คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 15

คำเตือนจากผู้เฒ่า

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"แม่ริน... อย่าได้ขุดคุ้ยสิ่งที่ควรหลับใหลไปเสียดีกว่า ก่อนที่วิญญาณของแม่จะกลายเป็นอิฐก้อนใหม่ที่ฝังจมอยู่ใต้ถุนเรือนนั่น!" เสียงแหบพร่าของ 'ตาจัน' ชายชราผู้เป็นตำนานมีชีวิตแห่งหมู่บ้านดอนตะเคียนดังก้องขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของโถงบ้านไม้เก่าคร่ำคร่า รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หวายที่ส่งเสียงลั่นทุกครั้งที่เธอขยับตัว เธอจ้องมองชายชราที่มือไม้สั่นเทาขณะรินชาลงในจอกดินเผา กลิ่นธูปหอมฉุนกึกผสมกับกลิ่นสาบเก่าของเรือนไม้ที่อบอวลจนน่าอึดอัด อาคมนั่งอยู่เคียงข้างเธอ เขาไม่ได้เอ่ยแทรก แต่สายตาคมกริบนั้นจับจ้องใบหน้าเหี่ยวย่นของตาจันราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เขียนด้วยรหัสลับ "คุณตาครับ ผมกับรินรดามาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อลบหลู่ แต่เพื่อหยุดยั้งสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น" อาคมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ถ้าสิ่งที่อยู่ในเรือนหลังนั้นมันไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่เป็นความอาฆาตที่กัดกินชีวิตคนมาหลายชั่วอายุคน คุณตาควรบอกเรา... ว่า 'การสังเวย' ที่ชาวบ้านลือกัน มันคือเรื่องจริงหรือแค่ตำนานปั้นแต่ง" ตาจันชะงักมือที่ถือจอกชา ดวงตาฝ้าฟางที่เคยดูไร้แววบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความหวาดกลัว เขาเงยหน้าขึ้นมองรินรดาอย่างพินิจราวกับจะหาเงาของใครบางคนในตัวเธอ "แม่หนู... หน้าตาแม่ช่างเหมือนเหลือเกิน เหมือนกับหญิงสาวที่ถูกต้อนให้ไปยืนบนแผ่นไม้ที่วางพาดเหนือหลุมลึกเมื่อร้อยกว่าปีก่อน" ตาจันแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งราวกับเศษใบไม้แห้งถูกบดขยี้ "ตอนนั้นคุณหลวงท่านต้องการสร้างเรือนไทยหมู่ที่งดงามที่สุดในพระนคร ท่านเชื่อคำของหมอผีเถื่อนว่า หากอยากให้เรือนอยู่ยงคงกระพัน ต้องมี 'ผู้พิทักษ์' ที่ยอมตายด้วยความเต็มใจ... หรือไม่ก็ด้วยความเคียดแค้น" รินรดาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้า เธอหลับตาลงชั่วขณะ เห็นภาพนิมิตรางๆ เป็นเงาดำมืดที่ยืนตระหง่านอยู่ใต้ถุนบ้าน เสียงไม้กระทบกันดังสนั่นเหมือนการตอกเสาเข็มที่ฝังลงไปในเนื้อดิน "ไม่ใช่แค่คนเดียวใช่ไหมครับ" รินรดาถามด้วยเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "สี่มุมเรือน สี่ชีวิต" ตาจันกระซิบ "คนสร้างเรือนไม่ได้ต้องการแค่ไม้สักทองมาทำเสา แต่ต้องการเลือดที่สดใหม่และจิตที่ยึดติด เพื่อให้วิญญาณพวกนั้นกลายเป็น 'โซ่' คอยฉุดรั้งเรือนไม่ให้ทรุดโทรม และฉุดรั้งคนที่อยู่ในเรือนไม่ให้มีวันหนีพ้นไปจากเงื้อมมือของคุณหลวง... ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหนก็ตาม" อาคมขยับตัวเข้าใกล้รินรดามากขึ้น สัมผัสถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ "คุณตาครับ แล้วถ้าคนที่ถูกสังเวยไม่ได้ต้องการอยู่ต่อล่ะครับ? ถ้าพวกเขากำลังรอคอยใครสักคนที่จะมาตัดโซ่นั้นทิ้ง" "คนที่จะตัดโซ่ได้ ต้องมีความสัมพันธ์กับคุณหลวง... ไม่ใช่แค่ในฐานะทายาท แต่ต้องเป็นคนที่มี 'ตราประทับ' เดียวกัน" ตาจันวางจอกชาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กริ๊ก' เขายื่นมือเหี่ยวย่นมาคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ "แม่หนู... ที่หัวไหล่ของแม่ มีรอยปานสีแดงรูปร่างคล้ายใบไม้ที่ร่วงหล่นลงในกองเลือดใช่หรือไม่?" รินรดาชะงัก เธอค่อยๆ ดึงแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยปานจางๆ ที่ไหล่ขวา ซึ่งเธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนจนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา อาคมมองเห็นรอยนั้นแล้วก็หน้าถอดสี เขาหันไปมองหน้าต่างไม้ที่เปิดกว้างออกสู่สายน้ำเบื้องนอกโดยไม่รู้ตัว "รอยปานนี้คือ 'สัญญา' ที่เขาทำไว้กับวิญญาณ" ตาจันเสียงสั่น "วันนี้ที่พวกแม่มาหาข้า มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เพราะคำสาปมันกำลังหิวโหย... มันต้องการร่างที่จะมาแทนที่ เพื่อให้คุณหลวงได้ฟื้นคืนอำนาจขึ้นมาอีกครั้ง" ทันใดนั้น ลมพายุที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยก็โหมกระหน่ำเข้ามาในเรือน ตาจันลุกขึ้นยืนถอยหลังจนพิงผนังด้วยความหวาดกลัว ดวงตาของเขากลายเป็นสีขาวโพลนในชั่วพริบตา เขากรีดร้องเสียงแหลมสูงที่ไม่ใช่เสียงของชายชรา "เขามาแล้ว! เขามาทวงของของเขาคืนจากสายเลือดสุดท้าย!" เสียงตอกเสาเข็มดังสนั่นหวั่นไหวมาจากที่ไกลๆ แต่ทว่าเสียงนั้นกลับดังก้องอยู่ภายในจิตใจของรินรดา เธอทรุดตัวลงกับพื้น หัวใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เมื่อเงาดำรูปร่างสูงใหญ่สวมชุดราชปะแตนย้อนยุคปรากฏขึ้นกลางห้อง ทั้งที่ข้างๆ เธอ อาคมยังคงนั่งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสะกดไว้ เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวเข้ามาหารินรดา แสงจันทร์สลัวที่ส่องลอดหน้าต่างทำให้เห็นใบหน้าของมันได้ชัดเจน... มันไม่มีดวงตา มีเพียงหลุมมืดมิดที่ไหลทะลักด้วยเลือดสีดำข้น รินรดาพยายามจะหยิบเครื่องรางในคอเสื้อออกมา แต่มือของเธอกลับขยับไม่ได้ดั่งใจ ราวกับมีโซ่ที่มองไม่เห็นรัดตรึงไว้แน่น "ในที่สุด... เจอกันเสียทีนะ... แม่รินรดา" เสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่ในหัวของเธอ พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบที่ประทับลงบนรอยปานที่ไหล่ "เจ้าไม่ได้มาเพื่อปลดปล่อยข้า... แต่เจ้ามาเพื่อจะเป็นร่างใหม่ให้ข้าได้กลับไปมีลมหายใจอีกครั้ง!" ร่างของอาคมที่นั่งอยู่ข้างๆ เริ่มมีเส้นเลือดสีดำปรากฏขึ้นตามใบหน้า เขาหันมาหารินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่อาคมคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาตของใครบางคนที่สิงสู่เขาผ่านรอยแยกของมิติ ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและร่วมเผชิญชะตากรรมไปกับรินรดาในบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%