระแทกกับผนังอิฐมอญโบราณอย่างจัง เลือดสีแดงสดซึมทะลุเนื้อผ้าเสื้อสูทออกมาทันที ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนหน้ามืด "ธาวิน!" รินรดาร้องเรียกด้วยความตกใจ ดวงตานิ่งสงบเมื่อครู่ไหววูบลงด้วยความกังวล มือเรียวรีบสะบัดพัดกระดาษโบราณในมือ ซัดคลื่นพลังปราณสีทองออกไปปัดเป่ากรงเล็บความมืดจนสลายกลายเป็นควันจางๆ "ผม... ผมไม่เป็นไรครับ..." ธาวินกัดฟันฝืนความเจ็บปวด เขายันตัวลุกขึ้นยืนด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างกุมไหล่ที่บาดเจ็บ สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่รอยร้าวใจกลางท่อเหล็ก "กลไก... ผมเห็นจุดอ่อนของมันแล้ว" ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงคำรามก้องของอาถรรพ์ใต้ดิน ธาวินสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี ดวงตาสะท้อนแสงสีฟ้าเรืองรองของรอยร้าวโครงสร้าง เขาคำนวณองศา น้ำหนัก และจุดรับแรงในเสี้ยววินาที ก่อนจะเงื้อมือขึ้นแล้วซัดแท่งเหล็กเครื่องมือช่างที่พกติดตัว ปักลงไปยังจุดศูนย์กลางของรอยร้าวบนท่อเหล็กอย่างแม่นยำราวจจับวาง! *เปรี้ยง—!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ท่อเหล็กหล่อโบราณแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดมหาศาลสาดกระจายเศษโลหะและละอองน้ำสีดำไปทั่วห้อง แต่อาถรรพ์ที่เคยหนาแน่นกลับเริ่มเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด กระแสลมบริสุทธิ์สายหนึ่งพัดโชยเข้ามาจากรอยแยกที่ถูกทำลาย เผยให้เห็นเส้นทางเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ลับที่ถูกปิดตายมานานนับทศวรรษ รินรดาระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เธอก้าวเข้าไปประคองธาวินที่เซถลาเล็กน้อย "คุณทำได้ยอดเยี่ยมมากค่ะ ธาวิน... เก่งมาก" คำชมเรียบง่ายแต่นุ่มนวลนั้น ทำให้สถาปนิกหนุ่มเผลอยิ้มออกมาบางเบา ทว่า รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหายไปจากใบหน้า ความหนาวยะเยือกแปลกประหลาดก็พุ่งปะทะเข้าที่ต้นคอของทั้งคู่จนขนลุกซู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังที่เดินย่ำไปบนพื้นน้ำนิ่ง... ดังขึ้นมาจากความมืดมิดในอุโมงค์ลับที่เพิ่งเปิดออก *ตึก... ตึก... ตึก...* เงาร่างในชุดสูทขาดวิ่นตัวเดิม ค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากความลึกลับเบื้องหน้า แสงสว่างจากคบเพลิงส่องกระทบใบหน้าของเงาร่างนั้นให้เห็นชัดเจนขึ้น... เป็นใบหน้าของชายวัยกลางคนที่มีโครงหน้าคล้ายคลึงกับธาวินทุกประการ ดวงตาสสีดำสนิทไร้แววชีวิตคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่สถาปนิกหนุ่ม พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเย็นยะเยือก "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกชายของพ่อ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%