"ยินดีต้อนรับสู่โครงสร้างที่แท้จริง... สถาปนิกหนุ่ม"
เสียงกระซิบแหบพร่าประโยคนั้นไม่ได้ลอยมาจากอากาศภายนอก หากแต่ดังก้องขึ้นจากภายในกะโหลกศีรษะของธาวินโดยตรง ราวกับมีใครบางคนเอาปลายนิ้วเย็นเฉียบมาเคาะลงบนผนังกระดูกซีกขวาของเขา อุณหภูมิภายในห้องโถงของอาคารพาณิชย์เก่าแก่ย่านตลาดน้อยลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ธาวินพยายามก้าวเท้าถอยหลัง แต่รองเท้าหนังกลับติดตรึงอยู่กับพื้นคอนกรีต ราวกับถูกยางมะตอยเหลวหนืดๆ ดูดกลืนเอาไว้
รอยร้าวรูปใยแมงมุมบนเสาปูนเปลือยตรงหน้าไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเสียหายทางกายภาพของสถาปัตยกรรมอีกต่อไปแล้ว มันกำลังขยายตัว ปริแยกออก กายหยาบของปูนซิเมนต์ร่วงกราวลงมา เผยให้เห็นกลุ่มควันสีดำสนิทที่อัดแน่นอยู่ข้างใน ควันพวกนั้นบิดตัวไปมา ส่งเสียงกรีดแหลมสูงที่เสียดสีประสาทจนธาวินต้องยกมือขึ้นกุมขมับ เลือดกำเดาอุ่นๆ ไหลย้อยลงมาตามร่องริมฝีปากโดยที่เขายังไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำ
นี่ไม่ใช่ภาพหลอนจากความเหนื่อยล้าจากการทำงานติดต่อกันสามสัปดาห์... ระบบพลังงานอาถรรพ์ที่เขาเพิ่งเรียนรู้ที่จะมองเห็นผ่านดวงตาซ้ายกำลังส่งเสียงร้องเตือนภัยระดับวิกฤต กระแสออร่าสีเทาหม่นแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ปิดตายทุกเส้นทางหนีทีไล่
*วิญญาณอาฆาตระดับภัยพิบัติ* — ข้อมูลดิบที่ระบบปริศนาเคยประเมินไว้เมื่อตอนบ่ายผุดขึ้นมาในหัว ธาวินขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขามองลอดผ่านแว่นสายตาที่เลนส์เริ่มมีรอยฝ้าขึ้นทีละน้อย โครงสร้างตึกหลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น 'ตะแกรง' กักขังพลังงานด้านลบมาตั้งแต่ยุคสงคราม และตอนนี้ ตัวเขากำลังยืนอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของกลไกมรณะที่กำลังจะทำงาน
ความมืดมิดทะทะลักออกมาจากรอยแยกบนเสาปูน มันก่อตัวเป็นร่างเงาสูงใหญ่เกินกว่ามนุษย์ ไร้ใบหน้า มีเพียงดวงตาสสีแดงกลมโตคู่หนึ่งที่ลอยเคว้งอยู่ในกลุ่มหมอกทึบ เงาร่างนั้นยื่นกรงเล็บยาวเฟื้อยที่ประกอบขึ้นจากเศษซากเหล็กเส้นขึ้นมาหมายจะปลิดชีพสถาปนิกหนุ่มผู้ล่วงล้ำ อาคารทั้งหลังสั่นสะเทือน คานเหล็กด้านบนส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอาร์ดราวกับพร้อมจะถล่มลงมาทับถมพวกเขาทั้งเป็น
ธาวินหลับตาลงเสี้ยววินาที ยอมรับชะตากรรมที่คุ้นเคย — ความรู้สึกไร้พลังแบบเดียวกับวันที่ตึกของครอบครัวพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา ภาพความทรงจำสีแดงฉานย้อนกลับมาทับซ้อน เขากำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปอีกครั้งสินะ...
*เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรงดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยประกายไฟสีครามที่สาดกระเซ็นไปทั่วทุกทิศทางราวกับดอกไม้เพลิงในคืนวันสารทจีน แรงปะทะมหาศาลซัดจนธาวินเซถอยหลังไปกระแทกกับผนังด้านหลัง แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ไอความเย็นยะเยือกที่เคยกดทับร่างของเขาหายวับไปในพริบตา
ธาวินลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ภาพตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด
กลางโถงอาคารที่มืดมิด บัดนี้ถูกอาบไล้ด้วยแสงเรืองรองสีครามเข้ม ร่างของหญิงสาวในชุดคลุมยาวสไตล์ร่วมสมัยปักลวดลายโบราณกำลังยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเธอสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว ปลายพู่กันด้ามยาวที่ทำจากไม้จันทน์หอมก็กรีดวาดกลางอากาศ ทิ้งร่องรอยอักขระเรืองแสงสีทองลอยเคว้งเป็นตาข่ายกักขังเงาร่างสีดำให้อยู่ในอาณาเขต
"ยืนเหม่ออะไรอยู่ล่ะคะ สถาปนิกหนุ่ม" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจและจังหวะจะโคนเอ่ยขึ้น รินรดาปรายหางตามามองเขาเพียงนิดเดียว เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมหมุนที่เธอเป็นผู้ควบคุม "ถ้ายังไม่อยากให้โครงสร้างกระดูกซี่โครงของคุณแตกละเอียดเหมือนผนังตึกนี้ ช่วยขยับสมองแล้วถอยไปยืนหลังแนวเขตอักขระที่สามเดี๋ยวนี้ค่ะ"
ธาวินเม้มปากแน่น แม้จะตกใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของมัคคุเทศก์วิญญาณผู้ลึกลับผู้นี้ แต่สัญชาตญาณการวิเคราะห์ของสถาปนิกก็ทำงานทันที เขากวาดสายตามองการยืนน้ำหนักตัวและการวางแนวอักขระของเธอ
"มุมองศาของอักขระชุดนั้น..." ธาวินโพรงขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของวิญญาณร้าย "ถ้าคุณปรับองศาการวางตัวอักขระทางขวาอีกสิบห้าองศา แนวแรงดันจากพลังงานอาถรรพ์จะสะท้อนกลับไปทำลายแกนกลางของมันเอง ไม่ต้องเปลืองแรงต้านทานแบบนั้นหรอกครับ... เอ๊ย แบบนั้นนะคะ!" เขาเกือบเผลอหลุดปากพูดคำเดิมพันติดปากออกไป โชคดีที่ดึงสติกลับมาได้ทันเวลา
รินรดาชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่หาได้ยากยิ่ง "ตาไวใช้ได้นี่คะ... งั้นก็แสดงให้ดูหน่อยสิคะว่าสถาปนิกอย่างคุณ จะช่วยฉันจัดระเบียบโครงสร้างนรกนี่อย่างไรดี"
สิ้นคำพูดของเธอ รินรดาตวัดพู่กันวาดวงโค้งส่งสัญญาณให้ธาวิน วิญญาณร้ายในรอยแยกแผดเสียงกรีดร้องโหยหวนเมื่อมันรับรู้ว่าเหยื่อกำลังจะหลุดมือ มันรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายพุ่งทะยานเข้าใส่ทั้งสองคนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศหวีดหวิว แรงกดดันมหาศาลทำให้ฝุ่นละอองรอบตัวลอยเคว้งคว้าง
ธาวินสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาสีสนิมมองทะลุผ่านรูปลักษณ์ที่น่ากลัวของวิญญาณร้าย ตรงไปยังจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด — จุดเชื่อมต่อระหว่างพลังงานอาถรรพ์กับโครงสร้างคานรับน้ำหนักหลักของตึก เขายกมือขึ้น วาดปลายนิ้วไปในอากาศจำลองแบบแปลนโครงสร้างที่เขาเพิ่งวิเคราะห์ไปเมื่อครู่
"รินรดา! เปิดทางซ้ายสามวินาที!" ธาวินตะโกนสั่งเสียงดังลั่นโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
หญิงสาวไม่ถามคำถามแม้แต่คำเดียว เธอบิดข้อมือ พู่กันสีครามระเบิดแสงสว่างวาบจนแสบตา เบี่ยงทิศทางของตาข่ายอักขระเปิดช่องว่างตามที่สถาปนิกหนุ่มต้องการพอดีเป๊ะ
ธาวินไม่รอช้า เขาทุ่มพลังจิตทั้งหมดที่มีพุ่งไปที่ปลายนิ้ว กระแทกเข้าใส่รอยร้าวบนเสาปูนจุดที่คำนวณไว้ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า แรงสั่นสะเทือนทำให้เศษปูนร่วงกราว แต่ทว่า... มันไม่ใช่การพังทลายของตึก แต่เป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนครั้งสุดท้ายที่ขาดห้วงไป
กลุ่มควันสีดำสนิทสลายตัวกลายเป็นละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์ ลอยล่องขึ้นสู่เบื้องบนทะลุเพดานปูนออกไปสู่ท้องนากลุ่มดาวด้านนอก อาคารทั้งหลังกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงกลิ่นอายของไม้จันทน์หอมจางๆ และคราบเขม่าสีดำบนพื้น
ธาวินหอบหายใจถี่กระชั้น ยืนพิงเสาปูนด้วยความอ่อนระโหย ร่างกายแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกโล่งอกและตื่นเต้นก็แล่นพล่านไปทั่วกระแสเลือด ระบบปริศนาในหัวส่งเสียงแจ้งเตือนรัวเร็ว
[ติ๊ง! ผู้เล่นธาวิน ทำลายจุดเชื่อมต่อพลังงานอาถรรพ์สำเร็จ]
[ปลดล็อกทักษะใหม่: 'วิศวกรรมอาถรรพ์ขั้นต้น']
[สถานะปัจจุบัน: ปลอดภัยชั่วคราว... แต่คำเตือนระดับ SSS กำลังเริ่มต้นขึ้น ณ ชั้นใต้ดินชั้นที่สาม]
ธาวินยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้อง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากบันไดวนที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ และแน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมกำลังคืบคลานขึ้นมาจากความมืดมิด
รินรดาหุบพู่กันในมือเก็บลงในซองหนังอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบกลับเคร่งเครียดขึ้นมาทันตาเห็น เธอมองหน้าธาวินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ดูเหมือนว่าเราไม่ได้มาแค่เพื่อปลดปล่อยวิญญาณธรรมดาเสียแล้วล่ะค่ะ..." รินรดาเอ่ยเสียงเบา หันไปมองทางลงสู่ชั้นใต้ดินที่บัดนี้มีไอน้ำสีดำพวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงโซ่ตรวนลากถู "ข้างล่างนั่น... มีบางอย่างกำลังตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนานกว่าร้อยปี และมันกำลังเรียกหา 'ผู้สร้าง' โครงสร้างนี้"
ธาวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อมองผ่านเลนส์แว่นของเขา รอยร้าวสีแดงฉานสายใหม่นับร้อยสายกำลังพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง มุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ราวกับฝูงงูพิษที่กระหายเลือด
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "นภากระซิบผี" นะคะ
มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต•ตอนที่ 2
มัคคุเทศก์ในชุดสีคราม
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!