คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 39

อาคมกับความลับศักดิ์สิทธิ์

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"อย่าเปิดหน้านั้น... อาคม! ผมขอเตือนคุณด้วยความหวังดี" เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เธอไม่ได้มองหน้าอาคม แต่สายตาจดจ้องไปยังคัมภีร์ใบลานที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สักเก่าแก่ กลิ่นอายของน้ำมันจันทน์ที่ผสมปนเปกับกลิ่นสาบดินโชยเข้าจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน อาคมชะงักมือที่กำลังจะกรีดกระดาษสาที่หุ้มห่อคัมภีร์เล่มนั้นไว้ เขาหันมาสบตากับหญิงสาว ดวงตาของเขาฉายแววมุ่งมั่นจนเกือบจะดูดื้อรั้น "ถ้าไม่เปิดหน้าสุดท้าย เราก็ไม่มีวันรู้ว่าไอ้คำสาปที่ฝังอยู่ในสายเลือดคุณ มันเริ่มต้นขึ้นที่ตรงไหน" อาคมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเด็ดขาด เขาเป็นชายหนุ่มผู้ผ่านการเรียนรู้ศาสตร์มืดมานับไม่ถ้วน แต่ความกดดันในเรือนไทยหลังนี้ต่างออกไป มันไม่ใช่แค่ไสยศาสตร์ทั่วไป แต่มันคือพันธนาการแห่งกรรมที่หมักหมมมาหลายชั่วอายุคน "แต่สิ่งที่คุณกำลังจะทำ... มันคือการเรียกให้ท่านเจ้าคุณหันมามองเรา" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ เธอทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวราวกับจะดับลงทุกขณะ "คุณรู้ใช่ไหมว่าอำนาจในคัมภีร์เล่มนี้ ไม่ใช่ของมนุษย์ทั่วไปที่จะถือครอง" อาคมนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความตายในเรือนนี้เริ่มหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เขาหยิบมีดอาคมด้ามงาช้างวางลงข้างคัมภีร์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบกระซิบ "ริน... คุณเชื่อในโชคชะตาไหม? ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นแค่ที่ปรึกษา แต่ผมมาที่นี่เพื่อล้างอาถรรพ์ที่กัดกินชีวิตคนในตระกูลคุณ ผมยอมแลกแม้กระทั่งดวงวิญญาณถ้ามันจำเป็น" นิ้วเรียวยาวของอาคมค่อยๆ สัมผัสลงบนขอบกระดาษสาที่บัดนี้ขึ้นราสีดำสนิท ทันทีที่ปลายนิ้วแตะต้อง กระแสลมเย็นเยือกที่ไม่มีที่มาก็พัดกรรโชกเข้ามาในห้องปิดตาย บานหน้าต่างไม้สักสั่นรัวราวกับมีคนนับสิบพยายามพังเข้ามา รินรดาคว้าแขนของอาคมไว้แน่น ผิวหนังของเธอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "หยุดเถอะอาคม... ดูที่หน้าต่างนั่นสิ" อาคมเหลือบมองไปยังหน้าต่างที่เปิดอ้าออก ความมืดมิดภายนอกไม่ได้ว่างเปล่า เงาร่างสูงใหญ่ของชายในชุดราชปะแตนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แววตาของมันแดงก่ำราวกับถ่านที่กำลังไหม้คุกรุ่น มันไม่ได้จู่โจม แต่ยืนนิ่ง... นิ่งราวกับรูปปั้นที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า "มันเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา" อาคมเค้นเสียงลอดไรฟัน เขารู้ดีว่าหากถอยตอนนี้ ความหวังที่จะช่วยรินรดาจะดับวูบไปตลอดกาล เขาตัดสินใจกรีดคัมภีร์ออกด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตา อักขระโบราณสีเลือดปรากฏแก่สายตา มันไม่ใช่ตัวอักษรธรรมดา แต่มันคือรอยแผลที่ถูกจารึกไว้ด้วยความเคียดแค้น "นี่มันไม่ใช่บันทึกการสืบทอด แต่มันคือ... สัญญาเลือด" อาคมเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อของรินรดาถูกจารึกไว้ในบรรทัดล่างสุดด้วยหมึกที่ยังคงสดใหม่ ราวกับว่ามันเพิ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อครู่นี้เอง "อาคม... ในนั้นเขียนว่าอย่างไร?" รินรดาถามด้วยเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยิน อาคมไม่ได้ตอบ เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบระเบิด ความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผืนผ้าใบโบราณนี้คือความจริงที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ และมันคือความจริงที่จะเปลี่ยนทุกอย่างที่รินรดาเคยเชื่อไปตลอดกาล เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสารและหวาดหวั่น ก่อนจะเอ่ยชื่อคนคนหนึ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมาปรากฏอยู่ในคัมภีร์เล่มนี้ "ริน... คนที่ทำสัญญานี้กับท่านเจ้าคุณ... ไม่ใช่อดีตบรรพบุรุษของคุณหรอก" อาคมเว้นจังหวะราวกับจะตัดสินใจว่าควรพูดต่อหรือไม่ ในขณะที่เงาร่างของท่านเจ้าคุณที่หน้าต่างเริ่มก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าว... อย่างเชื่องช้า แต่ทรงพลัง "แต่เป็น... พ่อของคุณ ที่ยังไม่ตาย" เสียงประตูเรือนถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของราตรี แสงไฟจากตะเกียงวูบดับลงทันที เหลือเพียงความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดหลังตู้ไม้สักโบราณ... ใช่ มันคือเสียงของคนที่รินรดาคิดว่าจากไปนานแสนนานแล้ว หวังว่าทุกท่านจะได้รับอรรถรสแห่งความสยองขวัญในค่ำคืนนี้อย่างเต็มที่นะครับ ศาลาริมน้ำโบราณครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%