ไอเย็นเยียบเฉือนผ่านผิวหนังราวกับคมมีดโกน กลิ่นอับชื้นของอิฐเก่าและคราบน้ำมันดินฟุ้งกระจายจนธาวินต้องกลั้นหายใจ รอยร้าวบนผนังปูนเปลือยตรงหน้าเขากำลังขยับเขยื้อน ราวกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดพลังงานสีนิลเข้มข้นออกมาเป็นจังหวะ
"อย่ามองที่รอยแยกนั่นตรงๆ ค่ะ ธาวิน!" รินรดาร้องเตือน เสียงของเธอเยือกเย็นแต่เปี่ยมด้วยความเด็ดขาด ฝ่ามือบางกระชับพัดไม้จันทน์หอมในมือแน่น ก่อนจะสะบัดข้อมือวาดอักขระกลางอากาศเป็นวงกลมสีทองเรืองรอง
"แขกที่มาเยือนคืนนี้ ไม่ใช่แค่ไอ้เศษวิญญาณเร่ร่อนหรอกนะคะ แต่มันคือตัว 'เร่งเวลา' ที่กำลังจะเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นนรกขนาดย่อม"
ธาวินกัดฟันแน่น เขายกมือขึ้นป้องดวงตาที่เริ่มแสบพร่าจากการพยายามเพ่งมองโครงสร้างของมิติที่กำลังบิดเบี้ยว เขาสังเกตเห็นจุดเชื่อมต่อของโครงเหล็กในอาคารแห่งนี้ มันไม่ใช่แค่รอยร้าวธรรมดา แต่มันคือ "จุดบอดของเวลา" ที่วิญญาณบางตนใช้เป็นทางผ่านเพื่อหลบหนีจากยมทูต
"คุณรินรดาครับ... เอ่อ หมายถึงคุณรินรดาคะ" ธาวินรีบแก้คำนำหน้าเมื่อเห็นสายตาดุๆ จากหญิงสาว "ผมเห็นเส้นใยสีขาวนวลเส้นหนึ่ง... มันเชื่อมจากตัววิญญาณเด็กนั่น ไปยังรอยแยกบนเพดาน แต่มันกำลังเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ผมว่าผมเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมไปเกิดใหม่"
รินรดาหันขวับมามองเขา นัยน์ตาสีเทาเข้มของเธอสะท้อนความประหลาดใจชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความกังวล "คุณหมายความว่าอย่างไรคะ"
"วิญญาณไม่ได้ยึดติดกับสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่มันมี 'เคาน์เตอร์เวลา' กำกับอยู่ครับ" ธาวินขยับตัวเข้าไปใกล้ผนังอย่างระมัดระวัง เขาใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่รอยร้าวโดยไม่ให้โดนพลังอาถรรพ์โดยตรง "ทุกวิญญาณที่ตกค้างจะมี 'วันหมดอายุ' ถ้าพวกเขาไม่ยอมละวางหรือเข้าสู่กระบวนการชำระล้างก่อนที่เส้นใยสีขาวนี่จะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท... พวกเขาจะสูญเสียอัตลักษณ์เดิมไปทั้งหมด และกลายเป็น 'ปีศาจกินวิญญาณ' ทันที"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนมาจากมุมมืดของห้องโถงกว้าง เสียงนั้นแหลมสูงจนแก้วหูแทบฉีกขาด วิญญาณเด็กน้อยที่เคยดูไร้เดียงสาในตอนแรก บัดนี้ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยเป็นสีนวลจางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ มือที่เคยโปร่งแสงเริ่มงอกเงยเป็นกรงเล็บแหลมคม
"นั่นไงคะ..." รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "เวลามันหมดลงเร็วกว่าที่คิด"
หญิงสาวโยนเหรียญโบราณลงบนพื้น เหรียญเหล่านั้นหมุนคว้างและสร้างอาณาเขตป้องกันขึ้นมาทันที ธาวินไม่รอช้า เขาหยิบตลับเมตรเหล็กคู่ใจออกมา แทนที่จะใช้วัดระยะทาง เขาหมุนมันกลับหลังจนเกิดเสียงกลไกดัง *คลิก*
"คุณรินรดา! ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจมันที ผมต้องซ่อม 'โครงสร้างเวลา' ตรงนั้น ไม่งั้นถ้าปล่อยให้รอยร้าวนี้แตกออกมากกว่านี้ พลังงานลบจะดูดกลืนวิญญาณทุกดวงในตึกนี้เข้าสู่สภาวะปีศาจทั้งหมด!"
"รับทราบค่ะ! แต่อย่านานเกินไปนะคะ เพราะพัดของฉันกั้นมันไว้ได้ไม่เกินสามนาที!"
รินรดาทะยานตัวออกไปราวกับเงา แสงจากพัดไม้จันทน์สว่างวาบราวกับเปลวไฟที่เผาไหม้วิญญาณร้าย เธอกระโดดหลบกรงเล็บมัจจุราชอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าดูสง่างามราวกับร่ายรำท่ามกลางห่าฝนกระสุน
ธาวินรวบรวมสมาธิ สายตาของเขามองเห็นรอยร้าวในมิติชัดเจนขึ้น มันไม่ได้เป็นเพียงรอยแยกของตึก แต่มันคือข้อผิดพลาดที่ถูกเขียนทับด้วยไสยเวทมนตร์ดำ เขาเริ่มร่ายอักขระปิดผนึกที่รินรดาเคยสอนไว้ในใจ มือของเขาเคลื่อนไหวตามจุดตัดของโครงสร้างเหล็กอย่างแม่นยำ
*หนึ่ง... สอง... สาม... สอดประสาน...*
"เสร็จหรือยังคะ!" รินรดาตะโกน เสียงของเธอเริ่มเหนื่อยหอบ ร่างของเธอถูกผลักกระเด็นจนหลังกระแทกกับเสาปูน
"อีกนิดเดียวครับ!" ธาวินตวาดกลับ เหงื่อเม็ดโตไหลเข้าตา แต่เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตา เขารู้ดีว่าหากพลาดเพียงนิดเดียว ความแค้นที่สั่งสมมานับร้อยปีของวิญญาณเหล่านั้นจะย้อนกลับมากลืนกินเขาทั้งเป็น
เขากระแทกฝ่ามือลงบนจุดกึ่งกลางของรอยร้าว พลังงานสีทองไหลผ่านปลายนิ้วเข้าไปเชื่อมต่อรอยแยกระหว่างภพ รอยร้าวนั้นเริ่มหดตัวลง เสียงกรีดร้องของวิญญาณเด็กน้อยค่อยๆ แผ่วลง กลายเป็นเสียงสะอื้นไห้ที่ดูเศร้าสร้อยและเปราะบาง
ทว่า ในวินาทีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะคลี่คลาย... เสียงหัวเราะแหลมเล็กที่ดูไม่เหมือนเสียงของเด็กคนเดิมก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังของธาวิน
ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในครั้งนี้รุนแรงจนธาวินรู้สึกได้ว่าเลือดในกายกำลังจะแข็งตัว เขาค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พบว่าวิญญาณเด็กตนนั้นไม่ได้หายไป แต่มันกลับ "หลอมรวม" เข้ากับวิญญาณดวงอื่นที่อยู่รายรอบ จนกลายเป็นร่างมหึมาที่ไม่มีรูปร่างแน่ชัด
และเหนือสิ่งอื่นใด... บนหน้าจอโฮโลแกรมสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าธาวินเพียงผู้เดียว มันไม่ใช่ภารกิจกำจัดวิญญาณทั่วไป แต่มันคือ...
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจลับระดับ SSS - 'การตื่นของเจ้าถิ่น']
[เงื่อนไข: ท่านได้เผลอปลุก 'ผู้เฝ้าประตู' แห่งรอยร้าวขึ้นมาแล้ว]
[สถานะ: กุญแจมิติถูกทำลายโดยสมบูรณ์ / การหนีไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป]
รินรดาทรุดตัวลงข้างๆ เขา นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างมหึมานั้นกำลังขยายตัวจนเพดานตึกเริ่มถล่มลงมาเป็นชิ้นๆ "ธาวิน... นี่มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของเวลาแล้วค่ะ" เธอเอ่ยเสียงสั่น พลางคว้าข้อมือเขาไว้แน่น "มันคือ... คำเชิญให้ตาย"
ก่อนที่เพดานทั้งหมดจะพังครืนลงมา ธาวินเห็นเงามืดขนาดใหญ่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น เป็นเงาที่มีรูปร่างเหมือน "สถาปนิก" ที่สวมชุดสูทขาดวิ่นแบบเดียวกับพ่อของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับนภากระซิบผีนะคะ หวังว่าตอนหน้าจะทำให้คุณใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมค่ะ
มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต•ตอนที่ 8
เงื่อนไขของเวลา
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!