"หยุดมือเดี๋ยวนี้ อาคม! นั่นไม่ใช่กระจกธรรมดา คุณกำลังจะดึงเอาสิ่งที่ตายไปแล้วให้กลับมาหายใจในบ้านหลังนี้!"
เสียงตวาดของรินรดาดังก้องไปทั่วหอไตรเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับของกระดาษโบราณผสมกับกลิ่นสาบสางที่โชยมาจากใต้ถุนเรือนชวนให้รู้สึกวิงเวียน อาคมชะงักมือที่กำลังพรมน้ำมนต์ลงบนกระจกเงาลงรักปิดทองบานเก่าแก่ แสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวราวกับจะดับลงเสียให้ได้ รอยร้าวบนพื้นผิวหน้ากระจกนั้นไม่ได้เกิดจากความเก่า แต่เป็นรอยร้าวที่แผ่ขยายออกไปดั่งใยแมงมุม ทุกครั้งที่อาคมขยับตัว รอยร้าวนั้นดูเหมือนจะขยับตาม... ราวกับมันกำลังขยายช่องว่างระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตายให้กว้างขึ้น
"ริน คุณมองไม่เห็นหรืออย่างไร" อาคมหันมาหาเธอ ดวงตาของเขาแดงก่ำ มือที่ถือขันน้ำมนต์สั่นเทาเล็กน้อย "กระจกบานนี้ไม่ใช่แค่ของสะสม แต่มันคือประตู คุณหลวงไม่ได้ขังตัวเองอยู่ในความทรงจำ แต่มันกำลังรอใครสักคนมาเป็นภาชนะให้ท่านหวนคืน ถ้าผมไม่รีบสะกดรอยร้าวนี้ไว้ เราทุกคนในเรือนนี้จะกลายเป็นเพียงเหยื่อในตู้กระจก!"
รินรดาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นพล่านขึ้นมาจากพื้นกระดานไม้ มันไม่ใช่ความเย็นจากธรรมชาติ แต่เป็นความเย็นจากไอวิญญาณที่เข้มข้นจนเกือบจะเป็นรูปธรรม รอยร้าวบนกระจกเริ่มมีหยดสีดำคล้ายน้ำมันดินไหลซึมออกมา มันหยดลงบนพื้นไม้ เสียง *แปะ... แปะ...* ที่ควรจะเบาบาง กลับดังชัดเจนในโสตประสาทของเธอเหมือนเสียงฝีเท้าของใครบางคน
"อย่ามองที่กระจก!" เธอร้องเตือนเมื่อเห็นอาคมจ้องเขม็งไปที่รอยร้าวนั้นราวกับถูกสะกด "นั่นคือกับดัก หากคุณจ้องมันนานเกินไป คุณจะเห็นเงาของตัวเองที่ไม่ใช่เงาของคุณ!"
อาคมแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูไม่น่าไว้ใจในสายตาของรินรดา "ริน... ผมเห็นแล้ว ไม่ใช่แค่เงาผม แต่ผมเห็น 'ท่าน' ยืนอยู่ข้างหลังคุณ ในกระจกบานนี้ ท่านไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว... ท่านกำลังมองผมด้วยแววตาที่เตรียมจะกระชากวิญญาณผมไปเป็นทาสรับใช้"
รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอรู้สึกถึงลมหายใจเย็นจัดที่รดรินอยู่บริเวณต้นคอ กลิ่นดอกกรรณิการ์ที่เหี่ยวเฉาอบอวลขึ้นมาอย่างฉับพลัน เธอค่อยๆ หันไปช้าๆ ความกลัวแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ในฐานะเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลที่ถูกสาป เธอต้องเข้มแข็ง
"ท่านหลวง... ท่านจะเอาอะไรจากพวกเราอีก" รินรดาถามด้วยเสียงที่สั่นพร่าแต่หนักแน่น เธอไม่ได้หันไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าเสียทีเดียว แต่เธอจ้องมองไปที่กระจกบานนั้น เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายในชุดราชปะแตนที่จางหายไปนานหลายทศวรรษ กำลังยืนซ้อนทับหลังเธออยู่
เงาร่างนั้นยกมือขึ้นช้าๆ นิ้วมือที่ยาวผิดปกติของมันวางลงบนไหล่ของรินรดา รอยร้าวบนกระจกเริ่มส่งเสียงเปรี๊ยะราวกับจะแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ มิติที่กั้นกลางระหว่างภพภูมิเริ่มบิดเบี้ยว ท้องฟ้าด้านนอกที่ควรจะเป็นยามค่ำคืนกลับมีสีม่วงช้ำเหมือนรอยเขียวจ้ำบนศพ ผีเสื้อราตรีจำนวนมหาศาลบินเข้ามารุมล้อมหน้าต่างหอไตร เสียงปีกของมันกระพือซ้อนทับกันจนเกิดเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงคร่ำครวญของผู้คนนับพัน
"ริน หมอบลง!" อาคมตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากยันต์อาคมที่สลักจากกระดูกสัตว์ปาไปที่บานกระจก
ทันทีที่ยันต์สัมผัสผิวกระจก เกิดแรงอัดมหาศาลระเบิดออกมา แรงลมกระโชกแรงจนข้าวของในหอไตรพังระเนระนาด รินรดาล้มลงไปกองกับพื้น มือคว้าเข้ากับไม้เท้าเก่าแก่ที่วางอยู่ข้างตัว เสียงหัวเราะแหลมสูงของสตรีที่ถูกขังอยู่ในมิตินั้นดังแทรกเข้ามา มันเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการเยาะเย้ยความพยายามอันไร้ค่าของมนุษย์
รอยร้าวบนกระจกไม่ได้ถูกปิดผนึก แต่มันกลับกว้างขึ้นจนกลายเป็นหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง มือสีซีดเผือดนับสิบคู่โผล่ออกมาจากรอยร้าวนั้น ไขว่คว้าหาสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้ที่สุด อาคมถูกมือคู่หนึ่งกระชากเข้าหาหน้าต่างกระจกอย่างแรง เขาพยายามขัดขืน แต่แรงดึงจากมิตินั้นมหาศาลเกินกว่ามนุษย์จะต้านทานได้
"อาคม!" รินรดาพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงดึงจากด้านในกระจกมหาศาลจนแขนของเธอแทบหลุด แรงดึงนั้นไม่ใช่มือของวิญญาณธรรมดา แต่มันคือแรงดึงดูดของความแค้นที่สั่งสมมานานนับร้อยปี
"ปล่อยผมเถอะริน..." อาคมพูดด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย ตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งประกายของมนุษย์ "ท่านหลวงไม่ได้ต้องการแค่เลือดท่าน... ท่านต้องการความแค้นของผม เพื่อใช้เป็นกุญแจเปิดประตูบานสุดท้าย"
ในขณะที่รินรดากำลังยื้อยุดอยู่กับโชคชะตา ประตูห้องหอไตรที่ปิดสนิทก็ถูกผลักออกด้วยแรงกระแทกจากภายนอก เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในแสงตะเกียงที่ริบหรี่ ร่างนั้นสวมชุดขาวหม่น ใบหน้าถูกบดบังด้วยผ้าสไบที่ขาดวิ่น แต่นัยน์ตาที่มองลอดออกมานั้น... มันเป็นนัยน์ตาของคนในตระกูลที่รินรดารู้จักดีที่สุด คนที่ควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน
"หยุดมือเสียรินรดา... เพราะสิ่งที่เธอกำลังพยายามรั้งไว้นั้น คือจุดจบของทุกคน"
คนผู้นั้นเอ่ยคำพูดที่ทำลายความหวังสุดท้ายของรินรดาลงจนหมดสิ้น มือที่จับข้อมืออาคมอยู่เริ่มสั่นสะท้าน เมื่อเธอพบว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือ 'คุณป้า' ของเธอเอง ผู้ที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของเรือนอาถรรพ์แห่งนี้ และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... ในมือของนางไม่ได้ถืออะไรเลยนอกจากมีดกริชโบราณที่อาบด้วยคราบเลือดที่ยังสดอยู่!
ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเผชิญหน้ากับความมืดมิดในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 22
รอยร้าวแห่งมิติ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!