"อย่าแตะมัน ริน"
เสียงของอาคมห้วนสั้นราวกับมีดกรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องโถงชั้นบนของเรือนไม้สักเก่าแก่ เขาคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่นก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสกับกรอบไม้แกะสลักรูปกนกที่เริ่มผุกร่อนไปตามกาลเวลา แรงบีบจากนิ้วมือที่หยาบกร้านของชายหนุ่มไม่ได้เพียงแค่ห้ามปราม แต่มันกำลังสั่นสะท้าน—อาคมกำลังกลัว
รินรดาหันกลับมามองเขา ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่น แต่เป็นความดึงดูดใจที่น่าสะพรึงกลัว "ฉันได้ยินเสียงอาคม... เสียงผู้หญิงกระซิบเรียกชื่อฉันออกมาจากข้างในกระจกนั่น"
"มันคือกับดัก" อาคมลดเสียงลงต่ำจนแทบเป็นเสียงกระซิบ "กระจกบานนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้คนส่องดูใบหน้า แต่มันถูกกักไว้เพื่อขังสิ่งที่ตายไปแล้วไม่ให้หลุดรอดออกมา บรรพบุรุษของคุณลงอาคมปิดตายมันไว้ด้วยเลือด ถ้าคุณเปิดมันออก สิ่งที่ตามมาจะไม่ใช่แค่ความจริง แต่มันคือความแค้นที่สั่งสมมานับร้อยปี"
รินรดาถอนหายใจยาว เธอปล่อยให้ข้อมือเป็นอิสระ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกมาครึ่งก้าว กลิ่นธูปเก่าๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของไม้และคาวเลือดจางๆ ตลบอบอวลอยู่ในอากาศ เรือนไทยหลังนี้ไม่ได้หายใจด้วยออกซิเจน แต่มันหายใจด้วยความโกรธแค้นของดวงวิญญาณที่ถูกจองจำ
เธอมองไปยังกระจกเงาบานนั้นอีกครั้ง มันไม่ใช่กระจกสมัยใหม่ที่ใสแจ๋ว แต่เป็นกระจกเงาฝ้าขุ่นมัวที่ฉาบด้วยปรอทเก่าจนด่างพร้อย ทว่าในความมืดสลัวของห้องที่ไม่มีแม้แต่แสงไฟ รินรดากลับเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง... ไม่สิ ไม่ใช่แค่เธอ
เบื้องหลังเงาของเธอในกระจก มีภาพเลือนรางของผู้หญิงคนหนึ่งยืนซ้อนอยู่ เธอสวมชุดสไบสีหม่นที่ดูเหมือนจะเปียกชุ่มด้วยอะไรบางอย่างที่เหนียวหนืด ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยควรจะมีแววตา กลับเป็นเพียงหลุมดำสนิทที่กำลังจ้องเขม็งมาที่รินรดา
"เธอไม่ได้จะทำร้ายฉัน" รินรดาพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบจนอาคมขนลุกเกรียว "เธอ... เธออยากให้ฉันช่วย"
"นั่นคือสิ่งที่มันอยากให้คุณคิด!" อาคมตวาดพลางดึงรินรดาให้ถอยห่างจากผนัง "คุณจำเรื่อง 'คุณหลวง' ที่ผมเคยเล่าไม่ได้หรือไง? คนพวกนี้ไม่ได้ตายเพราะความโชคร้าย แต่ตายเพราะอำนาจมืดที่เขาสร้างขึ้นเพื่อหนีจากความตาย ความเมตตาที่คุณมีมันเป็นเพียงอาหารชั้นดีของพวกมัน"
รินรดาไม่ฟัง เธอเบือนหน้าหนีจากอาคม แล้วจ้องเขม็งไปยังสิ่งที่อยู่ในกระจกอีกครั้ง ครั้งนี้เธอสังเกตเห็นรายละเอียดที่ทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น หญิงสาวในกระจกค่อยๆ ยกมือขึ้น มือข้างนั้นซีดเผือดราวกับศพ และที่ข้อมือข้างขวาของวิญญาณตนนั้น มีกำไลทองคำหัวพญานาคสลักลายวิจิตรบรรจง... กำไลเส้นเดียวกับที่แม่ของรินรดาสวมใส่ก่อนที่จะจากไปอย่างปริศนา
"นั่นมัน..." เสียงของรินรดาขาดห้วง มือของเธอสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะกำไลบนข้อมือของตัวเองโดยสัญชาตญาณ
"ริน! ออกมาเดี๋ยวนี้!" อาคมกระชากแขนเธอเต็มแรงจนร่างของเธอกระแทกเข้ากับผนังไม้อีกด้าน
ในวินาทีนั้นเอง กาลเวลารอบข้างดูเหมือนจะหยุดชะงัก เงาในกระจกที่เคยนิ่งสงบกลับขยับไหวอย่างรวดเร็ว หญิงสาวในชุดไทยเริ่มกรีดร้อง—ไม่ใช่เสียงที่ออกจากลำคอ แต่เป็นเสียงแหลมสูงที่เสียดแทงเข้าไปในโสตประสาทของคนทั้งคู่ กระจกเงาบานเก่าเริ่มแตกร้าวจากตรงกลาง ลามออกไปเป็นสายคล้ายใยแมงมุม
อาคมรีบคว้ากริชอาคมที่พกติดตัวออกมา พร้อมกับบริกรรมคาถาเสียงดังฟังชัดเพื่อสะกดกลั้นพลังงานที่กำลังพุ่งพล่านออกมาจากแผ่นกระจก แต่ทว่า... ยิ่งอาคมสวดมากเท่าไหร่ รอยร้าวบนกระจกก็ยิ่งขยายตัวกว้างขึ้น ราวกับว่าอาคมกำลังกลายเป็นเชื้อเพลิงที่เร่งให้วิญญาณร้ายหลุดพ้นออกมา
"หยุดเดี๋ยวนี้อาคม! คุณกำลังทำร้ายเธอ!" รินรดาตะโกนขัดจังหวะ
"ผมไม่ได้ทำร้ายใคร ผมกำลังปกป้องคุณ!"
ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงกรีดร้องที่บาดลึกถึงกระดูก เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา—เสียงชายชราที่ดูทรงอำนาจและเย็นยะเยือกดังก้องมาจากมุมมืดของห้องที่ไม่มีใครมองเห็นตั้งแต่แรก
"เจ้ายังโง่เขลาไม่เปลี่ยน... ไอ้หนุ่มตระกูลที่รับใช้ข้ามาแต่ไหนแต่ไร"
รินรดาและอาคมชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเหมือนถูกราดด้วยน้ำแข็ง พวกเขาค่อยๆ หันไปยังเงามืดมุมห้องที่เสียงนั้นดังขึ้นมา ร่างหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวเดิมค่อยๆ เผยให้เห็นชัดขึ้น ร่างที่สวมใส่ชุดราชปะแตนเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าซีกหนึ่งถูกเงาสลัวบดบังไว้ แต่ดวงตาอีกข้างที่เหลืออยู่กลับวาวโรจน์ด้วยอำนาจที่รุนแรงจนอาคมแทบทรุดเข่าลงกับพื้น
นั่นไม่ใช่ใครที่ไหน... นั่นคือ 'คุณหลวง' ผู้ที่ควรจะตายไปนับร้อยปีแล้ว
เขายกยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปที่ไม้เท้าหัวกะโหลกอย่างใจเย็น ก่อนจะใช้นิ้วชี้มาที่รินรดา "ข้าเฝ้ารอวันที่เลือดของตระกูลเจ้าจะกลับมาที่นี่... เพื่อมาเป็นกุญแจไขประตูบานสุดท้ายให้ข้าเสียที"
กระจกที่ร้าวอยู่แล้วพลันแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดมหาศาลผลักร่างของอาคมกระเด็นไปติดฝาเรือนจนหมดสติ ส่วนรินรดายืนนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด ในขณะที่เงาของผู้หญิงชุดไทยในกระจกไม่ได้หายไปไหน แต่มันกลับก้าวออกมาจากเศษกระจกที่แตกกระจาย และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... ใบหน้าของวิญญาณดวงนั้น กลับกลายเป็นใบหน้าเดียวกับรินรดาอย่างไม่ผิดเพี้ยน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปสู่ความมืดมิดด้วยกันครับ - ศาลาริมน้ำโบราณ
คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 3
เงาในกระจกโบราณ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!