คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 13

รอยเท้าปริศนา

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"คุณริน ถอยออกมาจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้ครับ!" เสียงทุ้มต่ำของอาคมตวาดลั่นแทรกความเงียบงันในโถงเรือนไม้สักทอง มือหนาของเขาคว้าต้นแขนรินรดาแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างบางเซถลามาปะทะแผงอกของเขา รินรดายืนตัวสั่นเทา ดวงตาเบิกโพลงจ้องเขม็งไปยังจุดที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่ บนแผ่นไม้ขัดมันที่ควรจะว่างเปล่า ปรากฏรอยเท้าเปียกชื้นขนาดใหญ่ของชายฉกรรจ์เด่นชัดขึ้นทีละรอย... มันไม่ได้หยุดนิ่ง แต่มันกำลังค่อยๆ 'กด' ลงบนพื้นไม้ราวกับมีเจ้าของรอยเท้าที่มองไม่เห็นกำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า มุ่งหน้าตรงมาทางพวกเขาทั้งคู่ "เห็นไหมครับ... รอยนั่น" รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ อาคมขมวดคิ้วแน่น มืออีกข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในย่ามเก่าคร่ำ คว้ากริชอาคมด้ามงาช้างออกมาถือไว้มั่น เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบโถงเรือนที่บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้น กลิ่นสาบสางที่เหมือนโคลนตมจากก้นบึ้งแม่น้ำคละคลุ้งไปกับกลิ่นกำยานจางๆ ที่ลอยมาจากห้องโถงชั้นใน "ไม่ใช่คนครับ... และไม่ใช่สิ่งที่จะรับมือด้วยกำลังกาย" อาคมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ "หลับตาลงรินรดา อย่ามอง อย่าส่งเสียง และอย่าให้จิตของคุณหลุดลอยไปตามเสียงเรียกของมัน" รินรดาหลับตาแน่น แต่หูของเธอกลับได้ยินชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เสียง 'แชะ... แชะ...' ของฝ่าเท้าเปลือยเปล่าที่เหยียบย่ำลงบนน้ำขังบนพื้นไม้ เสียงนั้นขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จังหวะการก้าวดูมั่นคงและทรงอำนาจ ราวกับเจ้าของร่างกำลังเดินตรวจตราเรือนของตนด้วยความจองหอง *ตึก... ตึก...* เสียงหัวใจของรินรดาเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอรู้สึกถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้จนขนอ่อนทั่วร่างลุกชัน บรรยากาศในเรือนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานกระทุ้งอาบไล้ให้เห็นไอสีเทาหม่นที่เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างคล้ายชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมใส่เสื้อราชปะแตนสีเข้มที่เปียกโชกจนแนบเนื้อ "ออกไปจากเรือนกู..." เสียงแหบพร่าดังก้องขึ้นในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงพูดปกติ แต่มันเป็นเสียงที่เหมือนถูกรีดออกมาจากลำคอที่เต็มไปด้วยน้ำเน่าเสีย รินรดาชะงัก เธอรับรู้ได้ถึงจิตอาฆาตที่พุ่งตรงมาที่หน้าอกเหมือนหอกแหลม "อาคม..." เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา "ผมอยู่นี่" อาคมขานรับทันที ก่อนจะสวดคาถาอาคมบทหนึ่งเสียงดังฟังชัด เขาปักกริชลงบนพื้นไม้ห่างจากรอยเท้าที่หยุดอยู่ตรงหน้าเพียงไม่กี่นิ้ว ทันใดนั้น แรงลมประหลาดก็พัดผ่านโถงเรือนจนหน้าต่างไม้กระแทกปิดสนิทพร้อมกันทุกบาน เสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหว รอยเท้าที่เคยปรากฏอยู่บนพื้นไม้ค่อยๆ จางหายไป แต่ในจังหวะนั้นเอง รินรดาที่เผลอลืมตาขึ้นกลับเห็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า บนเพดานไม้ที่อยู่เหนือหัวของอาคม รอยเท้าเปียกชื้นเหล่านั้นไปปรากฏอยู่บนนั้น! มันกำลังเดินกลับหัวอย่างเชื่องช้า มุ่งตรงมายังตำแหน่งที่อาคมยืนอยู่ด้วยท่าทางคุกคาม "อาคม! ข้างบน!" อาคมเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาดำทะมึนกำลังทิ้งตัวลงมาจากเพดานไม้ด้วยความเร็วที่ไม่ใช่มนุษย์ เขาดึงรินรดาหลบไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด ร่างนั้นร่วงลงมากระแทกพื้นไม้จนเกิดเสียงดังสนั่นเหมือนไม้ซุงหนักๆ หล่นลงมาจากที่สูง ฝุ่นผงและเศษไม้กระจัดกระจาย อาคมรีบคว้าสายสิญจน์ที่ขดอยู่ในย่ามขึ้นมาขว้างไปล้อมรอบร่างของคนทั้งคู่ไว้ แสงสีทองจางๆ เรืองรองขึ้นเป็นวงกต เงาร่างนั้นค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น แสงจันทร์เผยให้เห็นใบหน้าที่เน่าเปื่อยครึ่งซีก ดวงตาขุ่นมัวสีเทาจ้องมองมาที่รินรดาด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่ฝังลึกมานับร้อยปี มันไม่ใช่ใครอื่นเลย นอกจากวิญญาณของคุณหลวงที่รินรดาพยายามหนีมาตลอด "นังตัวดี... เลือดเนื้อเชื้อไขที่กูเคยเห็นเพียงในเงาอดีต" เสียงนั้นแค่นหัวเราะอย่างสมเพช "มึงคิดว่าอาคมของมึงจะปกป้องมึงได้นานแค่ไหน รอยเท้ากูประทับอยู่ทุกที่ในเรือนนี้... และตอนนี้... มันกำลังประทับลงบนหัวใจมึงแล้ว" รินรดาหน้าซีดเผือด เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกซ้าย ราวกับมีน้ำหนักมหาศาลกดทับลงไป เธอทรุดเข่าลงกับพื้น มือพยายามควานหาที่ยึดเหนี่ยว "อาคม... ช่วย... ช่วยฉันด้วย" อาคมก้าวออกมาข้างหน้า เผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายเพียงลำพัง เขาควักยันต์สีเลือดออกมาจากอกเสื้อ กัดนิ้วตัวเองแล้วแตะลงบนตัวยันต์ก่อนจะตวาดคาถาขับไล่ "ข้าขอสั่งให้เจ้ากลับไปอยู่ในที่ของเจ้า! เรือนนี้ไม่ใช่ของเจ้าอีกต่อไป!" ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น เสียงหัวเราะที่ดูเย็นเยียบและเยาะเย้ยกลับดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งคู่ ไม่ใช่จากวิญญาณคุณหลวง แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด "ใจเย็นๆ สิครับท่านอาคม... การจะขับไล่เจ้าของบ้านตัวจริงออกไป ท่านคิดหรือว่าแค่ยันต์กระดาษใบเดียวจะทำได้?" ชายวัยกลางคนในชุดไทยร่วมสมัยก้าวออกมาจากเงามืดของบันไดวน สายตาของเขาจับจ้องมาที่รินรดาด้วยความหลงใหลอย่างประหลาด ในมือของเขาถือกล่องไม้แกะสลักเก่าคร่ำที่รินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็นของบรรพบุรุษเธอ "คุณ... คุณลุงธวัช?" รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ธวัชยิ้มกว้าง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงความหวังดี เขาวางกล่องไม้ลงบนพื้น แล้วเปิดฝาออก กลิ่นธูปเหม็นไหม้รุนแรงโชยออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับร้อยที่ถูกกักขังอยู่ภายใน "คุณหลวงไม่ได้ต้องการแค่เรือนนี้ครับรินรดา" ธวัชกล่าวพลางมองวิญญาณคุณหลวงที่เริ่มสลายตัวกลายเป็นไอสีดำแล้วพุ่งเข้าใส่ร่างของเขาโดยตรง "ท่านต้องการ 'ร่าง' ของคนที่จะเป็นประตูเปิดทางกลับมาอีกครั้ง... และคนคนนั้น ก็คือหลานสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ของตระกูล" ร่างของธวัชเริ่มบิดเบี้ยว ดวงตาของเขากลายเป็นสีเทาขุ่นมัวแบบเดียวกับคุณหลวง แรงอาฆาตพุ่งพล่านจนอาคมต้องถอยกรูดกลับมาประคองรินรดาที่หมดเรี่ยวแรง "รินรดา วิ่งไปที่ห้องใต้ดิน!" อาคมตะโกนสุดเสียง "อย่าหันหลังกลับมาเด็ดขาด!" รินรดามองอาคมที่กำลังจะใช้ชีวิตเข้าแลกกับสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีใครกล้าหักหลังเธอได้ถึงเพียงนี้ เธอสะอื้นไห้ แต่ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าออกไป ธวัช—หรือสิ่งที่สิงสู่อยู่ในร่างเขา—ก็ยกมือขึ้นชี้ไปที่พื้นไม้ใต้เท้าของเธอ รอยเท้าเปียกชื้นโผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า ปิดกั้นทางออกทุกทางไว้จนสนิท ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปกับนิยายเรื่องนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%