พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 30

ค่ำคืนที่แสนหวาน

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
"ถอดมันออกซะ... แล้วอย่าให้ผมต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง" เสียงห้าวทุ้มของภากรดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นเร่าจนแทบทะลุออกมานอกอก หญิงสาวสบสายตาคมปลาบของเจ้าของไร่ส้มเลือดที่บัดนี้มันวาวโรจน์ไปด้วยแรงอารมณ์ที่เขาพยายามสะกดกลั้นมาตลอดทั้งวัน ภากรไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ชายที่เธอต้องชดใช้หนี้ แต่เขาคือพายุที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปกับความเร่าร้อนของเขา "คุณมันบ้า ภากร..." รินรดาพึมพำ แม้ปากจะปฏิเสธ แต่เรียวขากลับสั่นไหวเมื่อเขาก้าวเข้ามาประชิดตัว กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นกายที่แฝงด้วยความดิบเถื่อนแบบชายชาตินักไร่ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน ภากรไม่รอฟังคำตอบ เขาคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ด้วยมือที่หยาบกร้านจากการกรำงานหนัก ปลายนิ้วของเขาไล้ไปตามแนวไหปลาร้าที่สั่นระริก ก่อนจะหยุดลงที่ปมเชือกชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท สายตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนในแบบฉบับสุภาพบุรุษ แต่มันคือสายตาของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ "ผมไม่ใช่คนดี และคืนนี้... ผมจะไม่ใจดีกับคุณด้วย" คำประกาศนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟช็อตไปทั่วร่าง เมื่อเสื้อผ้าชั้นนอกถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว ผิวขาวนวลของเธอตัดกับความมืดสลัวของห้องทำงานที่ถูกส่องสว่างเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่าง ภากรนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขามองร่างกายของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความหิวโหยเป็นความหลงใหลอย่างลึกซึ้ง มันไม่ใช่แค่ความต้องการทางกาย แต่มันคือการยอมรับลึกๆ ในใจว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่เข้ามาสั่นคลอนปราการที่เขาปิดตายมานานหลายปี มือหนาประคองใบหน้าหวานขึ้นมา ก่อนจะบดจูบลงไปอย่างดุดัน รสสัมผัสที่เขามอบให้มันทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้อง รินรดาหลับตาพริ้ม โอบกอดแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มไว้แน่น ความหอมหวานที่แลกเปลี่ยนกันท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางอารมณ์ ทำให้ช่องว่างระหว่างหัวใจของคนทั้งสองดูเหมือนจะหดหายไป "มองตาผม... รินรดา" เขาถอนจูบออกเพียงเล็กน้อย เสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก "บอกผมว่าคุณต้องการให้ผมเป็นคนทำลายเกราะพวกนี้... ไม่ใช่ใครอื่น" "ฉัน..." เธอลังเล ลมหายใจหอบถี่ ก่อนจะตัดสินใจสบตาเขาตรงๆ "ฉันต้องการแค่คุณ... ภากร" ความเงียบมลายหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระเส่าและสัมผัสที่เร่าร้อนเกินบรรยาย ภากรเคลื่อนกายเข้าหาเธอด้วยความโหยหา ทุกสัมผัสของเขาเน้นย้ำความลึกซึ้งและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเด็ดขาด รินรดารู้สึกเหมือนถูกพาไปสู่โลกใบใหม่ที่ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีหนี้สิน มีเพียงความรักและความต้องการที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ในค่ำคืนที่ส้มเลือดสะพรั่งในไร่ ดูเหมือนจะมีเพียงสองเราที่เต้นรำไปกับบทเพลงแห่งความปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุด เขาทะนุถนอมเธอในจังหวะที่หนักแน่นและหนักหน่วง สลับกับการสัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย ราวกับจะบอกว่าภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชา เขามีหัวใจที่เต้นเป็นชื่อของเธอเพียงผู้เดียว รินรดารู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไหลเวียนผ่านทุกอณูของร่างกาย ความหวานล้ำนี้ทำให้เธอแทบไม่อยากตื่นจากความฝัน แต่ทว่า... ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุดของความสุขสม เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างรุนแรงจากภายนอกห้องก็ทำลายทุกอย่างลง ภากรชะงัก สายตาที่เคยเหม่อลอยด้วยความเสน่หาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเฉียบขาดทันที "ไอ้ภากร! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เรื่องใหญ่แล้ว... พวกมันมากันถึงหน้าไร่!" เสียงตะโกนของลูกน้องคนสนิทดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวจากทางทิศเหนือของไร่ ภากรรีบลุกขึ้นคว้าเสื้อผ้ามาสวมอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาที่มองรินรดาก่อนจะเดินออกจากห้องไปนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตและกังวลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "อยู่ในนี้... อย่าออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา" เขากดล็อกประตูจากด้านนอก ก่อนจะวิ่งหายไปในความมืด ทิ้งให้รินรดานั่งเคว้งคว้างอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกหนาวสั่นที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เมื่อเธอมองออกไปนอกหน้าต่าง สิ่งที่เห็นไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มควันที่พวยพุ่ง แต่เป็นแสงไฟจากรถยนต์นับสิบคันที่กำลังบุกเข้ามา และหนึ่งในนั้น... คือตราสัญลักษณ์ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีจากอดีตที่เธอพยายามหนีมาตลอดชีวิต ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดนี้กับผมนะครับ และขอให้เตรียมรับมือกับพายุลูกใหญ่ในตอนถัดไปได้เลยครับ ธานินทร์แดนเถื่อน
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%