"ปล่อยฉัน... อย่าแตะต้องตัวฉัน อาคม!"
เสียงตะโกนของรินรดาก้องสะท้อนอยู่ในห้องโถงกว้างของเรือนไทยไม้สักเก่าแก่ กลิ่นสาบดินและกลิ่นคาวเลือดจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก อาคมพยายามยันกายลุกขึ้นจากพื้น มือที่สั่นเทาของเขากดกุมหน้าอกที่ปวดร้าวราวกับกระดูกซี่โครงถูกบดขยี้ด้วยแรงมหาศาล เขาพยายามจ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดหวั่น
"ริน! ฟังผม... นั่นไม่ใช่คุณ! สิ่งที่อยู่ในเงากระจกนั่นมันกำลังกัดกินวิญญาณคุณอยู่ ตั้งสติให้มั่น อย่าปล่อยให้มันเข้ามาครอบงำ!" อาคมเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามขยับเข้าใกล้แต่แรงอาถรรพ์รอบตัวรินรดากลับผลักเขาออกไปราวกับกำแพงล่องหน
รินรดาในตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงของเขาแล้ว สติสัมปชัญญะของเธอถูกครอบงำด้วยกระแสอารมณ์ที่รุนแรงและเย็นเยียบ เธอหันกลับไปมองกระจกเงาบานเก่าที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง ภาพเงาสะท้อนในกระจกไม่ใช่หญิงสาววัยทำงานในชุดสมัยใหม่ แต่มันคือหญิงสาวในชุดสไบสีเข้มที่ขาดวิ่น ใบหน้าของเธอขาวซีดราวกับศพ และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือดไหลอาบแก้ม
มือของรินรดาสั่นระริก เธอสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่แผ่ออกมาจากใต้พื้นไม้กระดานด้านหน้ากระจก มันเหมือนกับเสียงกระซิบอันแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในหัวว่า *'ของของกู... คืนให้กู'*
เธอทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะพังทลาย ก่อนจะใช้มือเรียวบางของเธอจิกดึงแผ่นไม้กระดานที่เผยอขึ้นมา รอยแยกนั้นแคบจนแทบมองไม่เห็น แต่ด้วยพละกำลังที่ดูเหมือนไม่ได้มาจากร่างของหญิงสาวผู้บอบบาง แผ่นไม้ถูกถอนออกอย่างง่ายดาย
สิ่งที่อยู่ข้างใต้ไม่ใช่ฝุ่นผงหรือหยากไย่ แต่มันคือกล่องไม้ฉลุลายที่ผุพังไปตามกาลเวลา เมื่อเปิดฝาออก กลิ่นคาวเลือดที่เน่าเหม็นก็พุ่งเข้าปะทะจมูกจนรินรดาถึงกับหน้ามืด ภายในนั้นคือสร้อยคอทองคำลงยาที่เคยงดงาม ทว่าบัดนี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดเก่าแห้งกรังจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม สร้อยเส้นนั้นดูเหมือนมีชีวิต มันสั่นไหวเบาๆ และแผ่รังสีแห่งความอาฆาตพยาบาทออกมาจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบลงฉับพลัน
"อย่า... ริน! วางมันลง!" อาคมร้องห้ามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าขณะพยายามคลานเข้าหาเธอ แม้รอยเลือดจะเปื้อนที่มุมปากของเขา แต่นัยน์ตาของเขายังคงแน่วแน่และเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
รินรดาไม่ฟังเสียงทัดทาน นิ้วเรียวของเธอสัมผัสลงบนสร้อยคอทองคำเส้นนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วแตะถูก ผิวหนังของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำทันที ราวกับถูกสารเคมีกัดกร่อน ภาพนิมิตนับร้อยฉากไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิด... ภาพชายในชุดขุนนางผู้เหี้ยมโหดกำลังใช้สร้อยเส้นนี้รัดคอหญิงสาวผู้ซื่อสัตย์ ภาพเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปในสายน้ำใต้ถุนเรือน และภาพคำสาปแช่งที่ฝังรากลึกในก้นบึ้งของสายเลือดตระกูล
"มัน... มันไม่ได้ตายไปพร้อมกับคุณหลวง..." รินรดาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงที่แหบพร่าและกดต่ำเหมือนผู้หญิงในกระจก "ความแค้นนี้... มันรอคอยเจ้าของที่แท้จริงมานานแสนนาน"
"รินรดา! นั่นมันกับดัก! ถ้าคุณสวมมัน คุณจะไม่มีวันกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้อีก!" อาคมตะโกนสุดเสียงพร้อมกับหยิบยันต์อาคมในกระเป๋าเสื้อออกมา แต่ในขณะที่เขากำลังจะร่ายมนตร์เพื่อสะกดแรงอาถรรพ์นั้นเอง ความมืดมิดในห้องก็ดูเหมือนจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
เงามืดขนาดมหึมาปรากฏขึ้นหลังร่างของรินรดา มันไม่ใช่เงาของเครื่องเรือน แต่เป็นร่างของชายร่างสูงใหญ่ในชุดราชปะแตนโบราณ ใบหน้าของเขาครึ่งซีกถูกไฟไหม้จนเหลือเพียงโครงกระดูกที่น่าสยดสยอง เขายืนซ้อนหลังเธอ มือที่เน่าเปื่อยของเขาวางลงบนไหล่ของรินรดาอย่างแผ่วเบา ทว่าแรงกดทับนั้นหนักอึ้งราวกับภูเขา
"เจ้าช่างงดงาม... เหมือนนางผู้เป็นที่รักของข้าไม่มีผิด" เสียงทุ้มต่ำและแหบแห้งเหมือนคนตายดังขึ้นข้างหูของรินรดา
รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอหันกลับไปมอง แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ร่างนั้นก้มลงมาจนชิดใบหน้าของเธอ ดวงตาที่กลวงโบ๋ของวิญญาณคุณหลวงจ้องมองเธอด้วยความกระหาย มันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือความหิวกระหายที่จะยึดครองร่างเพื่อกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
"ส่งสร้อยเส้นนั้นมาให้ข้า... แล้วข้าจะมอบอำนาจที่เจ้าปรารถนาให้" วิญญาณคุณหลวงกระซิบ
รินรดามองดูสร้อยในมือ สลับกับการมองอาคมที่กำลังพยายามลุกขึ้นมาช่วยเธอด้วยร่างกายที่บาดเจ็บสาหัส ความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตา เธอรู้สึกถึงแรงกระตุ้นที่ยากจะต้านทาน อำนาจที่ไหลผ่านสร้อยคอเส้นนั้นเริ่มแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดของเธออย่างรวดเร็ว
"อาคม..." รินรดาเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ถ้าฉัน... ถ้าฉันต้องกลายเป็นเขา... จงอย่าปล่อยให้ฉันเดินออกจากเรือนหลังนี้ไปเด็ดขาด"
เธอกำสร้อยคอแน่นจนเลือดจากคราบเก่าบาดนิ้วมือนิ้วของเธอ แสงเทียนในห้องดับวูบลงพร้อมกันทุกเล่ม ความมืดมิดเข้าปกคลุมจนมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง ทว่าในความมืดนั้นเอง รินรดากลับเห็นดวงตาคู่หนึ่งที่ส่องประกายสีแดงก่ำอยู่เบื้องหน้า
ไม่ใช่ดวงตาของอาคม และไม่ใช่ดวงตาของวิญญาณคุณหลวง... แต่มันคือดวงตาของหญิงสาวที่เพิ่งถูกฆ่าตายในอดีตที่กำลังคลืบคลานออกมาจากใต้พื้นไม้ที่เปิดออก!
"ใคร... ใครอยู่ตรงนั้น!" อาคมตะโกนขึ้นในความมืด แต่แทนที่จะได้รับคำตอบ เสียงหัวเราะแหลมสูงก็ดังก้องไปทั่วทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงลากโซ่เหล็กที่กระทบพื้นไม้ดัง 'แกรก... แกรก... แกรก...' ขยับเข้ามาใกล้รินรดาจนเธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง
ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปกับนิยายเรื่องนี้ครับ
คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 10
เครื่องประดับต้องคำสาป
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!