“อย่ามอง... ริน อย่ามองไปที่นั่น!”
เสียงของอาคมตวาดลั่นแทรกความเงียบงันภายในเรือนไทยไม้สักทองที่ดูจะคดเคี้ยวไปมาดั่งเขาวงกต รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือของเธอที่กำสร้อยประคำไม้พยุงไว้แน่นสั่นระริก สายตาของหญิงสาวถูกตรึงไว้กับผนังฝั่งทิศตะวันตกของห้องโถงกลาง ที่ซึ่งคราบสีน้ำตาลเข้มเริ่มซึมออกมาจากรอยแตกของเนื้อไม้ มันไม่ใช่สีสนิมหรือคราบน้ำฝน แต่มันคือหยดเลือด... สดๆ ที่กำลังไหลย้อยลงมาเป็นตัวอักษรไทยโบราณที่อ่านได้ใจความว่า *‘ผู้ทรยศย่อมมิได้ตายดี’*
อาคมรีบคว้าข้อมือรินรดาแล้วดึงเธอไปด้านหลัง แววตาของชายหนุ่มผู้รอบรู้ด้านไสยเวทย์วูบไหวด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหยิบยันต์เกราะเพชรที่เขียนด้วยชาดแดงสดออกมาจากกระเป๋าเสื้อ สวดบริกรรมคาถาเสียงอุบอิบในลำคอ แต่กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณกลับรุนแรงขึ้นจนแทบสำลัก
“คุณเห็นไหมอาคม...” รินรดาถามเสียงสั่น พลางชี้ไปยังจุดอื่นบนผนัง “ตรงนั้น... ตรงนั้นก็มีอีก มันไม่ได้เขียนแค่ที่เดียว แต่มันเขียนทั่วทั้งเรือน!”
อาคมกวาดสายตามองไปรอบห้อง หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น บนเสาเรือน บนแผ่นกระดานพื้น แม้กระทั่งบนบานประตูห้องพระ ข้อความสยดสยองซ้ำๆ ถูกเขียนด้วยของเหลวข้นเหนียวที่ดูเหมือนจะพุ่งทะลักออกมาจากเนื้อไม้โดยตรง ราวกับว่าเรือนหลังนี้กำลังมีบาดแผลฉกรรจ์และกำลังหลั่งเลือดออกมาประจานความผิดบาปของคนในตระกูล
“ตั้งสติไว้ริน สิ่งที่เห็นมันคือการพยายามทำให้เราหวาดกลัว” อาคมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ในใจจะรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ภาพหลอน “วิญญาณคุณหลวงไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตเรา แต่มันต้องการทำลายขวัญกำลังใจให้เราแตกสลายก่อนที่จะถึงวันชำระแค้น”
“ถ้ามันเป็นแค่ภาพหลอน ทำไมกลิ่นมันถึงคาวขนาดนี้ล่ะคะ... เอ้อ... กลิ่นมันถึงคาวขนาดนี้ครับ” รินรดาแก้คำพูดแทบไม่ทัน เธอใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม “อาคม ดูนั่น!”
รอยเลือดบนผนังไม่ได้อยู่นิ่ง มันเริ่มเคลื่อนไหว คล้ายกับเส้นเลือดฝอยที่แตกกระจาย ตัวอักษรสีแดงสดเริ่มนูนเด่นออกมาจากเนื้อไม้ ร่างเงาสีดำทะมึนของชายชราในชุดราชปะแตนเริ่มปรากฏขึ้นที่มุมมืดของห้อง ดวงตาของเขาแดงฉานดุจเพลิงกัลป์และจ้องมองมาที่รินรดาด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่เข้มข้นจนอากาศรอบข้างหนาวเยือก
“มึง... ก้าวเท้าเข้ามาในเรือนกูโดยไม่ได้รับอนุญาต มิหนำซ้ำยังริอ่านจะมาปลดปล่อยวิญญาณพวกคนบาปพวกนั้นงั้นรึ?”
เสียงทุ้มต่ำและกังวานราวกับดังก้องมาจากใต้พิภพทำเอาพื้นเรือนสั่นสะเทือน รินรดาเซถลาไปข้างหลัง อาคมพุ่งตัวไปขวางหน้าเธอไว้พร้อมกับชูยันต์ในมือขึ้นสุดแขน แสงสีทองจางๆ เปล่งประกายออกจากตัวยันต์ปะทะกับไอเย็นสีดำที่แผ่ออกมาจากร่างของคุณหลวง
“คุณไม่ใช่เจ้าของชีวิตใครทั้งนั้น!” อาคมตะโกนตอบ “ความแค้นของคุณมันจบลงตั้งแต่เมื่อร้อยปีที่แล้ว ปล่อยให้ดวงวิญญาณในเรือนนี้ไปเกิดเถิด!”
คุณหลวงแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมเล็กชวนขนลุกดังก้องไปทั่วเรือน “ไปเกิด? หึ... พวกมันสมควรต้องจองจำอยู่ในคุกไม้แห่งนี้ชั่วกัลปาวสาน เหมือนกับที่กูต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นี่อย่างไรเล่า!”
ทันใดนั้น ผนังห้องก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง รอยเลือดที่เขียนไว้บนผนังพุ่งกระเซ็นออกมาดั่งอาวุธนับพันชิ้น อาคมดึงตัวรินรดาลงไปหลบหลังตู้โบราณ แรงปะทะจากหยดเลือดที่แข็งดั่งหินกระแทกเข้ากับไม้จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว รินรดาปิดปากแน่นไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่กำลังถูกรวบรวมเพื่อการโจมตีครั้งใหญ่
“อาคม... ข้าวยันต์ในมือคุณ... มันกำลังจะหมดพลังแล้ว!” รินรดาตะโกนบอกเมื่อเห็นว่าแสงสีทองจากยันต์เริ่มหม่นแสงลง
อาคมขบกรามแน่น เหงื่อกาฬไหลพรากตามใบหน้า เขารู้ดีว่าเขากำลังสู้กับพลังงานระดับเจ้าที่เจ้าทางที่ยึดติดในพื้นที่นี้อย่างรุนแรง “ริน... ฟังผมนะ ถ้าผมเป็นอะไรไป ให้คุณวิ่งไปที่เรือนริมน้ำ แล้วถอดสร้อยเส้นนั้นทิ้งลงในบ่อดินใต้ถุนเรือน อย่าหันหลังกลับมาเด็ดขาด!”
“ไม่! ฉันไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวแน่!”
ในขณะที่สถานการณ์กำลังบีบคั้นถึงขีดสุด บรรยากาศภายในห้องที่เคยหนาวเหน็บกลับแปรเปลี่ยนเป็นเงียบงันผิดปกติ รอยเลือดบนผนังหยุดเคลื่อนไหว กลิ่นคาวเลือดจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นธูปอบอวลจนน่าเวียนหัว ร่างเงาของคุณหลวงหายไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม
อาคมขยับตัวออกมาช้าๆ เขามองไปที่ผนังห้องที่เมื่อครู่เต็มไปด้วยรอยเลือด แต่บัดนี้มันกลับสะอาดสะอ้าน ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น รินรดาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สายตาของเธอเหลือบไปเห็นบางอย่างที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเธอ
มันคือรอยเท้าสีเลือด... รอยเท้าขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มุ่งหน้าออกจากห้อง แต่มันพุ่งตรงมาจากหลังกำแพง แล้วหยุดลงตรงจุดที่เธอกับอาคมยืนอยู่พอดี
และก่อนที่รินรดาจะทันได้ร้องเตือน มือหยาบกร้านสีดำสนิทไร้เงา ก็โผล่พ้นออกมาจากพื้นกระดานไม้ที่เธอยืนอยู่ มันคว้าข้อเท้าของเธอไว้แน่นด้วยพละกำลังมหาศาล พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“กูเจอตัวมึงแล้ว... ทายาทคนสุดท้ายของเรือนนี้”
ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวรับมือกับความจริงที่จะถูกเปิดเผยในตอนต่อไปนะครับ
ศาลาริมน้ำโบราณครับ
คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 41
รอยเลือดบนผนัง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!