มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต•ตอนที่ 11

ศัตรูที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย นภากระซิบผี
เศษปูนสีเทาที่ร่วงกราวลงมากระทบพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ไม่ได้เกิดจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว แต่เกิดจากแรงกดดันทางจิตวิญญาณอันมหาศาลที่กำลังบีบอัดโครงสร้างของตึกร้างแห่งนี้ให้บิดเบี้ยว รินรดาขยับตัวเข้าประชิดแผ่นหลังของธาวินอย่างรวดเร็ว ปลายเรียวเล็บของเธอกดลงบนจุดชีพจรที่ต้นคอของเขาเพื่อสกัดกั้นกระแสพลังงานอาถรรพ์ที่พยายามลุกลามผ่านทางรอยร้าวของผนัง ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของหญิงสาวตัดผ่านไออุ่นของเหงื่อกาฬที่ผุดพรายบนขมับของสถาปนิกหนุ่ม "ตั้งสติไว้ค่ะธาวิน... อย่ามองตามเส้นสายเลือดนั่น มันเป็นภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อดึงสติคุณลงไปในหลุมศพทางวิญญาณเมื่อสิบปีก่อน" เสียงกระซิบของรินรดานุ่มนวลแต่มั่นคงพอที่จะดึงธาวินกลับมาจากห้วงภวังค์สีเลือด ดวงตาคมกราบของสถาปนิกหนุ่มกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส รอยร้าวรูปใยแมงมุมบนผนังคอนกรีตตรงหน้าไม่ได้เป็นเพียงรอยแตกทางกายภาพอีกต่อไป แต่ส่องแสงเรืองรองเป็นสีแดงฉานราวกับเส้นเลือดฝอยที่กำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจของเขาเอง คำพูดทิ้งท้ายจากเหตุการณ์ก่อนหน้ายังคงก้องกังวานในโสตประสาท *'เขามีสิทธิ์โดยชอบธรรมตามกฎแห่งอาถรรพ์เลือด เนื่องจากโครงสร้างตึกทั้งหมดถูกผูกวิญญาณด้วยชื่อของคุณตั้งแต่พิธีฝังเสาเข็มเมื่อสิบปีก่อนแล้วค่ะ!'* ธาวินกัดกริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ไหวพริบของนักออกแบบโครงสร้างผู้ผ่านคดีลี้ลับมาโชกโชนทำงานอย่างรวดเร็ว สมองของเขาประมวลผลข้อมูลทางสถาปัตยกรรมผสานกับศาสตร์ไสยเวทที่ได้เรียนรู้จากรินรดา "ถ้าชื่อของผมถูกใช้เป็นเสาเข็มทางวิญญาณ... แปลว่าโครงสร้างทั้งหมดนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับน้ำหนักของตัวอาคาร แต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็น 'กรงขัง' ที่มีผมเป็นกุญแจหลักสินะคะ" ธาวินเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลรองรับ "ถูกต้องค่ะ" รินรดาพยักหน้ารับ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบโถงอาคารชั้นล่างที่เริ่มถูกความมืดเข้ากลืนกิน "และนั่นคือเหตุผลที่พวกมัน... ไม่ยอมปล่อยให้เราเดินสำรวจออกไปได้ง่ายๆ" *คลิก... กริ๊ก...* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของเสาเข็มต้นที่แปด ซึ่งเป็นจุดอับสายตาและเป็นจุดที่โครงสร้างรับน้ำหนักมากที่สุดในทางวิศวกรรม ธาวินหรี่ตาลง มองผ่านรอยร้าวบนพื้นผิวคอนกรีต เขาเห็นกระแสพลังงานสีดำสนิทพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดินราวกับรากไม้มีชีวิต มันไม่ใช่ภูตผีปีศาจทั่วไป แต่เป็น 'อาคมสายดำ' ที่ถูกหล่อหลอมด้วยเจตนาอันชั่วร้ายและผ่านการคำนวณโครงสร้างมาอย่างแม่นยำ พรึบ! เปลวไฟสีน้ำเงินเข้มลุกพรืดขึ้นพร้อมกันสี่มุมห้อง โถงกว้างที่เคยมีเพียงแสงสลัวยามเย็นกลับถูกอาบไล้ด้วยแสงเรืองรองชวนขนหัวลุก ร่างนับสิบในชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากโลหะรูปทรงเรขาคณิต ปรากฏกายขึ้นจากความว่างเปล่าราวกับก้าวออกมาจากรอยพับของมิติ พวกเขาไม่ได้ส่งเสียงคำรามหรือแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดแบบภูตผีไร้ญาติ แต่ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบด้วยวินัยราวกับทหารในกองทัพโบราณ มือแต่ละข้างถือค้อนเหล็กและลิ่มอาคมที่สลักอักขระภาษากลืนวิญญาณ "กลุ่มผู้พิทักษ์เขตอาถรรพ์... พวกมันคือนักบวชสายมารที่ใช้กฎหมายไสยเวทโบราณควบคุมกรรมสิทธิ์ของตึก" รินรดาก้าวขึ้นมาขวางหน้าธาวิน มือเรียวสะบัดออกเบาๆ ปรากฏกระดาษยันต์สีทองอร่ามสามแผ่นร่อนหมุนวนอยู่ระหว่างปลายนิ้ว "ระวังตัวด้วยนะคะธาวิน พวกมันไม่ได้มาเพื่อขับไล่เรา แต่พวกมันมาเพื่อ 'รีเซ็ต' สิทธิ์การครอบครองโครงสร้าง... หมายความว่าพวกมันต้องการตัดสิทธิ์ความเป็นมนุษย์ของคุณ แล้วเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอนกรีตพวกนี้ถาวร" ผู้นำกลุ่มชุดดำที่ยืนอยู่ตรงกลางก้าวออกมาข้างหน้า ร่างกายของเขาสูงใหญ่ผิดมนุษย์ และเมื่อเขาขยับตัว พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าก็แตกสลายเป็นผุยผง เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากก้นบึ้งของเหวลอดออกมาจากใต้หน้ากากโลหะ "สถาปนิกผู้โง่เขลา... เจ้าเอาชื่อและเลือดเนื้อของตนเองมาค้ำประกันเงื่อนไขนี้ไว้เมื่อสิบปีก่อน บัดนี้ ถึงเวลาที่สัญญาจะต้องถูกชำระ หนี้ชีวิตต้องแลกด้วยโครงสร้าง และหนี้วิญญาณต้องแลกด้วยความนิรันดร์" สิ้นเสียงประกาศิต ร่างในชุดดำทั้งสิบก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับกระสุนปืนที่ถูกยิงออกจากหน้าไม้ แรงกดดันมหาศาลจากอาคมพุ่งเข้าปะทะกับบาตรคุ้มกันที่รินรดากางขึ้นอย่างจัง เสียงระเบิดทางพลังงานดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษกระจกที่เหลืออยู่บนหน้าต่างชั้นบนแตกละเอียดร่วงหล่นลงมาเป็นสายฝน ธาวินไม่รอช้า เขารู้ดีว่าการพึ่งพาพลังไสยเวทของรินรดาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถต้านทานกองกำลังที่มีการวางแผนมาเป็นระบบเช่นนี้ได้ สายตาของเขาเพ่งมองไปยัง 'จุดอ่อนเชิงโครงสร้าง' ของกลุ่มผู้บุกรุก ผ่านรอยร้าวบนพื้นผิวหน้ากากและเครื่องแต่งกายของพวกมัน สถาปนิกหนุ่มมองเห็นกระแสพลังงานที่ไหลเวียนไม่สม่ำเสมอ จุดเชื่อมต่อระหว่างพลังงานและกายเนื้อของพวกมันมีช่องว่างอยู่! "รินรดาคะ! ซ้ายมือของตัวที่สาม... จุดรับน้ำหนักของอาคมมันเอียงไปทางขวาแปดองศา! ถ้าเราทำลายจุดนั้น บาตรของพวกมันจะเกิดอาการ Resonance และพังทลายลงจากแรงสะท้อนภายใน!" ธาวินะตะโกนบอกพร้อมกับคว้าเหล็กเส้นยาวเกือบเมตรที่หลงเหลือจากการก่อสร้างขึ้นมาถือไว้มั่น รินรดาไม่ต้องรอให้บอกซ้ำสอง ดวงตาคู่สวยประกายแสงวาวโรจน์ หญิงสาวสะบัดมือซัดยันต์สีทองพุ่งตรงไปยังจุดที่ธาวินชี้ทันที พร้อมกับร่ายคาถากำกับเสียงกังวาน "อักขระเบี่ยงฟ้า... ทะลวงจุดอับ!" เปรี้ยง! ประกายไฟสีทองและสีดำปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกซัดร่างของทั้งสองฝ่ายกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง กลุ่มชุดดำที่ตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบเริ่มเสียการทรงตัว โครงสร้างอาคมที่พวกมันสร้างขึ้นเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ลามเลียไปทั่วบริเวณราวกับใยแมงมุมที่กำลังจะขาดสะบั้น ทว่า... ก่อนที่ธาวินจะทันได้พุ่งเข้าไปซ้ำเติมจุดอ่อนนั้น ผู้นำชุดดำร่างยักษ์กลับแค่นหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว เขาไม่ได้สนใจรอยร้าวของอาคมแม้แต่น้อย แต่กลับยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์ประหลาดกลางอากาศ "เจ้าคิดว่าพวกเราเป็นแค่ผู้คุมกฎธรรมดาอย่างนั้นหรือ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของธาวินและรินรดายุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกสีดำสนิท "นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อขับไล่... แต่เป็นการเปิด 'ประตูพิพากษา' ต่างหาก" ทันทีที่สิ้นคำพูด พื้นคอนกรีตบริเวณรอบตัวพวกเขาก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นร่างเงาสีดำนับร้อยที่ถูกฝังอยู่ใต้ฐานรากของตึก ตาสีแดงฉานนับคู่เปิดโพลงขึ้นพร้อมกันในความมืดมิดเบื้องล่าง และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ร่างเงาเหล่านั้นล้วนแต่มีใบหน้าและรูปร่างหน้าตาถอดแบบมาจากตัวของธาวินเองในวัยเด็กเมื่อสิบปีก่อน! "ธาวิน... ถอยออกมาค่ะ!" รินรดาหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก เธอพยายามดึงแขนของสถาปนิกหนุ่มไว้ แต่กลับพบว่าเงาดำเบื้องล่างได้แผ่กิ่งก้านสาขาขึ้นมาพันธนาการข้อเท้าของเธอไว้แน่นราวกับโซ่ตรวนเหล็กกล้า ธาวินก้มมองเงาสีดำที่กำลังไต่ขึ้นมาตามเรียวขาของตนเอง ความทรงจำอันเจ็บปวดในคืนวันอุบัติเหตุตึกถล่มเมื่อสิบปีก่อนไหลทะลักกลับเข้ามาในหัวสมองอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้อง เสียงคานเหล็กหักโค่น และกลิ่นอับชื้นของซากปรักหักพังกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ในวินาทีที่ความมืดกำลังจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาจนหมดสิ้น เสียงแจ้งเตือนลึกลับบางอย่างก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของสถาปนิกหนุ่ม—เสียงที่ไม่ได้มาจากระบบไสยเวทของรินรดา และไม่ใช่เสียงของกลุ่มชุดดำ แต่มันคือเสียงกระซิบจากระบบสถาปัตยกรรมแห่งโชคชะตาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ! *[ระบบตรวจสอบโครงสร้างวิญญาณ: ตรวจพบการปลุกสิทธิ์การครอบครองระดับสูงสุด SSS]* *[เงื่อนไขผูกพันเสาเข็มเลือด: สำเร็จ 100%]* *[คำเตือน: ผู้ครอบครองสิทธิ์กำลังจะสูญเสียตัวตน... ท่านต้องการ 'ยอมจำนน' หรือ 'รื้อถอนและสร้างใหม่' จากซากปรักหักพังนี้ด้วยมือของท่านเอง?]* ดวงตาสีดำสนิทของธาวินเปลี่ยนเป็นประกายแสงสีเงินยวดยาวเมื่อเงื้อมือสัมผัสกับเหล็กเส้นในมือแน่น รอยร้าวบนหน้าผากของเขาปรากฏสัญลักษณ์เรขาคณิตโบราณที่ส่องแสงเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดรอบกายอย่างเด็ดเดี่ยว "ฉันเลือก... รื้อถอนมันใหม่ทั้งหมดตรงนี้แหละค่ะ" ธาวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและทรงพลังจนแม้แต่ผู้นำกลุ่มชุดดำยังต้องชะงักงัน — ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรอยร้าวแห่งอดีตนะคะ —
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%