คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 45

อดีตที่ย้อนกลับมา

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
คราบน้ำมันบนผิวน้ำนิ่งสนิทสะท้อนเงาเรือนไม้สักเก่าแก่คร่ำคร่า สภาพของศาลาริมน้ำโบราณในยามวิกาลนี้ดูคล้ายปากอ้ากว้างของสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์ที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตที่หลงเข้ามา รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่บนระเบียงไม้ที่เคยเป็นจุดจบและจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมหลายต่อหลายครั้ง ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความหวาดกลัวที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง กระแสลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกวูบหนึ่ง กลิ่นอับชื้นของโคลนตมและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกจำปาเน่าเฟะลอยอลวนอยู่ในอากาศรอบตัว บรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกน้ำตาดินสาดซัดจนเลือนราง อาคมก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างเงียบเชือก มือหนาแตะลงบนบ่าบอบบางเพื่อถ่าย ทอดความอบอุ่นและสติสัมปชัญญะ แววตาของชายหนุ่มฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกวาดมองไปรอบบริเวณ "คุณริน... ตั้งสติไว้ครับ อย่าปล่อยให้จิตใจหลุดลอยไปกับภาพลวงตาที่มันกำลังสร้างขึ้น" เสียงทุ้มต่ำของอาคมเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใย พร้อมกับกระชับยันต์กระดาษสีเหลืองในมือแน่นขึ้น "ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ยคะ... อาคม" รินรดาหันมามองคู่คิดด้วยดวงตาที่เอ่อ คลอไปด้วยหยาดน้ำตา เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เมื่อครู่... ฉันเห็นผู้หญิงคนนั้น เธอใส่ชุดไทยจีบสไบสีตองอ่อน ยืนอยู่ตรงเสาต้นนั้น... แล้วเธอก็กระโดดลงไปในน้ำ... ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพมันวนเวียนอยู่แบบนั้น เหมือนเทปที่ถูกกรอกลับมาฉายซ้ำ" อาคมไม่ตอบทันที เขากวาดสายตาคมกริบไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า ซึ่งบัดนี้เริ่มระลอกคลื่นเบาบางทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่าน ผิวน้ำสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกค่อยๆ ปรากฏฟองอากาศผุดขึ้นทีละน้อย ก่อนที่เงาร่างของใครบางคนจะค่อยๆ ผุดลอยขึ้นมาจากก้นบึง ลอยเด่นอยู่เหนือผิวน้ำด้วยท่าทางบิดเบี้ยว กระดูกข้อต่อส่งเสียงลั่นกรอบแกลบราวกับกิ่งไม้แห้งหัก ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น... คือเงาซ้อนทับของอดีตที่ตามหลอกหลอน วิญญาณหญิงสาวในชุดไทยเปียกโชก หันใบหน้าซีดเซียวไร้เลือดฝาดมาทางพวกเขา ดวงตาสดสีแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่เขียวคล้ำ ก่อนที่เสียงกระซิบแหบพร่าจะลอยล่องมาตามสายลม เย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ *"มึง... มึงต้องชดใช้... ด้วยชีวิตของคนสกุลนี้..."* เสียงนั้นก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ร่างกายของหญิงสาวเซถลาไปข้างหลังราวกับถูกแรงกระแทกจากพายุหมุน ภาพในหัวของเธอถูกกระชากย้อนเวลากลับไปสู่อดีตเมื่อเกือบร้อยปีก่อนอย่างรุนแรง แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันในปัจจุบันเลือนหาย กลายเป็นความมืดสลัวของเรือนไทยในคืนเดือนหงายที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด รินรดากะพริบตาถี่ๆ ทว่าภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่ศาลาริมน้ำหลังเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอยืนอยู่บนเรือนใหญ่เรือนประธาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษผู้ทรงอำนาจกำลังเดินย่ำลงมาตามบันไดไม้ เสียงกริ่งโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งจากเครื่องแต่งกายบ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่ง ร่างสูงใหญ่ในชุดราชปะแตนสีขาวหม่น หันกลับมามองเธอด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง นั่นคือ "ผีคุณหลวง" บรรพบุรุษผู้สร้างคำสาปอันเป็นต้นเหตุของความพินาศทั้งหมด "คุณหลวง..." รินรดาพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว สติสัมปชัญญะของเธอกำลังถูกกลืนกินด้วยพลังงานมืดที่กดทับลงมาอย่างมหาศาล อาคมเห็นท่าไม่ดี รีบคว้าแขนเรียวของหญิงสาวแล้วดึงเข้าหาตัว พรางบริกรรมคาถาบทป้องกันอันเป็นวิชาโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดมา แสงสีทองเรืองรองวาบขึ้นจากแผ่นยันต์ในมือของเขา ปะทะเข้ากับคลื่นพลังงานสีดำที่แผ่ออกมาจากร่างโปร่งแสงของคุณหลวงที่ยืนขวางทางอยู่ตรงหน้า "ถอยไปเสียไอ้มนุษย์หน้าโง่!" เสียงคำรามก้องราวกับฟ้าผ่าดังสะเทือนไปทั่วบริเวณ แรงกดดันมหาศาลทำให้ระเบียงไม้ใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ "มันเป็นหนี้ที่ต้องชดใช้ ผู้หญิงคนนี้คือสายเลือดสุดท้าย... นางต้องชดใช้กรรมแทนบรรพบุรุษของมัน!" "ผมไม่ยอมให้คุณทำร้ายเธอเด็ดขาด!" อาคมประกาศกร้าว แววตาของชายหนุ่มไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มใบหน้าคมคาย "กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง คุณหลวงต่างหากที่ยึดติดในอำนาจและกิเลสจนทำให้ตระกูลนี้ต้องล่มสลาย!" คำพูดนั้นราวกับเป็นการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง ดวงตาของคุณหลวงเบิกKกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดปูดโปนตามลำคอและใบหน้า ร่างกายของวิญญาณร้ายขยายใหญ่ขึ้นจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว รินรดายืนหายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ภาพอดีตและปัจจุบันซ้อนทับกันจนเธอแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือเรื่องจริง สิ่งใดคือภาพลวงตา เสียงร่ำไห้โหยหวนของผู้คนนับสิบดังระงมอยู่รอบตัวเธอ ราวกับเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางลานประหารชีวิตในอดีต ทันใดนั้น มืออันเย็นเฉียบราศน้ำแข็งคู่หนึ่งก็เอื้อม1มาจากความมืดด้านหลัง คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของเธออย่างแรง! รินรดากรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างทั้งร่างถูกกระชากลากถูไปตามพื้นระเบียงไม้ด้วยความเร็วสูง อาคมพยายามคว้ามือเธอไว้แต่ไม่ทัน แรงดึงอันมหาศาลจากวิญญาณเบื้องล่างทรงพลังเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะต้านทานได้ "ริน!" อาคมตะโกนสุดเสียง เขากระโจนตามร่างของหญิงสาวไปทันทีโดยไม่คิดชีวิต ภาพสุดท้ายที่รินรดาเห็นก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลง คือเงาร่างของหญิงสาวในชุดไทยคนเดิม ยืนกวักมือเรียกเธออยู่ที่ขอบระเบียงศาลาริมน้ำ พร้อมกับรอยยิ้มอันน่าสยดสยองที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู และเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ดังอยู่ข้างหู *"...ในที่สุด... เราก็ได้พบกันเสียที... ลูกหลานข้า..."* ปรัชญาและความลึกลับของอดีตชาติยังคงรอการคลี่คลายในตอนต่อไป ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางเผชิญหน้ากับความลับดำมืดนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%