"ฉันเตือนแกแล้ว... ว่าอย่าก้าวล่วงเข้าไปในเขตเรือนชั้นในยามวิกาล"
เสียงแหบพร่าของยายเที่ยงดังลอดไรฟัน ขณะที่มือเหี่ยวย่นกำลังพยายามปิดเปลือกตาของร่างไร้วิญญาณที่นอนแข็งทื่ออยู่บนพื้นเรือนไม้สักทอง บรรยากาศรอบตัวในยามเช้าตรู่ของเรือนโบราณหลังนี้ไม่ได้ถูกปลุกด้วยแสงแดดอันสดใส หากแต่ถูกแช่แข็งไว้ด้วยกลิ่นอายความตายที่ยังลอยวนคละคลุ้ง ปะปนกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ชวนให้คลื่นไส้
รินรดาก้าวถอยหลังด้วยความตกใจจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาเรือน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องมองร่างของ 'ไอ้คำ' เด็กรับใช้หนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงเดือน สภาพของเขาน่าสยดสยองเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะรับไหว ใบหน้าเขียวคล้ำ ดวงตาเบิกโพลงค้างราวกับเห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในวินาทีสุดท้ายของชีวิต ลำคอมีรอยเขียวช้ำเป็นวงกว้างคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดอย่างเหี้ยมโหด ทั้งที่ประตูและหน้าต่างห้องโถงถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาจากด้านในตั้งแต่ยามค่ำคืน ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ หรือการต่อสู้แม้แต่น้อย
"เขาไม่ได้ล่วงเกินอะไรเลยครับคุณยาย... ผมเห็นเขาแค่เดินถือตะเกียงผ่านมาทางนี้ตอนตีสอง" อาคมก้าวเข้ามาขนาบข้างรินรดา พร้อมกับยื่นมือไปแตะไหล่หญิงสาวเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและดึงสติ ร่างสูงของชายหนุ่มคุมสติได้ดีกว่า แต่แววตาที่มองร่างไร้ลมหายใจนั้นเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและระแวดระวัง
"เจ้าของเรือน... ท่านไม่ชอบให้ใครเดินพล่านยามวิกาล โดยเฉพาะไอ้เด็กคนนี้ มันไปกวาดเช็ดถูแถวหน้าห้องนอนของคุณหลวงเมื่อวานนี้ ข้าเห็นกับตาว่ามันปัดกวาดถูกรอบกรอบรูปเก่าแก่นั่น" ยายเที่ยงพึมพำเสียงสั่น มือเหี่ยวย่นผละออกจากร่างไร้วิญญาณอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าความตายจะติดมือมาด้วย
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัมผัสพิเศษที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดกำลังร่ำร้องเตือนภัย อากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจางๆ จากลมหายใจ กลิ่นธูปเก่าและกลิ่นสาปสางของเรือนโบราณตีรวนขึ้นมาในจมูก ภาพในหัวของเธอกำลังฉายซ้ำถึงคำเตือนของอาคมและบันทึกโบราณที่เพิ่งค้นพบเมื่อวันก่อน
ตระกูลของเธอไม่ได้แค่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่กำลังแบกรับคำสาปแช่งที่ฝังรากลึกจากความอาฆาตมาดร้ายของ 'ผีคุณหลวง' บรรพบุรุษผู้โหดเหี้ยมที่ปฏิเสธความตาย และสิง
"ชันสูตรคร่าวๆ ไม่มีร่องรอยอาวุธครับริน..." อาคมกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของรินรดา ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถง "แต่กระดูกต้นคอหักผิดรูป... แรงมหาศาลขนาดนี้ไม่ใช่ฝีมือคนแน่นอน"
"เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะอาคม..." รินรดาหันมามองหน้าชายหนุ่ม แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวผสมผสานกับความโกรธขึง "ถ้าเรายังปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ จะต้องมีคนตายอีกกี่คน? คนในเรือนนี้ไม่ใช่เครื่องสังเวยความแค้นของใครนะ!"
"ใจเย็นก่อนครับริน การที่เราจะต่อกรกับแรงอาฆาตระดับนี้ แค่ความโกรธมันไม่พอ..." อาคมดึงรินรดาให้ถอยห่างจากศพมากขึ้น เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่พื้นไม้
รอยเท้าเปียกชื้น ปรากฏขึ้นบนพื้นไม้แห้งสนิท ค่อยๆ เคลื่อนตัวจากมุมมืดของห้องโถง ตรงมาหยุดอยู่ที่ร่างของไอ้คำ รอยเท้านั้นมีขนาดใหญ่ ผิดรูป และหยดน้ำที่เจิ่งนองกลับกลายเป็นสีแดงฉานคล้ายเลือดสดๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าหนักๆ ลากพื้นดัง "ครูด... ครูด..." ก้องมาจากชั้นสองของเรือน ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด—ห้องนอนของคุณหลวง
ยายเที่ยงทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ยกมือไหว้ท่วมหัว ปากพึมพำคาถาโบราณรัวเร็วด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่อาคมเอื้อมมือไปหยิบแผ่นยันต์สีแดงฉานออกจากกระเป๋าเสื้ออัดแน่นด้วยพลังจิต พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะก้าวพ้นบันไดลงมา
ทว่า สิ่งที่ปรากฏตรงเชิงบันได ไม่ใช่เงาดำทะมึนของภูตผีปีศาจอย่างที่ทั้งคู่คาดคิด...
แต่เป็นร่างของเด็กรับหญิงอีกคนหนึ่ง ที่เดินละเมอลงมาด้วยดวงตาเบิกโพลงไร้แวว ในมือถือมีดทำครัวเปื้อนเลือดเล่มใหญ่ และรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู ส่งเสียงหัวเราะคิกคักเย็นเยียบออกมาจากลำคอ
"คุณหลวง... ฝากบอกว่า... คนต่อไป... คือผู้ที่ถือครองสายเลือดแท้จริงของเรือนหลังนี้ครับ"
ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปกับนิยายเรื่องนี้ครับ
คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 14
ความตายที่ไร้สาเหตุ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!