คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 47

รอยน้ำตาเลือด

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นจนแทบสำลัก มันไม่ใช่กลิ่นจางๆ ของเลือดสัตว์ในโรงเชือด แต่มันคือกลิ่นอายความตายที่หมักหมมมานับร้อยปี อบอวลแน่นขนัดอยู่ในห้องโถงใหญ่ของเรือนไทยโบราณ แสงเทียนสีส้มสั่นไหววูบวาบตามแรงลมปริศนาที่พัดมาจากมุมมืด ทั้งที่หน้าต่างและบานประตูทุกบานปิดสนิท รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บปวดแปลบปลาあのที่หัวใจไม่ได้เทียบเท่ากับความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินวิญญาณของเธอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกชาหนึบไปทั้งร่าง "พี่หลวง... น้องพาแขกมาเยี่ยมเรือนเราแล้ว..." เสียงหวานเย็นยะเยือกที่ลอยละล่องมาจากความว่างเปล่าเมื่อครู่ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วินาทีนี้ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงกระซิบนั้น คือร่างของหญิงสาวในชุดไทยโบราณชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือดสีดำคล้ำ ที่กำลังก้าวออกมาจากเงาสลักของเสาเรือนต้นใหญ่ ดวงตาของร่างนั้นกลวงโบ๋ มีเพียงหยดน้ำตาที่เป็นสายเลือดไหลรินอาบสองแก้มสลับกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวชวนสยดสยอง อาคมขยับตัวเข้ามาประชิดร่างของรินรดาอย่างรวดเร็ว มือหนาของเขาเอื้อมไปจับด้ามมีดหมอโบราณที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น สันหลังของชายหนุ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงที่บัดนี้ถูกห้อมล้อมด้วยไอเย็นจัดจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว "อย่ามองตาคู่นั้น ริน... ถอยหลังไปช้าๆ" อาคมกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำและหนักแน่น พยายามข่มความสั่นไหวในน้ำเสียงของตนเองให้ได้มากที่สุด "วิญญาณตนนี้ไม่ได้มาเพื่อเจรจา มันกำลังจะกลืนกินพลังชีวิตของพวกเราเพื่อต่ออายุให้เจ้าของเรือน" รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สัมผัสพิเศษที่ติดตัวมาทำให้เธอรับรู้ถึงความโกรธแค้น ความเจ็บปวด และความอาฆาตมาดร้ายที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นพายุ มันไม่ใช่ความแค้นธรรมดา แต่เป็นความแค้นที่ถูกส่งต่อและหล่อเลี้ยงด้วยเลือดเนื้อของคนในตระกูลตนเอง "เขาไม่ได้อยากแค่ขับไล่เราออกไป... อาคม" รินรดากล่าวเสียงสั่น มือเรียวยกขึ้นแตะสร้อยพระโบราณที่สวมอยู่ "เขาต้องการให้เราเป็นส่วนหนึ่งของเรือนหลังนี้ ตราบชั่วนิรันดร์" สิ้นคำพูดของหญิงสาว บรรยากาศภายในเรือนก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เสียงกระดานไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นราวกับมีกองทัพคนจำนวนมากกำลังเดินย่ำอยู่รอบตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งวนไปมาบนเพดานชั้นสอง ก่อนที่เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจะดังทะลักออกมาจากผนังไม้สักเก่าคร่ำ *โครม!* แจกันโบราณที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหมู่บูชาตกลงมากระแทกพื้นแตกกระจาย เศษกระเบื้องคมกริบกระเด็นเฉียดผ่านข้อเท้าของรินรดาไปนิดเดียว ทันใดนั้น เงาดำทึบขนาดมหึมาก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นที่หัวบันไดบ้าน ร่างสูงโปร่งในชุดขุนนางโบราณ ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นจับจ้องมาที่รินรดาด้วยความกระหายใคร่รู้ "รินรดา... ลูกหลานอกตัญญู" เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากก้นบึ้งของขุมนรกดังสะท้อนก้องกังวานในหัวของทั้งสองคน "บังอาจเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของกู... นึกว่าจะมีความสามารถพอที่จะลบล้างคำสาปได้งั้นหรือ?" ผีคุณหลวงก้าวเท้าลงมาจากบันไดทีละขั้น ทุกย่างก้าวที่สัมผัสพื้นเรือน พื้นไม้กลับกลายเป็นสีดำคล้ำและเน่าเปื่อยลงในพริบตา กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนรินรดารู้สึกเหมือนมีหินผาทับลงบนอก หญิงสาวทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายชาดิกจนขยับแทบไม่ได้ "อย่าเข้ามานะ!" อาคมตะโกนลั่น พร้อมกับชักมีดหมอออกจากฝัก สะบัดปลายมีดออกไปในอากาศอย่างแม่นยำ ท่องคาถาอาคมที่ร่ำเรียนมาด้วยเสียงอันดังและทรงพลัง ประกายไฟสีทองแลบแปลบปลาบออกมาจากคมมีด ปะทะเข้ากับไอเย็นสีดำที่พุ่งเข้ามาหา *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้เศษฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถง อาคมเซถอยหลังไปสามก้าว มุมปากมีคราบเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและเหนื่อยล้า พลังไสยเวทย์ของเขาดูเหมือนจะอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็วเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่ฝังรากลึกอยู่ในเรือนหลังนี้ "เจ้าหนومือสมัครเล่น... คิดจะใช้เดรัจฉานวิชามาต่อกรกับเจ้าเรือนอย่างงั้นรึ?" ผีคุณหลวงแสบรอยยิ้มเย้ยหยัน ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาประชิดตัวอาคมด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ มือหนาที่ซีดเซียวราดด้วยเลือดคว้าเข้าที่คอเสื้อของชายหนุ่มแล้วยกขึ้นลอยเหนือพื้นอย่างง่ายดาย "อาคม!" รินรดากรีดร้องสุดเสียง สัญชาตญาณการปกป้องคนรักเอาชนะความกลัวทั้งปวง เธอลุกขึ้นยืนแล้วพุ่งตัวเข้าไปคว้าขวดน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่เตรียมมาสาดใส่ร่างของวิญญาณร้ายทันที น้ำมนต์กระทบเข้ากับผิวหนังของผีคุณหลวง เกิดเสียงดังฟู่คล้ายน้ำราดลงบนเหล็กแดงร้อน พร้อมกับควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมา แต่มันไม่ได้ทำให้วิญญาณร้ายถอยหนี กลับยิ่งทำให้มันโกรธเกรี้ยวเป็นทวีคูณ คุณหลวงสะบัดมือเหวี่ยงร่างของอาคมกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องอย่างแรง จนชายหนุ่มแน่นิ่งไป จากนั้น ดวงตาดุร้ายคู่นั้นก็หันกลับมาจ้องมองรินรดาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ลำพัง "เจ้ามีความกล้าหาญดี... รินรดา" ผีคุณหลวงก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ลมหายใจเย็นเยียบเป่ารดต้นคอของหญิงสาว "แต่ความกล้าหาญไร้ที่พึ่ง ก็เป็นได้แค่เพียงอาหารอันโอชะของความตายเท่านั้น" รินรดาก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาเรือน ไม่มีทางหนีอีกต่อไปแล้ว หญิงสาวหลับตาลงเตรียมรับชะตากรรม น้ำตาใสๆ ไหลรินอาบแก้ม แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของคุณหลวงกำลังจะแตะลงบนหน้าผากของเธอนั้นเอง พลัน... เสียงเคาะประตูด้านนอกเรือนก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน เป็นจังหวะที่แปลกประหลาดและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ผีคุณหลวงชะงักมือที่กำลังจะคว้าตัวรินรดา ดวงตาสีดำสนิทหันขวับไปมองยังประตูหน้าเรือนด้วยความแปลกใจและระแวดระวัง ประตูกลอนไม้ที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองช้าๆ ด้วยแรงลมภายนอก ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาล ร่างของใครคนหนึ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา... คนคนนั้นสวมเสื้อผ้าชุดไทยโบราณเปียกชุ่ม และเมื่อแสงเทียนสาดส่องไปถึงใบหน้า รินรดาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือร่างของตัวเธอเองในวัยเด็กที่ควรจะตายไปนานแล้ว และในมือเล็กๆ นั้น กำลังถือ "กุญแจดอกสุดท้าย" ที่หายสาบสูญไปจากตระกูล ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ... ศาลาริมน้ำโบราณ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%