"คานเหล็กตรงหัวมุมนั่น... รับน้ำหนักเกินพิกัดมาตั้งแต่ก่อนที่เราจะเกิดเสียอีก"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงกว้าง อาคารพาณิชย์โบราณยุคอาณานิคมใจกลางพระนครแห่งนี้กำลังส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับกระดูกที่ถูกบิดเกลียว ธาวินไม่ได้มองโครงสร้างด้วยสายตาของวิศวกรโยธาทั่วไป ปลายเรียวนิ้วของเขาแตะลงบนพื้นผิวปูนปั้นที่กะเทาะร่อน เผยให้เห็นเส้นใยสีดำคล้ายเส้นเลือดฝอยที่เต้นตุบๆ อยู่ภายใน สิ่งนั้นไม่ใช่รอยร้าวจากความชื้นหรือการทรุดตัวตามธรรมชาติ แต่มันคือรอยแผลเป็นทางไสยเวท—ร่องรอยที่กักเก็บความโศกเศร้าและความตายจากเหตุการณ์เมื่อหลายสิบปีก่อนเอาไว้
กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยคละคลุ้งในอากาศ ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระดูกสันหลัง ทำให้ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อครั้งอุบัติเหตุตึกถล่มพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองอีกครั้ง ภาพของเศษปูนที่พังทลายและเสียงกรีดร้องที่เขาไม่มีวันลบเลือน
ธาวินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสตินกลับมา ดวงตาสีเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด เขารู้ดีว่าทุกตึกรามบ้านช่องย่อมมีเรื่องเล่า แต่วัตถุตรงหน้ากลับส่งเสียงกระซิบที่ดังเกินไป... มันกำลังร้องเรียกหาการปลดปล่อย
"อย่าแม้แต่จะคิดใช้มือเปล่าสัมผัสรอยร้าวเส้นนั้นเด็ดขาดค่ะ ธาวิน"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังดังขึ้นจากความมืดบริเวณบันไดวน รินรดาปรากฏตัวขึ้นในชุดผ้าฝ้ายสีเทาเข้ม ร่างระหงก้าวเดินอย่างเงียบเชียบราวกับภูตพราย ในมือของเธอถือคบเพลิงสมุนไพรที่ส่งควันสีครามจางๆ กลิ่นกำยานและจันทน์หอมช่วยขับไล่ไอเย็นที่เกาะกุมบรรยากาศรอบตัวให้เจือจางลงเล็กน้อย
ธาวินชักมือกลับช้าๆ เขาสบตากับหญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่คิดและผู้ชี้ The Way แห่งโลกวิญญาณ "ผมแค่วิเคราะห์โครงสร้าง อาคารหลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับพลังงานปริมาณมหาศาลที่ถูกฝังไว้ใต้รากฐาน... มีบางอย่างกำลังพยายามพังกำแพงนี้ออกมา"
"ไม่ใช่แค่บางอย่างหรอกค่ะ แต่มันคือความอาฆาตที่ถูกสะสมผ่านกาลเวลา" รินรดาเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง สายตาคมกริบกวาดมองไปตามแนวผนังที่แตกร้าว เธอหยิบยันต์กระดาษสีหมึกชาดออกจากสาบเสื้อ ท่องคาถาเบาๆ เป็นภาษาโบราณที่ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบของสายลม "คุณมองเห็นรอยร้าวด้วยสายตาของสถาปนิกผู้รอดชีวิต แต่วิญญาณที่ถูกจองจำในนี้ไม่ได้มองว่าคุณคือผู้ช่วย... พวกเขาคิดว่าคุณคือผู้สร้างกรงขังนั้นขึ้นมาใหม่ต่างหาก"
สิ้นเสียงของรินรดา รอยร้าวประหลาดบนกำแพงก็เริ่มขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงลั่นเปรี๊ยะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับกระจกที่กำลังจะแตกละเอียด ไอเย็นเยือกพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกนั้นราวกับพายุหิมะขนาดย่อม แรงดันอากาศรอบตัวลดฮวบลงจนธาวินต้องยกแขนขึ้นตั้งรับแรงกระแทก
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ลมหนาว... หากแต่เป็นเงาสสีดำสนิทนับร้อยที่ค่อยๆ เอ่อล้นออกมาจากรอยร้าวบนผนัง รูปร่างของพวกมันบิดเบี้ยว ไร้ใบหน้า แต่กลับส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนที่กรีดแทะโสตประสาทจนสติแทบหลุดลอย
ธาวินไม่รอช้า สมองส่วนวิเคราะห์คำนวณทิศทางโครงสร้างและจุดอ่อนของอาันตรธานนี้อย่างรวดเร็ว "รินรดา! จุดรับน้ำหนักของคานรองรับอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สามองศา! ถ้าเราทำลายจุดเชื่อมโยงพลังตรงนั้น แรงดันจะถูกระบายออก!"
"ฉลาดมากค่ะ แต่ตอนนี้มันสายเกินไปที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีทางกายภาพธรรมดาแล้ว!" รินรดาดีดนิ้วส่งยันต์กระดาษพุ่งตรงไปยังใจกลางกลุ่มเงาสีดำ พร้อมกับสะบัดมือวาดอักขระกลางอากาศเพื่อสร้างเขตอาคมคุ้ม
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เขตอาคมกำลังจะกางกั้น พื้นเบื้องล่างที่พวกเขาเหยียบอยู่ก็เกิดการยุบตัวลงอย่างกะทันหัน แรงดึงดูดประหลาดฉุดกระชากทั้งสองร่างให้ร่วงหล่นลงสู่ความมืดเบื้องล่างที่ไร้ก้นบึ้ง พร้อมๆ กับเสียงหัวเราะแหบพร่าของผู้ที่หลบซ่อนอยู่ในรอยร้าว ดังสะท้อนก้องกังวานขึ้นว่า...
*ยินดีต้อนรับสู่โครงสร้างที่แท้จริง... สถาปนิกหนุ่ม*
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "นภากระซิบผี" ในตอนแรกนี้นะคะ
มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต•ตอนที่ 1
รอยร้าวที่ไม่ควรมี
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!