คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 46

ความแค้นที่ฝังรากลึก

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นสาบสางของเรือนไม้สักเก่าแก่ไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา ตรงกันข้าม มันกลับเข้มข้นขึ้นทุกครั้งที่ราตรีโรยตัว ความอับชื้นผสมกลิ่นคาวสนิมเหล็กคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกจนรินรดาต้องยกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเองเพื่อขับไล่ความหนบหนาของบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ "...ในที่สุด... เราก็ได้พบกันเสียที... ลูกหลานข้า..." เสียงแหบพร่าราวกับกิ่งไม้แห้งเสียดสีกันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงใหญ่ชั้นบนของเรือน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองเพล แรงสั่นสะเทือนจากพื้นไม้กระดานส่งผ่านฝ่าเท้าขึ้นมาจนถึงกระดูกสันหลัง เงามืดมหึมาที่ทอดตัวยาวจากมุมมืดของเสาเอกบิดเบี้ยวไปมา ก่อนจะก่อร่างเป็นเงาทึบตันของชายวัยกลางคนในชุดไทยโบราณ ร่างนั้นสูงใหญ่และแผ่รังสีแห่งความกดดันมหาศาลจนแทบทำให้หายใจไม่ออก อาคมที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับตัวเข้ามาใกล้ สัมผัสอุ่นจากมือของชายหนุ่มที่แตะลงบนไหล่ช่วยดึงสติของเธอให้กลับคืนมาบ้าง แม้ว่าในยามนี้ ฝ่ามือของอาคมเองจะชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบก็ตาม สายตาของนักอาคมหนุ่มไม่ได้หวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง เขากำกริ่งทองโบราณในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "อย่าได้ก้าวเข้าไปใกล้มากกว่านี้ครับ คุณริน" เสียงทุ้มต่ำของอาคมเอ่ยเตือนอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด "ถอยไป... อาคม..." รินรดากระซิบตอบ น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอยกสร้อยประคำโบราณในมือขึ้น ภายในใจท่องคาถาที่อาคมพร่ำสอนมาตลอดหลายวันเพื่อตั้งจิตให้มั่นคง "วิญญาณของคุณหลวงควรจะไปสู่สุคติได้แล้ว ท่านติดอยู่ที่นี่มานานเกินไปแล้วนะครับ... เอ่อ... ท่านบรรพบุรุษ" วิญญาณของคุณหลวงแย้มโอษฐ์รอยยิ้มเยียบเย็น รอยยิ้มนั้นไม่ได้สะท้อนความอบอุ่นของสายเลือดเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความเหี้ยมเกรียมและความกระหายที่ถูกเก็บงำไว้ใต้หน้ากากของความสูงศักดิ์ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำราวกับกองเพลิงในขุมนรก จ้องมองรินรดาด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา "สุคติงั้นรึ?" เสียงหัวเราะแหบแห้งดังลอดออกมาจากลำคอของผีคุณหลวง "เจ้าเด็กไร้เดียงสา เจ้าคิดว่าตระกูลนี้สร้างขึ้นมาด้วยความรักความเมตตาอย่างนั้นหรือ? เปล่าเลย... มันถูกสร้างขึ้นด้วยหยาดเลือด น้ำตา และชีวิตของคนที่ข้าบูชายเซ่นสังเวยไว้ใต้ถุนเรือนนี้ต่างหาก! และบัดนี้... เลือดเนื้อเชื้อไขอย่างเจ้า ก็คือเครื่องเซ่นชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้พันธนาการนี้สมบูรณ์!" สิ้นคำพูดนั้น ลมพายุหมุนขนาดย่อมก็พัดกระโชกเข้ามาในเรือนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หน้าต่างไม้สักบานปิดสนิทถูกกระแทกเปิดผางด้วยแรงอาฆาต ฝุ่นผงและเศษใบไม้ปลิวว่อน บรรยากาศรอบตัวบีบรัดจนรินรด้ารู้สึกเหมือนถูกกดทับด้วยหินผาพันชั่ง อาคมก้าวออกไปยืนบังหน้าหญิงสาว ท่องคาถาอาคมบทใหญ่พร้อมทั้งสะบัดมือซัดยันต์กระดาษสีเหลืองอาคมพุ่งตรงไปยังเงาร่างนั้น ยันต์เปล่งแสงสีทองสว่างวาบ แต่ทว่า... ทันทีที่เข้าใกล้เงาของคุณหลวง แสงนั้นก็ดับวูบลงทันที ราวกับถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง "เด็กน้อยอวดดี เจ้าคิดว่าวิชาไสยเวทย์กapiกากพวกนี้จะทำอะไรเจ้าเรือนเช่นข้าได้หรือ!" ผีคุณหลวงคำรามลั่น แรงกระแทกจากการตวาดทำให้ร่างของอาคมกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของชายหนุ่มทันที "อาคม!" รินรดาร้องลั่นด้วยความตกใจ เธอรีบพยุงร่างของชายหนุ่มขึ้นมา สายตาจ้องมองไปยังร่างมหึมาที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้เริ่มปะทุขึ้นในอก ความกลัวค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความเดือดดาล บรรพบุรุษผู้เห็นแก่ตัวคนนี้ไม่สมควรได้รับความเคารพอีกต่อไป "ท่านอยากได้เลือดของข้านักใช่ไหม..." รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคู่วาวโรจน์จ้องตอบวิญญาณร้ายอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวบางหยิบมีดกริชโบราณที่เหน็บไว้ที่เอวออกมา ปาดลงบนฝ่ามือของตนเองอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเธอไม่แสดงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นที่ลุกโชน "ถ้าวิญญาณสกปรกของท่านมันกระหายเกียรติยศและอำนาจนัก ข้าก็จะใช้เลือดของขี่นี่แหละ... ปิดผนึกท่านไว้ชั่วนิรันดร์!" เธอยกมือข้างที่เลือดไหลซินพาดลงบนสร้อยประคำ ท่องมนต์บทสุดท้ายที่จำได้ขึ้นใจ แสงสีขาวนวลผสมกับประกายสีแดงฉานจากหยดเลือดพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานเรือน เกิดเป็นค่ายกลอักขระโบราณล้อมรอบร่างของคุณหลวงไว้ ผีร้ายคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างที่เคยทึบตันเริ่มบิดเบี้ยวและโปร่งแสงลง ทว่า... ในจังหวะที่ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม เสียงฝีเท้าฝีนหนึ่งก็ดังขึ้นจากบันไดชั้นล่าง... *ตึง... ตึง... ตึง...* ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนเป็น แต่มันคือเสียงลากโซ่ตรวนอันหนักอึ้ง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ไม่ได้ดังมาจากคุณหลวง แต่มันดังมาจากด้านหลังของอาคมและรินรดา รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปมองด้วยความระทึกใจ อาคมเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นเงาร่างที่สองกำลังก้าวขึ้นมาจากบันได ความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้ถุนเรือนไม่ได้มีเพียงแค่คุณหลวงผู้เดียว... แต่ยังมีอีกหนึ่งวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า กำลังรอเวลาที่จะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง ร่างนั้นก้าวพ้นขอบบันไดขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เน่าเฟะและรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู ก่อนที่เสียงแหบพร่าจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "พี่หลวง... น้องพาแขกมาเยี่ยมเรือนเราแล้ว..." ศาลาริมน้ำโบราณ ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%