คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 8

ความลับใต้ถุนเรือน

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กปะปนกับกลิ่นดินอับชื้นโชยเข้าจมูกจนรินรดาต้องยกมือขึ้นปิดเรียวปาก สัญชาตญาณดิบในกายกรีดร้องเตือนภัย แต่ความอยากรู้อยากเห็นและพันธนาการแห่งสายเลือดกลับผลักดันให้เธอก้าวเท้าต่อไปในความมืดสลัวของใต้ถุนเรือนไทยโบราณหลังนั้น แสงจากไฟฉายแรงสูงส่องกราดผ่านเสาไม้ตะเคียนขนาดสามคนโอบที่ขึ้นเงาดำทะปุ ดินบริเวณมุมอับด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้มีลักษณะผิดแปลกไปจากจุดอื่น มันยุบตัวลงเป็นร่องลึกยาวรีคล้ายรูปทรงของร่างมนุษย์ และที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ผิวดินบริเวณนั้นไม่มีวัชพืชขึ้นเลยแม้แต่ต้นเดียว ราวกับแผ่นดินตรงนั้นถูกทำให้ตายทั้งเป็น "อย่าเพิ่งขยับ ริน" เสียงกระซิบต่ำของอาคมดังขึ้นพร้อมกับมือหนาที่เอื้อมมาคว้าข้อแขนเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงพอที่จะบอกให้รู้ว่าชายหนุ่มไม่ได้กำลังหวาดกลัวความมืด แต่เขากำลังหวาดกลัวสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างมากกว่า แว่นตากรอบบางของอาคมสะท้อนแสงไฟฉายวาวโรจน์ ใบหน้าคมสันตึงเครียด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมทั้งที่อากาศใต้ถุนเรือนค่อนข้างเย็นจัด "เราต้องพิสูจน์ค่ะพี่อาคม" รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามดึงแขนกลับแต่ไม่อาจสู้แรงของชายหนุ่มได้ "รินฝันถึงเสียงร้องโหยหวนนั่นทุกคืน... วิญญาณพวกนั้นทรมานเกินกว่าจะปล่อยให้ถูกกักขังไว้แบบนี้" "การขุดคุ้ยอดีตบางอย่าง มันไม่ได้ปลดปล่อยใคร ริน... แต่มมันกำลังปลุก "มัน"" อาคมกวาดสายตาคมกริบไปยังความมืดเบื้องหน้า ดวงตาของเขาฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด "คุณหลวงไม่ได้แค่สร้างเรือนหลังนี้ขึ้นมาเพื่ออยู่อาศัย แต่ท่านสร้างมันขึ้นมาเพื่อเป็น 'คุก' ตั้งแต่แรก" พลั่วเหล็กและจอบขนาดเล็กที่พวกเขาเตรียมมาถูกวางลงบนพื้นดิน อาคมพ่นลมหายใจยาวเหยียดก่อนจะตัดสินใจลงมือขุดเป็นคนแรก คมพลั่วกระทบเข้ากับชั้นดินแข็ง ส่งเสียงดังทึบสะท้อนก้องไปทั่วความเวิ้งว้างใต้ถุนเรือน ทุกครั้งที่คมเหล็กจมลงไปในดิน รินรดากลับรู้สึกเหมือนมีใครเอาเข็มมาทิ่มแทงเข้าที่กลางอก หัวใจของเธอเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ภาพนิมิตเลือนรางเริ่มไหลทะลักเข้ามาในหัวสมองอีกครั้ง—เสียงหัวเราะทุ้มต่ำน่าขนลุกของชายสูงวัยในชุดไทยประดับเครื่องราชย์, เสียงกรีดร้องของหญิงสาว และกลิ่นหอมหวานของดอกปีบที่บูดเน่าจนกลายเป็นกลิ่นศพ *แกร๊ก!* เสียงโลหะกระทบกับวัตถุแข็งบางอย่างใต้ดินทำให้อาคมชะงักกึก ชายหนุ่มก้มลงใช้มือปัดเศษดินโคลนออกอย่างระมัดระวัง หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ก้อนหิน หากแต่มันคือ "กระดูก" ชิ้นส่วนโครงกระดูกสีขาวหม่นโผล่พ้นดินขึ้นมาทีละชิ้น อาคมใช้มือเปล่าเขี่ยดินรอบๆ ออกอย่างเบามือ จนกระทั่งโครงกระดูกมนุษย์ทั้งร่างปรากฏชัดเจนต่อหน้า สิ่งที่ทำให้สองหนุ่มสาวต้องผงะถอยหลังด้วยความสะตนสยอง คือสภาพของโครงกระดูกนั้น... ข้อมือและข้อเท้าถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรึงสนิมเขรอะ ลำคอมีร่องรอยการบิดหักผิดรูป และที่น่ากลัวที่สุดคือ กะโหลกศีรษะมีตะปูขนาดใหญ่ตอกฝังอยู่กลางกระหม่อมอย่างจงใจเพื่อสะกดวิญญาณไม่ให้ไปผุดไปเกิด "นี่มัน... ฆาตกรรมชัดๆ" รินรดาครางแผ่ว มือเรียวปิดปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้อง น้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความเวทนาและหวาดกลัว "ไม่ใช่แค่ฆาตกรรม..." อาคมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาจ้องมองลึกลงไปในหลุมศพที่เริ่มส่งไอเย็นยะเยือกพุ่งทะลักขึ้นมา "...นี่คือพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ขั้นสูง เป็นการ 'ตรึงเงา' เพื่อให้วิญญาณดวงนี้อยู่รับใช้ตระกูลของมันไปชั่วกัปชั่วกัลป์" ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะได้ตรวจสอบโครงกระดูกนั้นให้ละเอียดกว่าเดิม ลมพายุหมุนขนาดเล็กก็พัดโหมกระหน่ำเข้ามาใต้ถุนเรือนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ฝุ่นละอองและใบไม้แห้งปลิวว่อนบังทัศนียภาพจนมืดมิด เสียงกระซิบแหบพร่านับร้อยเสียงดังระงมขึ้นรอบตัว ราวกับคนตายกำลังลุกขึ้นมาหัวเราะเยาะเย้ยความโง่เขลาของคนเป็น รินรดารemวูบลงไปพิงกับเสาเรือน ร่างกายชาดิก ขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์ดำ ในนิมิตมืดมิดเบื้องหน้าเธอ ภาพของโครงกระดูกบนพื้นดินค่อยๆ มีเนื้อหนังมังสาขึ้นมาทีละน้อย ดวงตากลวงโบ๋คู่นั้นกลับลุกโชนด้วยไฟแค้นสีแดงฉาน และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... ร่างที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมานั้นไม่ได้มีแค่ร่างเดียว แต่มีนับสิบชีวิตที่คลานสี่ขาออกมาจากความมืดมิดรอบตัว อาคมพยายามควักยันต์คาถาออกจากกระเป๋าเสื้อเพื่อตั้งรับ แต่ช้าเกินไป เงาดำทึบสายหนึ่งพุ่งเข้ากระชากข้อเท้าของเขาอย่างแรงจนล้มคะมำลงไปกับพื้นดิน ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง แสงไฟฉายสาดส่องกระทบเข้ากับร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงบันไดทางขึ้นใต้ถุนเรือน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อร่างสูงโปร่งในชุดไทยโบราณสีเข้มก้าวลงมาทีละขั้น รองเท้าหนังส่งเสียงกระทบพื้นไม้ดัง ก๊อบ... ก๊อบ... ก๊อบ... ใบหน้าเหลี่ยมคมและดวงตาที่เต็มไปด้วยอำนาจมืดคู่นั้นก้มมองลงมา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักลึกลงบนริมฝีปาก "ขอบใจพวกเจ้าเหลือเกิน... ที่ช่วยขุดทางออกให้กู" - ศาลาริมน้ำโบราณ -
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%