"อย่าหันไปมอง... ถ้าคุณยังอยากมีลมหายใจกลับออกไปจากเรือนหลังนี้"
น้ำเสียงของอาคมแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยกระแสจิตที่กดดันจนรินรดาต้องสะعุก เธอนิ่งค้างอยู่ในท่าที่จะเหลียวหลังกลับไปมองเงาดำมหึมาที่ทาบทับอยู่บนผนังไม้สักเก่าครึ้ม กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งจนแสบจมูก เสียงลมหายใจเฮือกใหญ่ดังอยู่ข้างหู ทั้งที่ในห้องโถงกว้างไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขาสองคน
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเยียบจากอาคมที่แผ่ซ่านมาจากพื้นไม้ใต้ฝ่าเท้ากำลังกัดกินเรียวขาของเธอทีละน้อย มันไม่ใช่ความหนาวจากธรรมชาติ แต่เป็นความหนาวเหน็บที่มาจากความตาย—ความตายของคนในตระกูลที่ถูกจองจำไว้ด้วยแรงอาฆาตของผีคุณหลวง
"ผมรู้ว่าคุณกำลังกลัวครับริน" อาคมขยับเข้ามาใกล้ มือหนาเอื้อมมาแตะที่ไหล่บางเบาๆ สัมผัสอุ่นจากเขาเปรียบเสมือนเกราะคุ้มกันชิ้นเดียวท่ามกลางพายุร้าย "แต่จำที่ผมบอกได้ไหม สายเลือดของคุณคือสิ่งเดียวที่ผีคุณหลวงต้องการเพื่อการคืนชีพ... ท่านกำลังใช้ความกลัวของคุณเป็นสะพานเชื่อมภพ"
รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ดวงตากลมโตฉายแววหวาดหวั่นระคนดื้อรั้น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มผู้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวในยามนี้ ภาพสะท้อนในนัยน์ตาของอาคมคือความแน่วแน่และห่วงใยอย่างแท้จริง ซึ่งทำให้ความหวาดกลัวในใจเธอบรรเทาลงไปได้บ้าง
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าคำรามสนั่นหวั่นไหวทั้งเรือนไม้โบราณ แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน และในวินาทีนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ที่ปิดตายมานานนับร้อยปีก็ค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังผลักมันเข้ามา
ความมืดมิดภายในห้องลับหลังประตูบานนั้นดำสนิทเสียยิ่งกว่าราตรีไร้ดาว แต่มันกลับมี ‘บางสิ่ง’ กำลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างใน
"อาคม... นั่นมัน..." รินรดาชี้มือสั่นเทาไปยังเงาสะท้อนบนพื้น
ร่างสีดำทะมฬขนาดใหญ่ค่อยๆ ก้าวพ้นธรณีประตูออกมาทีละก้าว ร่างนั้นสูงใหญ่ สวมชุดไทยโบราณและสวมชฎาทองคำที่บิดเบี้ยว ดวงตาทั้งคู่ลุกโชนด้วยเพลิงสีแดงฉานจ้องตรงมาที่รินรดา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าไร้เลือดฝาด เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
*“มึงหนีสายเลือดแห่งกูไม่พ้นหรอก... อีลูกหลานอกตัญญู”*
แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งเข้าใส่จนรินรดากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ลมหายใจของเธอติดขัด หน้าอกแน่นอึดอัดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้ อาคมพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าเธอทันที พร้อมกับร่ายคาถาบทโบราณเสียงดังลั่น มือขวาควักกริชโบราณขึ้นมาเตรียมพร้อมรับมือ แต่ทว่า... อาคมกลับถูกพลังงานบางอย่างกระแทกจนร่างลอยกระเด็นไปกระแทกกับเสาเรือนอย่างแรง
"อาคม!" รินรดากรีดร้องด้วยความตกใจ รีบคลานเข้าไปหาชายหนุ่มที่กระอักเลือดออกมาคำโต
"ผม... ผมไม่เป็นไรครับ..." อาคมกัดฟันพูด ใบหน้าซีดเผือด เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายหยิบห่อผ้าสีแดงเก่าครึ้มออกจากอกเสื้อ แล้วยัดมันใส่มือของหญิงสาว "รับไว้... นี่คือสิ่งเดียวที่จะปกป้องคุณได้จากมัน"
รินรดารับห่อผ้านั้นด้วยมืออันสั่นเทา เมื่อเปิดออก เธอก็พบกับแสงสว่างนวลตาที่สาดส่องทะลุความมืดมิดในห้องโถงทันที
พระเครื่องโบราณเนื้อชินเขียวองค์หนึ่งนอนนิ่งสงบอยู่บนฝ่ามือ รอยคราบกรุและสนิมสีเขียวอมเทาไม่ได้ลดทอนความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ลงเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ผิวเนื้อของพระเครื่องสัมผัสกับฝ่ามือของรินรดา ความอุ่นซ่านสายหนึ่งก็แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ขับไล่ความหนาวเหน็บและพลังงานมืดมนให้ถอยร่นออกไปราวกับเกลียวคลื่นที่กระทบฝั่ง
ผีคุณหลวงที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหยุดชะงักทันที มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อแสงสว่างจากพระเครื่องแผ่รัศมีออก
*“อ๊ากกก! ของสิ่งนั้น... มันอยู่ที่มึงได้อย่างไร!”* เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้น พร้อมกับที่ร่างของผีคุณหลวงถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ความกลัวก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น แววตาของเธอในตอนนี้ไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแออีกต่อไป แต่เป็นทายาทแห่งสายเลือดที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริง เธอชูพระเครื่องโบราณขึ้นเบื้องหน้า แสงสว่างสีทองนวลสะท้อนประกายเรืองรองขับไล่ความมืดมิดในเรือนอาถรรพ์แห่งนี้ทีละน้อย
"ท่านไม่สามารถทำร้ายใครได้อีกแล้ว" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก้องกังวานไปทั่วเรือน
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังพลิกกลับมาอยู่ในฝ่ายของพวกเขา อาคมที่นอนพิงเสาอยู่กลับคว้าแขนเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนผิดปรกติ รินรดาก้มลงมองคู่คิดด้วยความแปลกใจ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้หัวใจหยุดเต้น
ดวงตาของอาคมไม่ได้มีแววตาห่วงใยอีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับกลายเป็นสีแดงฉานเช่นเดียวกับผีคุณหลวง!
ริมฝีปากของอาคมฉีกยิ้มกว้างอย่างน่ากลัว ก่อนจะเอמהกระซิบด้วยเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
"เจ้าคิดว่า... พระองค์นี้ปกป้องเจ้าจากใครกันล่ะ รินรดา..."
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความระทึกใจนะครับ
- ศาลาริมน้ำโบราณ -
คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 44
แสงสว่างท่ามกลางความมืด
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!