คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 42

การเผชิญหน้าครั้งที่หนึ่ง

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นอับชื้นของเรือนไม้สักทองเก่าแก่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นธูปโบราณที่มอดดับไปนานแล้ว รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเย็นเยียบจากพื้นกระดานแผ่นใหญ่ส่งผ่านเรียวขาขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ แม้ในยามวิกาลเช่นนี้ แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานกระทุ้งก็เพียงพอที่จะเผยให้เห็นเงาทะมึนของเสาเรือนแต่ละต้นที่ตั้งตระหง่านราวกับคุกกักขังวิญญาณ อาคมส่งสัญญาณมือเตือนมาจากมุมมืดใกล้บันได เขาถือแผ่นยันต์โบราณที่เขียนด้วยหมึกชาดสีแดงฉาน ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความห่วงใยและระแวดระวัง แต่รินรดารู้ดีว่า... นี่คือศึกที่เธอต้องเผชิญหน้าด้วยตนเอง ในฐานะผู้สืบสายเลือดสายตรงคนสุดท้ายของตระกูลที่ต้องสะสางหนี้กรรมนี้ "คุณไม่น่าดื้อรั้นตามผมขึ้นมาเลย รินรดา" เสียงทุ้มต่ำของอาคมกระซิบแผ่วเบาราวกับกลัวว่าความเงียบงันจะแตกสลาย "ถ้าฉันไม่ขึ้นมา ความลับที่ถูกฝังกลบไว้พร้อมกับกระดูกของคุณหลวงก็จะไม่มีวันถูกชำระครับ... อาคม" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นไหว เธอกำจี้หยกโบราณในมือแน่นจนเนื้อตัวเย็นเฉียบ ทันใดนั้นเอง อุณหภูมิภายในห้องโถงใหญ่ก็ดิ่งวูบลงอย่างไร้สาเหตุ ลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในอากาศ เปลวเทียนจากเชิงเทียนสำริดที่เคยริบหรี่อยู่แล้วพลันดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง ความมืดมิดเข้าโอบล้อมทั้งคู่ในชั่วพริบตา มีเพียงแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องลงกลางห้องโถงพอให้เห็นร่างหนึ่งที่กำลังก้าวออกมาจากหลังม่านฉากไม้แกะสลัก ร่างนั้นสูงใหญ่ สวมชุดราชبرกสีขาวหม่นที่เปื้อนคราบสีคล้ำคล้ายรอยเลือดแห้งกรัง ใบหน้าคมคายแต่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยา ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและอำนาจมืดที่พร้อมจะบดขยี้ทุกชีวิตที่ขวางทาง ผีคุณหลวงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้ฝ่าเท้าที่ไร้น้ำหนักชวนให้ขนหัวลุกชัน ร่างของวิญญาณร้ายหยุดยืนห่างจากรินรดาเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นสาบสางและกลิ่นอายความตายแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก "มึง... บังอาจนักนะที่เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของกู" เสียงแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรกดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงที่ใช้หูฟัง แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นในหัวของรินรดาโดยตรง รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด เธอยืดตัวขึ้นตรง สบตากับวิญญาณบรรพบุรุษผู้เหี้ยมโหดอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าขาของเธอจะแทบไม่andแรงจะยืนอยู่แล้วก็ตาม "ดิฉันไม่ได้มาเพื่อท้าทายคุณหลวงค่ะ... เอ๊ย... ครับ" รินรดาเกือบเผลอใช้สรรพนามผิดเนื่องจากความตื่นตระหนก แต่เธอก็รีบดึงสติกลับมา "ดิฉันมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับดวงวิญญาณนับสิบคนที่ท่านกักขังไว้ในเรือนหลังนี้ และเพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณของท่านจากพันธนาการแห่งความแค้นนี้เสียที" ผีคุณหลวงหัวعอกลั้วในลำคอ เสียงหัวeเยาะนั้นช่างเย็นเยียบและเสียดแทงจิตใจ "ความยุติธรรม? ฮึ... ในเรือนหลังนี้ มีแต่กฎของกู ศักดิ์ศรีของกู และชีวิตของพวกมึงทุกคนที่เป็นบรรณาการให้กับความยิ่งใหญ่ของกู!" สิ้นคำพูด ร่างของผีคุณหลวงก็พุ่งเข้าหารินรดาด้วยความเร็วแสง ประหนึ่งเงาสีดำทมิฬที่แหวกอากาศมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับร้อยที่ดังระงมอยู่ในมิติเบื้องหลัง อาคมส่งเสียงคำรามลั่นพร้อมกับขว้างแผ่นยันต์ในมือออกไป แสงสีแดงวาบขึ้นกลางอากาศปะทะเข้ากับม่านพลังมืดที่ผีคุณหลวงแผ่ออกมาจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้ร่างของอาคมกระเด็นไปกระแทกกับเสาเรือนจนกระอักเลือด "อาคม!" รินรดาร้องลั่นด้วยความตกใจ เธอกำจี้หยกในมือชูขึ้นเบื้องหน้า ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบก็พวยพุ่งออกมาจากหยกโบราณเข้าต้านทานร่างของผีคุณหลวงที่พุ่งเข้ามาประชิดตัว วิญญาณร้ายคำรามด้วยความเจ็บปวดเมื่อสัมผัสกับแสงสีทอง แต่มันกลับยิ่งโกรธเกรี้ยวเป็นทวีคูณ มือที่ยาวผิดธรรมชาติและเต็มไปด้วยรอยเน่าเปื่อยเอื้อมมาคว้าลำคอของรินรดา ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากปลายนิ้วของมันเข้าสู่ผิวเนื้อ รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในปอดกำลังถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ดวงตาของเธอเริ่มพร่ามัว เรี่ยวแรงทั้งหมดกำลังเลือนหายไป ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง พื้นไม้สักทองใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็เกิดรอยปริแยกออกเสียงดังสนั่น เสียงกระดิ่งลมโบราณที่แขวนไว้ใต้ชายคาเรือนจู่ๆ ก็ดังขึ้นเองทั้งที่ไม่มีลมพัด และจากรอยแยกนั้น... ร่างของหญิงสาวในชุดสไบโบราณที่โชกไปด้วยคราบเลือดก็ผุดขึ้นมา พร้อมกับเอื้อมมืออันเย็นเฉียบมาจับข้อแขนของผีคุณหลวงไว้แน่น ดวงตาของหญิงสาวผู้นั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดและแค้นเคืองไม่แพ้กัน "พอเสียที... ท่านพี่" เสียงหวานเศร้าเอ่ยกระซิบข้างหูคุณหลวง ผีคุณหลวงชะงักกึก หันขวับไปมองร่างของหญิงสาวด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว รินรดาที่หลุดพ้นจากการบีบรัดทรุดตัวลงหอบหายใจโยนตัวอยู่บนพื้น เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความงุนงง และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยวาจาใดๆ อาคมที่พยุงตัวลุกขึ้นมาด้วยความยากลำบากก็ชี้ไปยังมุมมืดของห้องโถง พร้อมกับตะโกนเสียงหลงด้วยความตกใจสุดขีด "รินรดา... ระวัง! นั่นไม่ใช่... ไม่ใช่วิญญาณบรรพบุรุษที่เราคิด!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาจนถึงตอนนี้นะครับ ศาลาริมน้ำโบราณครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%