“วางมีดลงเสียเถิดครับคุณอาคม... ก่อนที่เลือดจะนองเต็มพื้นเรือนไม้สักเก่าๆ หลังนี้”
รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายตัวเดิมที่มักใช้เป็นจุดพักพิงในยามค่ำคืน แต่ทว่าในเวลานี้ บรรยากาศรอบข้างกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานที่คละคลุ้งจนน่าเวียนหัว แสงจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวสั่นไหวราวกับจะดับวูบลงทุกขณะ เธอจ้องมองชายหนุ่มที่เคยเป็นที่พึ่งพาเพียงหนึ่งเดียวของเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ทว่าภายใต้ความนิ่งนั้นคือพายุแห่งความผิดหวังที่กำลังก่อตัว
อาคมหยุดชะงัก ฝ่ามือที่กำด้ามมีดอาคมลงอักขระแน่นจนขึ้นข้อขาว เขายืนอยู่กลางโถงเรือน ร่างสูงสง่าในชุดผ้าทอสีหม่นดูบิดเบี้ยวไปในสายตาของรินรดา เมื่อเธอมองเห็น 'เงา' ของสิ่งหนึ่งที่ยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังเขา... เงาที่น่าสะพรึงกลัวของท่านเจ้าคุณผู้ล่วงลับ
“คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” เสียงของอาคมแหบพร่าผิดไปจากปกติ มันมีความกังวานต่ำและเย็นเยียบราวกับเสียงที่ไม่ได้มาจากลำคอของมนุษย์
รินรดายกมือขึ้นลูบที่ลำคอของตนเองสัมผัสถึงรอยช้ำจางๆ ที่ได้รับมาจากเหตุการณ์เมื่อค่ำคืนก่อน “ตั้งแต่ที่เห็นคุณท่องมนต์บทนั้น... บทที่ไม่มีอยู่ในคัมภีร์ของตระกูลเรา แต่มันกลับเป็นบทสวดที่จารึกอยู่บนแผ่นหนังมนุษย์ที่เก็บไว้ในห้องลับของเรือนคุณหลวง”
อาคมแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหูเขาค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้รินรดาช้าๆ ทุกย่างก้าวที่เขากระทบพื้นไม้ เสียงนั้นไม่ได้ดังก้องเหมือนคนเดิน แต่กลับเบาหวิวราวกับไม่มีน้ำหนัก “ความอยากรู้อยากเห็นเป็นดาบสองคมนะครับรินรดา คุณน่าจะรู้อยู่แก่ใจ ว่าตระกูลของคุณไม่ได้มีแค่เลือดที่เข้มข้น แต่มันยังมี 'ราคา' ที่ต้องจ่ายเพื่อคงอยู่”
“คุณไม่ได้มาเพื่อช่วยฉัน” รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ขาจะสั่นเทา “คุณมาเพื่อเป็นเครื่องมือ... มาเพื่อเป็นภาชนะรองรับจิตวิญญาณของเขา”
“ถูกต้องที่สุดครับ” อาคมยืดตัวตรง ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไป ผิวพรรณที่เคยเกลี้ยงเกลาเริ่มมีรอยแตกลายเหมือนเครื่องปั้นดินเผาเก่าๆ “คุณหลวงไม่ได้ต้องการแค่เลือดของสายตรงท่านต้องการ 'ร่าง' ที่แข็งแกร่งพอจะแบกรับอาถรรพ์ทั้งหมดเพื่อก้าวขึ้นสู่ความเป็นอมตะ และตัวคุณ... รินรดา คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่ขุมทรัพย์ไสยเวทย์นั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถง มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลัก รินรดารู้ดีว่าหากเธอพลาดเพียงเสี้ยววินาที ชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอจะจบลงที่นี่ ในเรือนที่เธอเคยเรียกว่าบ้าน
“คุณเคยบอกว่ารักฉัน... นั่นก็คำลวงด้วยใช่ไหม?” รินรดาถาม สายตาจดจ้องที่ดวงตาของอาคม
อาคมหยุดกึก แววตาของเขาไหววูบไปชั่วครู่ ราวกับมีจิตสำนึกของชายหนุ่มที่เธอเคยรู้จักต่อสู้กับอำนาจมืดภายใน แต่เพียงพริบตาเดียว แววตานั้นก็กลับมาดุร้ายและเย็นชา “ความรักเป็นเพียงกิเลสที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อผูกมัดกัน ผมไม่ได้รักคุณรินรดา ผมรักในอำนาจที่จะได้มาเมื่อได้ครอบครองคุณต่างหาก”
อาคมก้าวเข้ามาในระยะประชิด มือข้างหนึ่งเอื้อมมาบีบที่คางของเธอแน่น แรงมหาศาลที่ได้รับจากพลังลึกลับทำให้รินรดาแทบสิ้นสติ ความมืดมิดเริ่มรุกคืบเข้ามาในสายตาของเธอ ทุกอย่างรอบตัวเริ่มเลือนราง
ทว่าในจังหวะที่ความตายกำลังเยื้องกรายเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากใต้ถุนเรือน ตามมาด้วยเสียงสวดมนต์บทสั้นๆ ที่ดังก้องกังวานทำให้อาคมต้องถอยกรูดออกไปอย่างทรมาน
ประตูบานเลื่อนไม้เก่าคร่ำคร่าถูกเปิดออกอย่างแรง ปรากฏร่างของชายชราในชุดม่อฮ่อมที่ทุกคนเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่อดีต... เขาคือ 'ตาจัน' คนเฝ้าเรือนที่กุมความลับทั้งหมดไว้
“ปล่อยแม่รินเดี๋ยวนี้ ไอ้หนุ่มใจทมิฬ!” ตาจันตะโกน กราดเกรี้ยวผิดวิสัยคนแก่
อาคมพยายามรวบรวมสติ แต่เขากลับเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ตาจันถืออยู่ในมือ มันไม่ใช่มีด หรืออาวุธใดๆ แต่มันคือ 'กระจกเงาลงอาคม' ที่ถูกห่อด้วยผ้าแพรสีเลือด เมื่อตาจันเปิดผ้าออก แสงสีแดงฉานก็พุ่งออกจากกระจกตรงเข้าหาอาคม ทว่าเป้าหมายของมันไม่ใช่ตัวอาคม... แต่เป็น 'ร่างเงา' ที่ซ้อนทับอยู่ด้านหลังเขา!
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งเรือน กระจกนั้นไม่ได้สะท้อนภาพของอาคม แต่มันสะท้อนภาพของ 'หลวงเทพวิจิตร' ในชุดขุนนางโบราณที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น
“พวกมึง... พวกมึงทุกคนต้องชดใช้!” เสียงของท่านเจ้าคุณคำรามลั่น แต่ในจังหวะนั้นเอง อาคมที่ดูเหมือนกำลังต่อสู้กับอำนาจในตัว ก็หันกลับมาทางรินรดาด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เขายิ้ม... ยิ้มที่ดูน่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่า พร้อมกับลดมีดอาคมลงแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ท่านเจ้าคุณไม่ได้ต้องการร่างผมเพียงคนเดียวหรอกครับ... ท่านต้องการ 'สัญญาเลือด' ที่ถูกซ่อนไว้ในรอยสักหลังไหล่ของรินรดาต่างหาก”
รินรดาตัวแข็งทื่อเมื่ออาคมก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง พร้อมกับเลื่อนมือมาที่คอเสื้อของเธออย่างช้าๆ ก่อนจะกระชากอย่างแรงจนรอยสักปริศนาที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนแผ่นหลัง ปรากฏเด่นชัดขึ้นท่ามกลางแสงสีแดงจากกระจกเงา
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ รอยสักนั้นไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่มันเริ่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต และกัดกินเนื้อหนังของเธอไปพร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังมาจากทุกทิศทาง... เสียงกระซิบที่เอ่ยชื่อของเธอซ้ำๆ ราวกับจะเรียกร้องบางอย่างจากวิญญาณของเธอ!
ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ... ศาลาริมน้ำโบราณ
คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 50
ศัตรูในคราบมิตร
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!