"หมอบลง!"
เสียงคำรามต่ำของไอรีนดังลอดไรฟัน พร้อมๆ กับที่ร่างเพรียวบางในชุดคลุมศาสตราจารย์สีดำสนิทพุ่งเข้ามาคว้าแขนเสื้อของผมไว้ แรงกระชากนั้นดึงผมให้เซถลาลงไปหมอบราบกับพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบ กลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นโลหะเจือจางลอยปะปนกับความมืดมิดที่เข้าโถมทับทันทีที่เปลวเทียนสีฟ้าดับวูบ
พื้นห้องทำงานลับสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น ราวกับมีบางสิ่งที่มีมวลสารมหาศาลกำลังเคลื่อนตัวอยู่เบื้องบน แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผลให้เศษฝุ่นละอองจากเพดานร่วงโปรยปรายลงมาดั่งหิมะสีเทา ในความมืดสนิทที่แม้แต่มือของตัวเองก็มองไม่เห็นประสาทสัมผัสอื่นของผมจึงถูกปลุกให้ตื่นตัวถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตกำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้ประตูห้องทีละน้อย เสียงเกราะกระทบกันและเสียงกระซิบกระซาบด้วยภาษาเวทมนตร์โบราณบ่งบอกชัดเจนว่าพวกมันไม่ใช่ยามรักษาความปลอดภัยทั่วไปของสถาบัน
"พวกมันตามรอยอักขระชำระล้างเมื่อครู่มา... ประตูห้องนี้ถูกผนึกไว้ด้วยเวทชั้นนอก แต่มันกำลังถูกกัดกร่อนด้วยมนตร์ดำระดับสูง" ไอรีนกระซิิบบิดเบือนเสียงให้เบาที่สุด ลลมหายใจอุ่นร้อนของเธอปัดผ่านต้นคอของผมในความมืด สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เธอพยายามเก็บงกดไว้ภายใต้ความเยือกเย็น
ผมหรี่ตาลง ปรับจังหวะการหายใจให้ช้าและสม่ำเสมอตามหลักการควบคุมลมปราณของอัศวินที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด ในสถานการณ์ที่เวทมนตร์กลายเป็นจุดอ่อนและเครื่องมือชี้นำศัตรู การพึ่งพา "พลังกายภาพ" และ "สัญชาตญาณ" คือทางรอดเดียว ผมกวาดสายตา (แม้จะมองไม่เห็น) ไปยังทิศทางของประตูทางเข้า รูปร่างของกลไกบานพับและทิศทางลมที่เปลี่ยนไปจากการถูกเจาะทำลาย ทำให้ผมคำนวณมุมปะทะในใจได้อย่างแม่นยำ
*ติ๊ง!*
[ระบบสนับสนุนอัศวินฝึกหัดทำงาน]
[ตรวจพบสถานการณ์วิกฤต: การบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต (ระดับความอันตราย: A)]
[คำแนะนำจากระบบ: ใช้ "เทคนิคสะท้อนแรงเฉื่อย" ร่วมกับโครงสร้างประตูเพื่อสร้างกับดักทางกายภาพ โดยไม่ใช้มานา]
[เงื่อนไขสำเร็จ: หลบหนีโดยไร้รอยขีดข่วน / รางวัล: แต้มทักษะ x500 และปลดล็อกช่องว่างศาสตราขั้นสูง]
เสียงแจ้งเตือนใสๆ ของระบบดังขึ้นในหัว แต่มันไม่ได้ทำให้ผมไขว้เขว กลับกัน มันคือเครื่องยืนยันว่าสมมติฐานของผมถูกต้อง
ตูม!
บานประตูไม้โอ๊กหนาหนักระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดกระแทกมหาศาลส่งผลให้เศษไม้ปลิวว่อนดั่งหุ่นเชิด แสงสีแดงฉานจากคบเพลิงเวทมนตร์ของกลุ่มผู้บุกรุกสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เผยให้เห็นร่างในชุดคลุมฮู้ดสีเทาเข้มจำนวนห้าร่าง ใบหน้าของพวกมันถูกอำพรางด้วยหน้ากากโลหะรูปกวางไร้เขา ดวงตาส่องประกายแสงสีเหลืองอำพันดิบเถื่อน
"เป้าหมายอยู่ข้างใน... ค้นหาบันทึกเล่มนั้นให้เจอ!" เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกับโลหะดังขึ้นจากหัวหน้ากลุ่ม
ในเสี้ยววินาทีที่พวกมันก้าวเข้ามาและสายตายังไม่คุ้นชินกับความมืดภายในห้อง ผมก็ดีดตัวขึ้นจากพื้นด้วยความเร็วสูง ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดไปที่ข้อเท้าขวาแล้วเหวี่ยงสันเท้ากระแทกเข้าที่กลไกคานงัดของชั้นหนังสือยักษ์ที่ตั้งอยู่ใกล้ประตูมากที่สุดทันที
*ครืดดด—!*
ด้วยแรงส่งทางกายภาพที่คำนวณมาอย่างสมบูรณ์แบบ ชั้นหนังสือไม้สักทองน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมโค่นล้มลงมาอย่างรวดเร็วดั่งภูเขาถล่ม ทับร่างของผู้บุกรุกสองคนแรกที่ก้าวเข้ามาพอดี เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระดูกหักลั่นสนั่นห้องโดยที่พวกมันยังไม่ทันได้ร่ายคาถาบทแรกด้วยซ้ำ
"บ้าน่า! มันไม่ได้ใช้มานา... มันใช้กลไกธรรมดา!" หนึ่งในผู้บุกรุกที่เหลือแผดเสียงด้วยความตกใจ รีบยกไม้เท้าเวทขึ้นหมายจะร่ายคาถาใส่ผม
แต่ผมไม่ปล่อยให้มันมีโอกาสนั้น ร่างของผมพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวในระยะประชิด—ระยะที่ไม้เท้าเวทมนตร์ยาวๆกลายเป็นภาระมากกว่าอาวุธ ผมใช้ด้ามจับดาบไม้สำหรับฝึกซ้อมที่พกติดตัวมากระแทกเข้าที่จุดรวมเส้นประสาทใต้คางของมันอย่างแม่นยำ ร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในทันทีโดยไร้เสียง
การต่อย การเตะ และการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวโดยปราศจากการพึ่งพามานาแม้แต่หยดเดียว นี่คือวิถีของ "อัศวินไร้คม" อย่างแท้จริง
"คาร์ล..." เสียงของไอรีนเรียกเบาๆ เธอขยับตัวลุกขึ้นยืน ท่ามกลางแสงสลัวจากคบเพลิงที่กลิ้งอยู่บนพื้น ดวงตาคู่สวยของเธอมองผมด้วยความประหลาดใจแกแกมความทึ่งอย่างปิดไม่มิด "เธอ... ไปฝึกกระบวนท่าเหล่านี้มาจากไหนกัน? การอ่านจังหวะและใช้แรงโน้มถ่วงเป็นอาวุธแบบนี้ แม้แต่อัศวินราชguard ระดับสูงก็ยังทำได้ไม่เนียนเท่าเธอเลยนะ"
ผมเก็บดาบไม้เข้าฝัก พ่นลมหายใจยาวๆ ออกทางปากเพื่อผ่อน
คลายกล้ามเนื้อ "ผมแค่ใช้สมองและหลักการฟิสิกส์พื้นฐานครับอาจารย์... เวทมนตร์อาจทรงพลัง แต่ถ้าเข้าใกล้จนถึงระยะประชิด นักเวทก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาที่เปราะบางหรอกครับ"
ผมหันไปมองศัตรูที่เหลืออีกสองคนที่เริ่มถอยร่นด้วยความหวาดกลัว แต่ก่อนที่ผมจะได้ก้าวเข้าไปเค้นความจริงเรื่องผู้อยู่เบื้องหลังการบุกรุกครั้งนี้ บรรยากาศภายในห้องก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน อุณหติลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
พื้นหินอ่อนที่พวกเรายืนอยู่เริ่มปรากฏลวดลายอักขระสีดำสนิทแผ่ขยายออกไปดั่งใยแมงมุม มันไม่ใช่เวทมนตร์ของผู้บุกรุกกลุ่มนี้... แต่มันมาจากใต้ดินลึกยิ่งกว่าห้องทำงานลับนี้เสียอีก
ไอรีนหน้าถอดสีทันที เธอคว้าแขนเสื้อของผมไว้แน่นจนปลายนิ้วสั่นเทา "แย่แล้ว... อักขระผนึกชั้นที่ศูนย์... มันกำลังถูกคลายออก!"
ในวินาทีนั้นเอง พื้นห้องตรงกลางระหว่างเราก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดาน พร้อมกับเสียงคำรามก้องกังวานที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งรากฐานของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้—เสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองนับร้อยปี และเงาร่างมหึมาของบางสิ่งที่ไร้รูปร่างชัดเจนกำลังลืมตาตื่นขึ้นจากความหลับใหลอันยาวนาน
รี้ดเดอร์ทุกท่านครับ... สิ่งที่ถูกผนึกไว้ใต้สถาบันแห่งนี้ ไม่ใช่แค่ความลับของพ่อผม แต่มันคือ "ภัยพิบัติ" ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกเวทมนตร์ไปตลอดกาล และเงาดำที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น... กำลังเอ่ยชื่อของผมออกมาอย่างแผ่วเบา!
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
— วาเลนเทียอัศวินมืด —
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อัศวินหนุ่มคนนี้เสมอนะครับ
อัศวินไร้คมกับศาสตราจารย์ผู้ปิดตายบันทึก•ตอนที่ 5
สนามประลองแห่งศักดิ์ศรี
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้คมกับศาสตราจารย์ผู้ปิดตายบันทึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!