ปลายนิ้วที่สั่นเทาของอาคมคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้ผิวเนื้อขาวเนียนขึ้นรอยแดง แต่ในนาทีนี้ ไม่มีใครใส่ใจกับความเจ็บปวดทางกาย เมื่อความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเพิ่งถูกกระชากหน้ากากออกเบื้องหน้า
"รินรดา... ระวัง! นั่นไม่ใช่... ไม่ใช่วิญญาณบรรพบุรุษที่เราคิด!"
เสียงของอาคมแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยตลอดการเดินทางสายไสยเวทย์ของเขา ชายหนุ่มจ้องมองเงาดำทะมึนที่บิดเบี้ยวผิดรูปบนผนังไม้สักทองของเรือนไทยโบราณ เงานั้นไม่ได้ทอดตัวตามแสงตะเกียง แต่มันขยับเขยื้อนได้เอง ราวกับมีชีวิตและกำลังหัวเราะเยาะความโง่เขลาของพวกเขาทั้งสอง
รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ร่างกายของเธอกำลังสั่นสะท้อนราวกับใบไม้ไหวในพายุใหญ่ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาเมื่อความทรงจำและภาพนิมิตต่างๆ ไหลบ่าเข้ามาในหัวพร้อมกัน ภาพของท่านคุณหลวงผู้สง่างามในพงศาวดาร ภาพที่เธอเคยคิดว่าเป็นบรรพบุรุษผู้ปกป้องคุ้มครองตระกูล... บัดนี้ มันพังทลายลงไม่เป็นท่า
"ถ้า... ถ้าไม่ใช่ท่านคุณหลวง แล้วมันคือตัวอะไรกันล่ะคะ... อาคม?" เสียงของรินรดาขาดห้วง ลมหายใจหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมแรง ความกดดันมหาศาลจากบรรยากาศรอบตัวกดทับลงมาบนบ่าของเธอ ราวกับมีหินผาหลักตันตั้งอยู่บนร่าง เสียงกระซิบเยือกเย็นนับร้อยเสียงดังระงมอยู่ในโสตประสาท เสียงเหล่านั้นกรีดร้อง วอนขอความช่วยเหลือ และสาปแช่งสลับกันไปจนสมองของเธอแทบจะระเบิด
อาคมไม่ตอบทันที เขาดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลัง พร้อมกับควักผ้ายันต์สีแดงฉานที่เขียนด้วยหมึกอาคมขึ้นมาถือไว้มั่น สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงใหญ่ที่เวลานี้เงียบสงัดผิดปกติ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาปสางของซากศพโชยตีตลบอบอวลจนน่าคลื่นไส้
"ไม่ใช่บรรพบุรุษ... แต่มันคือปีศาจที่สวมรอยใช้สายเลือดของเธอเป็นสะพานเชื่อมต่างหาก" อาคมเค้นเสียงลอดไรฟัน เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าคมคาย "สิ่งที่พวกเราทำพิธีอัญเชิญมาตลอดสามคืนที่ผ่านมา ไม่ใช่ดวงวิญญาณของท่านคุณหลวง แต่เป็น 'มัน' ตัวการที่สูบกินวิญญาณบรรพบุรุษของตระกูลเธอไปทีละคน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน!"
ราวกับคำพูดนั้นเป็นการปลุกเร้าอสูรกาย เงาดำบนผนังเกิดเสียงกรีดแหลมสูงจนแก้วแทบแตก กระจกหน้าต่างบานโบราณสั่นสะเทือนกึกก้อง แรงลมปริศนาพัดโหมกระหน่ำเข้ามาในเรือน ทั้งที่บานหน้าต่างทุกบานลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดไหววูบวาบและดับพรึบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมทันที เหลือเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา
"ไม่... ไม่จริง!" รินรดาเริ่มสติหลุด เธอทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นไม้ มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมขมับที่ปวดร้าวราจะระเบิด ภาพเหตุการณ์ในอดีตตอนที่คนในครอบครัวทยอยเสียชีวิตอย่างปริศนาผุดขึ้นมาในหัว ซ้ำด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ น่าขนลุกที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในกะโหลกศีรษะของเธอเอง *‘เจ้าคือทายาทคนสุดท้าย... สายเลือดนี้จะต้องเป็นของข้า... ทั้งหมดต้องเป็นของข้า!’*
"รินรดา! ตั้งสติไว้! อย่าปล่อยให้มันเข้ามาในจิตใจเธอ!" อาคมตะโกนสุดเสียง พลางสะบัดมือซัดผ้ายันต์ในมือออกไปปะทะกับความมืดเบื้องหน้า
*พรึบ!*
แสงสีแดงวาบขึ้นชั่วขณะ เผยให้เห็นร่างโปร่งแสงร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ร่างนั้นสวมชุดขุนนางโบราณ ทว่าใบหน้าของมันกลับเน่าเฟะ ดวงตาสสีดำสนิทไม่มีตาขาว และที่น่ากลัวที่สุดคือ รอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหูที่เต็มไปด้วยคราบเลือดสดๆ มันกำลังก้มมองรินรดาด้วยสายตาที่กระหายหิว ราวกับสุนัขป่าที่จ้องมองเหยื่อผู้ไร้ทางสู้
ความกลัวที่กัดกินจิตใจของรินรดาลุกลามไปทั่วร่างจนเธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอหนี แต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรง เธอกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความหวาดกลัวขีดสุด น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลอาบแก้ม ร่างกายสั่นเทานอนขดตัวอยู่กับพื้นท่ามกลางความหนาวเหน็บที่เสียดแทงถึงกระดูก
"อาคม... ช่วยฉันด้วย... ฉันไม่ไหวแล้ว..." เสียงของเธอกระท่อนกระแท่น ขาดช่วงลงทุกขณะเมื่อมือที่มองไม่เห็นเริ่มเอื้อมมาบีบลำคอของเธอ แน่นขึ้น... แน่นขึ้น จนหายใจไม่ออก
อาคมพยายามจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่กลับถูกพลังงานมหาศาลผลักกระเด็นชนเข้ากับเสาเรือนอย่างแรงจนกระอักเลือด เขาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก มือขวากำกริชโบราณที่พกติดตัวไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเด็ดเดี่ยว แต่ทว่า... เมื่อเขามองไปที่รินรดาอีกครั้ง หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น
ร,รินรดาหยุดกรีดร้องไปแล้ว...
ดวงตาของหญิงสาวที่เคยฉายแววตื่นกลัว บัดนี้กลับกลายเป็นสีดำสนิทอย่างไร้แววตา เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ราวกับหุ่นเชิดที่ไร้จิตวิญญาณ รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและน่ากลัวไม่แพ้ปีศาจตนนั้นผุดขึ้นบนใบหน้าสวยหวาน ก่อนที่เธอจะหันมามองหน้าอาคมด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น และเอמהเสียงที่แหบพร่าผิดมนุษย์ออกมาว่า...
"เจ้าโง่... นางไม่ได้ถูกมันครอบงำหรอก... แต่อย่าลืมสิว่า... ร่างนี้มันเป็นของข้ามาตั้งแต่แรกแล้ว!"
ศาลาริมน้ำโบราณ
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความระทึกใจนะครับ
คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 43
ความกลัวที่กัดกิน
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!