คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 7

กลิ่นธูปปริศนา

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"เธอได้กลิ่นนั่นไหม... อาคม" เสียงกระซิบของรินรดาแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบงันของเรือนไทยไม้สักทองยามวิกาล เธอยืนนิ่งอยู่หน้าบานหน้าต่างแกะสลักลายเครือเถา ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบจนไร้สีเลือดกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาคู่คมจ้องมองออกไปเบื้องนอก—ณ บริเวณศาลาริมน้ำโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมคลองเงียบเชียบ แสงจันทร์แรมสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำเกิดเป็นเงารักระยิบระยับที่ดูคล้ายรอยยิ้มเยาะเย้ย อาคมละสายตาจากคัมภีร์ใบลานโบราณที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ขนาดย่อม เขาดันกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก3 เพื่อรับสัมผัสจากบรรยากาศรอบตัว ทันใดนั้น สีหน้าเคร่งขรึมของชายหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทย์ก็เปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นในทันที กลิ่นควันธูป... มันไม่ใช่กลิ่นธูปหอมทั่วไปที่ใช้บูชาพระรัตนตรัย แต่มันคือกลิ่นของธูปโบราณผสมกำยานและผงกฤษณา—กลิ่นฉุนรุนแรงที่อัดแน่นไปด้วยความอับชื้นและกลิ่นสาบสางของกาลเวลา กลิ่นที่รินรดาคุ้นเคยดีจากบันทึกเก่าแก่ในห้องใต้หลังคา กลิ่นที่มักจะโชยมาทุกครั้งก่อนที่ "เงา" นั้นจะปรากฏกาย "ธูปดอกเก้าดอก..." อาคมพึมพำเสียงต่ำ ขยับตัวเข้ามาใกล้หญิงสาว โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดข้างหูเพื่อไม่ให้เสียงทำลายความเปราะบางของบรรยากาศ "ไม่ใช่ธูปธรรมดา มันคือธูปบูชาวิญญาณระดับสูง... ใครบางคนกำลังจุดมันที่ศาลาริมน้ำเวลานี้" "ไม่มีใครอยู่ข้างนอกนอกจากเรา อาคม" รินรดาหันกลับมาสบตาเขา แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความดื้อรั้นฉายชัดอยู่ภายใน "บ้านหลังนี้ถูกปิดตายจากโลกภายนอกมาสามวันแล้ว ประตูลงกลอนจากด้านในทุกบาน... แล้วใครล่ะที่กำลังจุดธูป?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบตัวเรือนที่ดังระงมราวกับเสียงหัวเราะเยาะ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัมผัสพิเศษที่อยู่ลึกในDNAของตระกูลกำลังกรีดร้องเตือนภัย ผิวหนังทั่วร่างลุกชันด้วยความหนาวเหน็บที่พัดมาจากมุมมืดของโถงเรือน กลิ่นธูปปริศนาเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะมองเห็นเป็นควันสีเทาจางๆ ลอยวนเวียนอยู่ตามเสาเรือนไม้สักทีละต้น ทีละต้น... ราวกับมันกำลังเดินสำรวจอาณาเขตของตัวเอง "เราต้องลงไปดู" รินรดาตัดสินใจเด็ดขาด เธอคว้าตะเกียงโบราณที่จุดไฟไว้สลัวๆ ขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างที่สั่นเทา "เดี๋ยวก่อน ริน..." อาคมคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบีบจากมือของชายหนุ่มส่งผ่านความอุ่นและสติมาให้เล็กน้อย "อย่าเพิ่งใจร้อน พลังงานตรงนั้นมันเข้มข้นเกินไป คุณหลวงกำลังล่อให้เราไปติดกับ ดึงเรากลับไปสู่เงื่อนงำที่เขาต้องการควบคุม" "แล้วจะให้ฉันนั่งรอให้มันเดินขึ้นมาเคาะประตูห้องนอนหรือไง?" รินรดาตวัดสายตาดุดันใส่อาคม น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าวขึ้น "คุณก็รู้ว่าถ้าเราไม่หาคำตอบเรื่องเครื่องรางชิ้นนั้น ปู่ทวดและดวงวิญญาณทุกดวงในตระกูลนี้จะไม่มีวันได้ไปผุดไปเกิด... พวกเขาจะต้องติดอยู่ในวังวนแห่งความแค้นนี้ไปชั่วนิรันดร์!" อาคมถอนหายใจยาวนาน เขาเห็นความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ในดวงตาคู่นั้น รู้ดีว่าห้ามอย่างไรก็ไม่อยู่ ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือไปหยิบมีดหมออาคมเล่มเล็กที่เหน็บไว้ที่เอวออกมากำไว้แน่น พร้อมพึมพำคาถาคุ้ม "ตกลง... แต่เดินตามหลังผม อย่าหันกลับไปมองข้างหลังไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม" ทั้งคู่ก้าวเท้าออกจากห้องนอนใหญ่ ย่างกรายลงสู่บันไดไม้สักวนที่ทอดตัวลงสู่ชั้นล่าง เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้ฝ่าเท้าดังชัดเจนในความเงียบสงบ กลิ่นธูปปริศนาทวีความรุนแรงขึ้นจนแสบจมูก มันไม่ใช่แค่กลิ่นอีกต่อไป แต่มันเริ่มมีความร้อนระอุแผ่ซ่านเข้ามาในอากาศ อุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว รินรดากลั้นหายใจเมื่อก้าวพ้นประตูหลังเรือนออกสู่ลานดิน มุ่งตรงไปยังทางเดินปูด้วยศิลาแลงที่ทอดยาวสู่ศาลาริมน้ำโบราณ เบื้องหน้า... ศาลาริมน้ำที่ควรจะมืดสนิท กลับปรากฏแสงเรืองรองสีส้มอมแดงสลัวๆ ลอดออกมาจากเสาไม้แกะสลัก และที่ตรงกลางศละนั้น มี "กระถางธูปทองเหลืองโบราณ" ที่ไม่มีใครเคยเอาไปตั้งไว้ กลับมีธูปเก้าดอกปักอยู่ พร้อมกับควันสีเทาหนาทึบที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นเกลียวคลื่นประหลาด และข้างกระถางธูปนั้น มีเงาดำทะมึนของชายชราในชุดขุนนางโบราณเต็มยศกำลังนั่งคุกเข่าหันหลังให้... กำลังก무คคคำนับลงต่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอ เธอยกตะเกียงขึ้นสูงเพื่อให้แสงสว่างสาดส่องไปถึงร่างนั้น ปากเรียวอ้าออกจะเอמהนามเรียกวิญญาณบรรพบุรุษจอมอาฆาต แต่อาคมกลับกระชากแขนเธอถอยหลังสุดแรงเกิดด้วยใบหน้าซีดเผือด "ริน... หยุด! อย่ามองหน้ามัน!" อาคมคำรามลั่น "นั่นไม่ใช่เงาของคุณหลวง..." ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ถามอะไร เงาดำในชุดขุนนางโบราณที่ควรจะหันหลังให้ตลอดกาล กลับค่อยๆ บิดคอขวับ 180 องศา กลับมามองพวกเธอด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู ดวงตาสสีแดงก่ำไร้แววตา และในมือที่เหี่ยวย่นเหมือนซากศพนั้น... กำลังถือ "ปิ่นปักผมทองคำขาวเปื้อนเลือด" ของแม่รินรดาที่เพิ่งหายไปจากโต๊ะเครื่องแป้งเมื่อตอนหัวค่ำ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดด้วยกันครับ ศาลาริมน้ำโบราณ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%