"อาจารย์กำลังโกหกผม... หรือความจริงทั้งหมด มันเป็นสิ่งที่สถาบันแห่งนี้ไม่อนุญาตให้แม้แต่จะเอ่ยถึงกันแน่ครับ"
น้ำเสียงของคาร์ลไม่ได้เจือไปด้วยความโกรธเกรี้ยว หากแต่มันเต็มไปด้วยความนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมจนบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของห้องทำงานโบราณ แสงจันทร์สีเงินยวงที่สาดส่องผ่านกระจกสีลายวิจิตรของหอคอยทิศเหนือ อาบไล้ร่างของศาสตราจารย์ไอรีน ดราคูล ให้ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่กำลังจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
บนโต๊ะไม้โอ๊กหนาเตอะ กองตำราอักขระโบราณและม้วนกระดาษหนังแกะกระจัดกระจาย ไอร้อนจางๆ จากถ้วยชาสมุนไพรที่เย็นชืดไปนานแล้วลอยวนอยู่เบื้องหน้า หญิงสาวในชุดคลุมศาสตราจารย์สีเข้มขยับปลายนิ้วเรียวยาวเล็กน้อย แว่นตากรอบเงินสะท้อนแสงจันทร์วาววับ ปิดบังแววตาที่ไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม
"เธอชักจะล้ำเส้นเกินหน้าที่ของอัศวินฝึกหัดไปหน่อยแล้วนะ คาร์ล" ไอรีนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ แต่หากสังเกตให้ดี ปลายนิ้วที่กำขอบโต๊ะไว้แน่นจนข้อต่องอขาวซีดนั้น กำลังฟ้องถึงความปั่นป่วนภายในที่เธอพยายามกดทับเอาไว้อย่างสุดกำลัง
คาร์ลไม่ถอย เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดลงสร้างแรงกดดันโดยปริยาย สายตาคมกริบของอัศวินหนุ่มจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่มักจะซ่อนความลับเอาไว้เสมอ ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นผ่านบทเรียนดาบยามค่ำคืนและการไขปริศนาอักขระเวท ทำให้เขารู้ว่าภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชาของอาจารย์สาวผู้นี้ มีบาดแผลบางอย่างที่ถูกกรีดลึกและทิ้งไว้ให้เน่าเปื่อยตามกาลเวลา
"หน้าที่เหรอครับ? อาจารย์พูดคำนี้มาสิบรอบแล้วตั้งแต่เราเริ่มสืบเรื่องบันทึกการทดลองของพ่อผม" คาร์ลทอดเสียงต่ำลง นัยน์ตาฉายแววเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "พ่อผมตายในห้องใต้ดินของหอคอยนี้เมื่อสิบปีก่อน บันทึกของท่านถูกลบชื่อออก และอาจารย์... คนที่เคยเป็นลูกศิษย์คนสนิทที่สุดของท่าน กลับเลือกที่จะปิดปากเงียบและทำตัวเป็นยามเฝ้าประตูให้กับความเน่าเฟะเหล่านี้ มันยุติธรรมกับวิญญาณของพ่อผมตรงไหน และที่สำคัญ... มันยุติธรรมกับความรู้สึกของอาจารย์เองหรือเปล่าครับ"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนกระจกแก้วที่ร้าวอยู่ก่อนแล้ว ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงลมราตรีที่พัดหวีดหวิวอยู่ภายนอกหน้าต่าง
ไอรีนหลับตาลงช้าๆ เปลือกตาที่สั่นระริกบ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในใจ เธอยกมือขึ้นเสยผมสีเงินยวงที่คลอเคลียกรอบหน้าท่าทางที่เคยสง่างามและควบคุมได้ทุกสถานการณ์บิดเบี้ยวไปชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
"เธอมันเด็กดื้อรั้น... เหมือนพ่อของเธอไม่มีผิด"
เสียงพึมพำลอดออกมาจากลำคอของไอรีน มันเบาราวกับเสียงกระซิบจากความฝัน แต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึก เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้... มันไม่มีคราบของศาสตราจารย์ผู้เย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางของหญิงสาวผู้แบกรับตราบาปไว้เพียงลำพังมานานนับทศวรรษ
"เธอกำลังคิดว่าฉันทรยศเขาใช่ไหม... คาร์ล" ไอรีนก้าวถอยหลังเล็กน้อยจนสะโพกชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นกอดอกราวกับต้องการปกป้องตัวเองจากความหนาวเหน็บที่มาจากไหน "เธอคิดว่าฉันยอมก้มหัวให้สภาสูง ยอมรับตำแหน่งศาสตราจารย์เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดสุขสบายบนความตายของอาจารย์วอล์คเกอร์อย่างนั้นเหรอ"
คาร์ลชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆ ที่เอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาคู่สวยนั้น แม้เธอจะพยายามกะพริบไล่่มันกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่รอดพ้นจากสายตาที่ใส่ใจทุกรายละเอียดของเขา
"ผมไม่เคยคิดว่าอาจารย์เป็นคนแบบนั้น... ไม่อย่างนั้น ผมคงไม่ดั้นด้นมานั่งฟังคำแก้ตัวของอาจารย์ในคืนนี้หรอครับ" คาร์ลตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งกร้าวในทีแรกถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยที่ล้นปรี่ "ผมแค่อยากรู้ความจริง... ความจริงที่ทำให้ผู้หญิงที่เก่งกาจและเข้มแข็งที่สุดในสถาบัน ต้องแอบร้องไห้เงียบๆ หลังม่านอักขระเวททุกครั้งที่ฝนตก"
คำพูดประโยคสุดท้ายทำให้ร่างของไอรีนสะท้านเฮือก เธอนิ่งงิ่งไปราวกับถูกสาบให้เป็นหิน ดวงตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ความลับสุดยอดของเธอถูกล่วงรู้
"เธอ... สังเกตเห็นเหรอ" น้ำเสียงของเธอสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่
"ผมเป็นอัศวินนะครับ การสังเกตสภาพแวดล้อมและจิตใจของคนใกล้ตัว คือทักษะพื้นฐานที่เราต้องฝึกฝนไม่ใช่หรือครับอาจารย์" คาร์ลกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่เขาเคยส่งให้เธอ "ผมอาจจะไม่ฉลาดเรื่องอักขระเวทเท่าอาจารย์ และอาจจะไม่เก่งกาจพอจะโค่นมอนสเตอร์ระดับสูงได้ในดาบเดียว แต่เรื่องความรู้สึกของคน... ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้มองข้ามมันไปหรอกครับ"
ไอรีนเม้มปากแน่น หัวใจที่ปิดตายมานานนับปีถูกกุญแจแห่งความจริงใจของเด็กหนุ่มไขออกทีละชั้น ความอึดอัด ความหวาดกลัว และความโดดเดี่ยวที่เธอเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชา พรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาเม็ดแรกที่ร่วงหล่นลงกระทบหลังมือ
"เธอมัน... ร้ายกาจจริงๆ คาร์ล" ไอรีนหัวเราะทั้งน้ำตา เป็นเสียงหัวเราะที่เจือด้วยความโล่งอกอย่างประหลาด เธอกวักมือเรียกให้เด็กหนุ่มขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม "ถ้าเธออยากรู้ความจริงนัก... ถ้าความอยากรู้อยากเห็นของเธอมีมากพอที่จะแลกกับทาสชีวิตในสถาบันแห่งนี้ ก็จงตั้งใจฟังให้ดี"
คาร์ลพยักหน้ารับอย่างจริงจัง เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ขยับเก้าอี้ตัวข้างๆ มานั่งลงเคียงข้างเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น บรรยากาศรอบตัวถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีเงินและกลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพร
"เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นจาก 'บันทึกบทที่ศูนย์' บันทึกที่พ่อของเธอเขียนขึ้นก่อนคืนที่เขาจะเสียชีวิต..." ไอรีนเริ่มต้นเล่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับย้อนเวลากลับไปในอดีตอันมืดมิด "มันไม่ใช่บันทึกเวทมนตร์ธรรมดา แต่มันคือหลักฐานที่ชี้ว่า... ผู้บริหารระดับสูงของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ กำลังใช้พลังชีวิตของนักเรียนฝึกหัดเป็นเชื้อเพลิงในการเปิดประตูมิติสู่โลกเบื้องล่าง"
คาร์ลขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลัง ระบบสนับสนุนการต่อสู้ในจิตใต้สำนึกของเขา ส่งเสียงแจ้งเตือนเต้นเร้าอย่างรุนแรงทันทีที่คำว่า 'ประตูมิติสู่โลกเบื้องล่าง' ถูกเอ่ยขึ้น
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบข้อมูลลับระดับ SSS - เงื่อนไขการปลดล็อกภารกิจหลัก 'เงาแห่งสถาบัน' สำเร็จ 80%]*
*[คำเตือน: ข้อมูลนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ใช้ กรุณาเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน]*
ก่อนที่คาร์ลจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่ทางเดินด้านนอกห้องทำงาน เสียงเกราะกระทบกันและเสียงรองเท้าบูทที่เร่งรีบกำลังมุ่งตรงมายังหอคอยทิศเหนือแห่งนี้อย่างรวดเร็ว
ไอรีนสะดุ้งสุดตัว สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเศร้าโศกเป็นความหวาดตื่นอย่างเห็นได้ชัดในเสี้ยววินาที เธอลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันล้มคว่ำลงไปกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
"แย่แล้ว... พวกมันรู้ตัวเร็วเกินไป!" ไอรีนอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงแตกตื่น เธอคว้าแขนของคาร์ลไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านมาบ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ "บันทึกตัวจริงไม่ได้อยู่กับฉันแล้ว... แต่มัน..."
*ปัง!*
เสียงถีบประตูไม้โอ๊กบานใหญ่พังทลายลงเป็นเสี่ยงๆ แรงระเบิดจากเวทมนตร์ทำลายล้างกวาดเอาฝุ่นควันและเศษไม้กระจายไปทั่วห้อง ร่างเงาสวมชุดคลุมสีดำสนิทนับสิบคนปรากฏตัวขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับไอความมืดทมิฬที่แผ่พุ่งออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ
และที่ใจกลางกลุ่มผู้บุกรุกนั้น ร่างสูงใหญ่ของชายสวมหน้ากากโลหะรูปกะโหลกอัศวินก้าวช้าๆ เข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่น่าขนลุก ซึ่งดังก้องกังวานไปทั่วห้องทำงานอันเงียบสงบ
"ช่างเป็นค่ำคืนใต้แสงจันทร์ที่อบอุ่นเสียจริงนะ... อาจารย์ไอรีน และเจ้าหนูวอล์คเกอร์ผู้โง่เขลา"
---
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับอัศวินไร้คมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
วาเลนเทียอัศวินมืด
อัศวินไร้คมกับศาสตราจารย์ผู้ปิดตายบันทึก•ตอนที่ 13
คืนใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้คมกับศาสตราจารย์ผู้ปิดตายบันทึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!