คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 51

ค่ำคืนที่แสนยาวนาน

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"อย่าหันหลังกลับไปมองเด็ดขาด รินรดา! ก้มหน้าลงแล้วก้าวตามรอยเท้าผมมาให้แม่น!" เสียงกระซิบของอาคมแหบพร่า ทว่าเฉียบขาดดุจคำสั่งเด็ดขาดท่ามกลางความมืดมิดที่หนาแน่นราวกับน้ำมันดิบภายในเรือนไทยโบราณ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ในปาก เธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องหลัง มันไม่ใช่แค่ลมพัด แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่จ้องจะบดขยี้ทุกชีวิตที่ย่างกรายเข้ามาในอาณาเขตของ 'คุณหลวง' พื้นไม้กระดานใต้เท้าลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับเสียงกระดูกมนุษย์ที่ถูกหักทิ้ง เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วโถงเรือนที่ควรจะเงียบสงัด แต่ทว่าในเวลานี้ มันกลับเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินตามมาติดๆ... ฝีเท้าที่ไร้จังหวะ แต่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้น รินรดาเหลือบมองเงาที่ทอดตัวยาวอยู่บนผนังไม้สักทอง เงาของชายผู้สวมชฎาและเสื้อราชปะแตนบิดเบี้ยวผิดรูป มือหนึ่งถือไม้เรียวหวายที่ดูเหมือนอสรพิษที่พร้อมจะฉกกัดทุกเมื่อ เธอแทบกลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงราวกับจะหลุดออกมาจากทรวงอก "เขาอยู่ตรงนั้น อาคม..." เธอพึมพำ เสียงสั่นเครือ "เขากำลังดูเราอยู่... จากบนเพดานนั่น" อาคมหยุดกะทันหัน ร่างสูงใหญ่ของเขาบังหน้าหญิงสาวไว้มิด เขาหยิบยันต์เกราะเพชรที่ลงอาคมด้วยเลือดสดๆ ออกมาถือไว้แน่น แววตาของเขาในเงามืดวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น "คุณหลวง! ท่านสิ้นบุญไปนานแล้ว อย่าได้ยึดติดกับสิ่งที่ท่านไม่มีสิทธิ์ครอบครองอีกต่อไป เรือนหลังนี้ไม่ใช่คุกสำหรับกักขังวิญญาณคนรุ่นหลัง!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและแหบแห้งจะดังขึ้นรอบทิศทาง มันไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงของไม้ที่ลั่นเปรี๊ยะราวกับไฟไหม้เรือน บานหน้าต่างไม้แกะสลักถูกกระชากเปิดออกพร้อมกันทุกบานโดยไร้แรงลม แสงจันทร์ที่ลอดเข้ามาสาดกระทบใบหน้าของรินรดาจนซีดเผือด "ใครอนุญาตให้เจ้าลบหลู่ข้า... ในเรือนที่ข้าสร้างขึ้นด้วยเลือดเนื้อของพวกมัน!" เสียงกึกก้องนั้นไม่ได้มาจากปากใครคนใดคนหนึ่ง แต่มาจากทุกซอกมุมของบ้าน รินรดาเซถอยหลังเมื่อพื้นเรือนสั่นสะเทือนอย่างแรง ร่างของอาคมถูกผลักกระเด็นไปกระแทกกับเสาเรือนต้นใหญ่จนเลือดกบปาก รินรดารีบพุ่งเข้าไปประคองเขาไว้ มือของเธาสัมผัสได้ถึงไอเย็นจัดที่ไหลผ่านอาคมเข้ามา ราวกับเขากำลังถูกสูบพลังชีวิตไปทีละน้อย "หนีไป... รินรดา..." อาคมกัดฟันพูด "เอาบันทึกนั่นไป... มันคือสิ่งเดียวที่จะตัดวงจรคำสาปนี้ได้" "ไม่! ฉันจะไม่ทิ้งคุณ!" เธอประกาศกร้าว แม้ความหวาดกลัวจะกัดกินหัวใจ แต่ความรับผิดชอบในฐานะสายเลือดเดียวที่เหลืออยู่ทำให้เธอต้องเข้มแข็ง ในวินาทีนั้นเอง กลิ่นอายของดอกมะลิเน่าและกลิ่นกำยานเก่าแก่ก็ตลบอบอวลไปทั่ว ทั้งคู่ถูกดึงเข้าสู่ภาวะกึ่งฝันกึ่งตื่น ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ—ภาพคุณหลวงที่กำลังลงทัณฑ์บ่าวไพร่ด้วยความโหดเหี้ยม ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ รินรดารู้สึกเหมือนวิญญาณของเธอกำลังถูกดึงออกจากร่าง แรงมหาศาลพยายามกระชากให้เธอก้าวเท้าไปสู่ห้องลับที่ปลายทางเดิน ห้องที่บรรพบุรุษของเธอถูกฝังทั้งเป็น "รินรดา อย่าฟังเสียงมัน!" อาคมตะโกนดึงสติ เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น มือที่สั่นเทาของเขากำยันต์ไว้จนกระดาษยับยู่ยี่ "ตั้งจิตให้มั่น... นึกถึงแสงสว่าง นึกถึงสิ่งที่ท่านอยากปกป้องไม่ใช่สิ่งที่ท่านต้องกลัว!" หญิงสาวหลับตาแน่น ท่องบทสวดที่เธอเคยได้ยินจากแม่ในยามเด็ก พยายามควานหาความสงบในจิตใจท่ามกลางพายุแห่งความแค้นที่โหมกระหน่ำ รอบกายเธอเริ่มมีประกายไฟสีทองจางๆ เปล่งออกมา มันเป็นแสงแห่งสายเลือด... แสงที่ดูเหมือนจะทำให้วิญญาณชั่วร้ายรอบตัวหยุดชะงัก "เจ้าคิดว่าจะต้านทานข้าได้หรือ... นางเด็กสายเลือดโง่เขลา!" ร่างเงาดำพุ่งเข้ามาหาทั้งคู่ มันไม่ใช่รูปร่างคนอีกต่อไป แต่เป็นกลุ่มก้อนของความมืดมิดที่มีใบหน้าอาฆาตแค้นนับร้อยใบหน้าซ้อนทับกัน ในขณะที่กรงเล็บแห่งความตายกำลังจะคว้าถึงลำคอของรินรดา แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันที่วางอยู่ข้างๆ ก็ดับวูบลงพร้อมกันหมดทั้งเรือน ความมืดมิดกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่รวยรินของอาคม และเสียงฝีเท้าที่หยุดลงตรงหน้าของเธอพอดี รินรดาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในความมืดนั้น เธอมองเห็นดวงตาคู่หนึ่ง... ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยอย่างที่สุด แทนที่จะเป็นความโกรธแค้นดั่งที่เคยเห็น แต่มันกลับเป็นดวงตาของ 'ยาย' ของเธอ ผู้ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน ยายยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายโปร่งแสงกึ่งทึบ มือของยายยื่นออกมาหาเธอราวกับจะบอกอะไรบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าการรอดชีวิต... ยายไม่ใช่ศัตรู แต่ยายกำลังกอดคอวิญญาณของคุณหลวงเอาไว้แน่นไม่ให้ทำร้ายเธอ "รินรดา... ในมือของเจ้า..." เสียงของยายแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "อย่าเปิดมันในตอนนี้... เพราะถ้าเปิดออก... คนที่เจ้าจะต้องเสียสละไม่ใช่เขา... แต่เป็นอาคม" รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปมองอาคมที่หมดสติไปในอ้อมแขน ก่อนจะหันกลับมาหาผู้เป็นยาย ทว่าในวินาทีที่เธอจะอ้าปากถาม ประตูห้องลับที่ควรจะถูกปิดตาย กลับค่อยๆ เปิดอ้าออกด้วยตัวเอง พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่เดินก้าวออกมาจากเงามืด... คนที่เธอไม่คิดว่าจะเห็นที่นี่... คนที่ถือกุญแจสำคัญที่ทำให้อาคมต้องตกอยู่ในอันตรายตั้งแต่แรก คนที่ก้าวออกมาคือชายในชุดสูทสีดำสนิท ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เธอเคยเห็นในภาพถ่ายเก่าแก่... ภาพถ่ายของบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วเมื่อร้อยปีก่อน! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและร่วมเผชิญความกดดันในค่ำคืนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ... ศาลาริมน้ำโบราณ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%