“หยุด... อย่าทำเขา!”
เสียงกรีดร้องของรินรดาดังแว่วผ่านลำคอที่ตีบตัน ร่างบางสะดุ้งสุดตัวบนเตียงไม้สักเก่าคร่ำ ฝ่ามือเย็นเยียบจิกแน่นเข้ากับผ้าปูที่นอนจนยับย่น เหงื่อกาฬซึมผุดเต็มกรอบหน้าท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอนในเรือนไทยหลังใหญ่ที่ดูราวกับกรงขังในยามวิกาล
กลิ่นคาวเลือด... กลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงแตะจมูก ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เอง
รินรดาสั่นเทิ้ม เธอไม่ได้ฝันธรรมดา ภาพเหตุการณ์ที่เห็นมันชัดเจนจนน่าสะพรึงกลัว เธอเห็นตัวเองในชุดสไบสีหม่น ยืนหลบมุมอยู่หลังเสาต้นใหญ่ในศาลาริมน้ำโบราณ บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยวด้วยเงาสีดำมืดมิดที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ของชายผู้หนึ่ง... คุณหลวง... ดวงตาคู่นั้นของเขาวาวโรจน์ด้วยแรงอาฆาต มือที่ถือมีดเล่มคมกริบสั่นระริกด้วยความคลั่ง ในขณะที่ชายอีกคนซึ่งเธอมองไม่เห็นหน้า กำลังคุกเข่าลงต่อหน้าเขาราวกับยอมรับโชคชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยง
*ฉึก!*
เสียงมีดปักลงเนื้อหนังหนักหน่วงจนเธอยังรู้สึกเจ็บแทน เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระดานพื้นศาลา รินรดาหอบหายใจถี่แรง พยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในอก เธอรีบคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอน กดเบอร์ที่เธอจำได้ขึ้นใจด้วยนิ้วที่ยังสั่นไม่หาย
“อาคม... ฉัน... ฉันเห็นเขา” เธอพูดแทบเป็นคำไม่เป็นภาษาเมื่อปลายสายรับ
“ริน? ตั้งสติก่อน เกิดอะไรขึ้น” เสียงทุ้มต่ำของอาคมดูตื่นตัวในทันที เขาไม่มีท่าทีงัวเงียแม้นาทีเดียว
“เขามีจริง... เรื่องเล่าในเรือนนั้น มันคือความจริงไม่ใช่แค่ตำนาน อาคม... ฉันเห็นคุณหลวง เขาฆ่าใครบางคน... เลือดเต็มศาลาไปหมด สายตาเขา... สายตานั่นมันมองมาที่ฉัน!”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหนักๆ ของคนทั้งสองผ่านเครื่องสื่อสาร อาคมถอนหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามประคองสติ
“ฉันเตือนคุณแล้วรินรดา เลือดในกายคุณคือกุญแจสำคัญที่ปลุกวิญญาณพวกนั้นขึ้นมา การที่คุณฝันแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือคำประกาศ... เขาต้องการให้คุณเห็น เขาต้องการให้คุณรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เขาได้รับ”
“ทำไมต้องเป็นฉัน? ทำไมต้องเป็นตอนนี้!” รินรดาตวาดกลับ น้ำตาแห่งความอัดอั้นทะลักออกมา “ฉันไม่อยากเป็นหุ่นเชิดให้ความแค้นของใคร!”
“เพราะคุณคือสายเลือดเดียวที่ยังหลงเหลือที่จะส่งเขาไปเกิดได้ หรือไม่ก็... ดับสูญไปพร้อมกับเขา”
รินรดาวางสายลงด้วยความว่างเปล่า เธอขยับกายลุกขึ้นจากเตียง เดินโซเซไปที่หน้าต่างไม้บานเฟี้ยม สายลมยามดึกพัดเอากลิ่นอายความชื้นจากแม่น้ำเข้ามาในห้อง เธอทอดสายตามองลงไปยังศาลาริมน้ำที่ตั้งตระหง่านอยู่ในความมืด แสงจันทร์สลัวอาบไล้หลังคาศาลาจนดูคล้ายหัวกะโหลกที่กำลังแยกเขี้ยว
ทันใดนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง
บนศาลานั้น... มีร่างเงาสีดำทมิฬร่างหนึ่งกำลังยืนนิ่งสนิท หันหน้ามาทางเรือนใหญ่ที่เธออยู่ ราวกับมันกำลังเฝ้ารอ... ราวกับมันรับรู้ได้ว่าเธอกำลังจ้องมองมันอยู่
รินรดาถอยกรูดหลังชนฝาผนัง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจไม่ใช่ร่างนั้นเพียงลำพัง ทว่ามีเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวขึ้นบันไดเรือนไทย เสียงนั้นค่อยๆ ดังขึ้น... ดังขึ้น... ตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเธอ
*ตึก... ตึก... ตึก...*
ฝีเท้านั้นไม่ได้มุ่งตรงไปที่ห้องอื่น แต่มันหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนของเธอโดยไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว
ลูกบิดประตูทองเหลืองค่อยๆ หมุนอย่างช้าๆ เสียงกลไกภายในเสียดสีกันฟังดูบาดลึกในความเงียบ รินรดารวบรวมสติทั้งหมดที่มี เธอหยิบมีดสั้นที่วางไว้ใต้หมอนตามคำแนะนำของอาคมขึ้นมาเตรียมพร้อม มือของเธอชื้นเหงื่อจนเกือบจะหลุดมือ
ประตูค่อยๆ แง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยแยกสีดำมืดมิดเบื้องหน้า ทว่าสิ่งที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่เงามืดอย่างที่เธอหวาดกลัว กลับเป็นร่างของใครบางคนที่เธอคาดไม่ถึง
“อาคม? คุณเข้ามาได้ยังไง!”
อาคมยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเขาดูตื่นตระหนกผิดปกติ เขารีบปรี่เข้ามาคว้าแขนเธอแล้วลากให้ลุกขึ้น “ริน! ฟังนะ... สิ่งที่อยู่ในศาลาไม่ได้อยู่แค่ตรงนั้นแล้ว แต่มันกำลังเปลี่ยนถ่าย... มันไม่ได้ต้องการแค่ความแค้น แต่มันต้องการ ‘ร่าง’ เพื่อกลับมาทวงคืนทุกอย่าง!”
เขายังพูดไม่ทันขาดคำ ประตูไม้ที่เปิดทิ้งไว้ก็ปิดกระแทกลงอย่างแรงจนเรือนทั้งหลังสั่นสะเทือน เงาร่างสีดำที่รินรดาเห็นจากศาลาบัดนี้พุ่งเข้ามาแทรกซึมผ่านรอยแตกของประตูไม้ กลายเป็นกลุ่มควันสีเทาคลุ้งไปทั่วห้อง ก่อนจะหมุนวนรอบตัวรินรดาอย่างบ้าคลั่ง
รินรดารู้สึกเหมือนมีมวลพลังงานมหาศาลกำลังบีบอัดร่างของเธอ เสียงกระซิบแหบพร่าดังก้องในโสตประสาทของเธอ... เสียงที่คุณหลวงเคยใช้สั่งประหารชีวิตคนในอดีต
*“ถึงเวลา... ชดใช้...”*
อาคมถลาเข้ามาจะดึงรินรดาออกมา ทว่าร่างของเขากลับกระเด็นออกไปราวกับถูกแรงมหาศาลผลักกระแทกกำแพงจนสำลักเลือด รินรดามองดูอาคมที่นอนทรุดลงกับพื้น ก่อนจะก้มมองมือตัวเองที่บัดนี้เริ่มมีเส้นเลือดสีดำคล้ำปูดขึ้นมาตามผิวหนังราวกับรากไม้ที่กำลังกัดกินเธอยามที่เธอมองเห็นเงาสะท้อนในกระจกเงาข้างห้อง ใบหน้าของเธอไม่ได้สะท้อนภาพหญิงสาวที่เธอกำลังเป็น แต่ทว่ากลับเป็นใบหน้าของหญิงสาวอีกคนที่เธอมักเห็นในฝัน... หญิงสาวที่กำลังร้องไห้เป็นสายเลือด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปกับศาลาริมน้ำโบราณครับ
คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 9
ฝันร้ายที่กลายเป็นจริง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!