"เซ็นชื่อลงไป แล้วเก็บข้าวของออกไปจากไร่ซะ รินรดา... หนี้มึงหมดลงตั้งแต่วินาทีนี้"
เสียงทุ้มต่ำของภากรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบจางๆ เขาวางปากกาหมึกซึมลงบนเอกสารสัญญาที่ฉีกขาดค้างคาใจมานานหลายเดือน ตรงหน้าเขาคือรินรดา หญิงสาวที่ยืนนิ่ง สายตาของเธอไม่ได้มองไปยังกระดาษแผ่นนั้น แต่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่คมของเขา ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่เขาพยายามปิดซ่อนไว้ใต้ความดิบห่าม
รินรดาไม่ขยับ เธอทำเพียงแค่นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมที่เธอเคยนั่งใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของดอกส้มที่ติดตัวเธอมาเนิ่นนานทำเอาภากรต้องเบือนหน้าหนี เขาเกลียดความรู้สึกที่หัวใจมันสั่นไหวทุกครั้งที่ได้กลิ่นนี้
"ฉันไม่เซ็น" เธอตอบเสียงเรียบ แต่หนักแน่น
"อย่าทำตัวหัวดื้อให้มันมากนัก" ภากรลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น เขาก้าวเท้าเพียงสองก้าวก็ประชิดตัวหญิงสาว กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่าน "ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างเธออีกต่อไป กลับไปในโลกที่เธอจากมา ไปหาชีวิตที่หรูหราที่เธอควรจะมี... นี่คือสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่เหรอ? ความเป็นอิสระไงล่ะ"
รินรดาเงยหน้าขึ้น สายตาที่เข้มแข็งของเธอเริ่มสั่นไหว "อิสระงั้นหรือคะ? คุณคิดว่าอิสระของฉันคือการที่ไม่มีคุณอยู่ตรงนี้หรือไง ภากร?"
ภากรชะงัก คำถามนั้นเหมือนหมัดฮุคที่พุ่งเข้ากลางอก เขาแค่นหัวเราะในลำคอ พยายามดึงหน้ากากคนใจร้ายกลับมา "อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อ ถ้าไม่มีหนี้ค้ำคอ เธอจะเหลืออะไรให้ฉัน? ความสงสาร? หรือแค่ความสมเพชที่เธอหยิบยื่นให้คนอย่างฉัน?"
"ฉันไม่ได้สงสาร และไม่ได้สมเพช" รินรดาลุกขึ้นยืนประจันหน้า ความสูงที่ต่างกันไม่ได้ทำให้เธอเกรงกลัว เธอเอื้อมมือขึ้นสัมผัสแผงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงของเขา "ฉันอยู่ที่นี่เพราะที่นี่คือที่ของฉัน และถ้าคุณจะไล่ฉันไปเพราะความโกรธแค้นในอดีตล่ะก็... ฉันบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อให้ต้องเป็นคนรับใช้ที่ไม่มีค่าแรงแม้แต่บาทเดียว ฉันก็จะอยู่"
ภากรคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบที่อาจจะทำให้คนอื่นเจ็บ แต่สำหรับรินรดามันคือการแสดงออกถึงความโหยหาที่เขาพยายามกดทับไว้ใต้ความดิบเถื่อน เขาโน้มใบหน้าลงไปจนลมหายใจรดกัน รสสัมผัสที่คาดเดาไม่ได้กำลังคืบคลานเข้ามาในห้วงอากาศ
"เธอรู้ไหมว่าการที่เธอยังอยู่ที่นี่ มันทำให้ฉันทรมานแค่ไหน" เขาพึมพำเสียงแหบพร่า "ฉันพยายามจะผลักไสเธอออกไปจากชีวิต... พยายามจะทำให้เธอเกลียดฉันจนอยากหนีไปให้พ้น แต่เธอกลับเอาตัวเข้ามาขวางทางความตายของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
"ถ้าการมีฉันอยู่มันทรมานนัก ก็ลองหันมาหาความสุขดูบ้างสิคะ" รินรดาเขย่งเท้าขึ้น ประทับจูบเบาๆ ลงบนริมฝีปากที่แห้งผากของเขา มันไม่ใช่การจูบที่เร่าร้อน แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยการเยียวยา
ภากรครางต่ำในลำคอ สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เคยถูกจองจำไว้กลับพุ่งพล่าน เขาโอบรัดเอวบางเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง มือหนาช้อนท้ายทอยเธอไว้แน่น ก่อนจะเปลี่ยนจูบที่แสนหวานให้กลายเป็นความกระหายที่รุนแรงและป่าเถื่อน มือหนึ่งของเขากระชากเอกสารสัญญาเหล่านั้นทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ห้องทำงานกว้างกลายเป็นพื้นที่แห่งความปรารถนาที่ไม่มีใครสามารถห้ามปรามได้อีกต่อไป
ทุกสัมผัสที่เขามอบให้มันเต็มไปด้วยความอัดอั้น เขาตระกองกอดเธอไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปเป็นอากาศธาตุ เสื้อผ้าของรินรดาถูกปลดเปลื้องออกอย่างรีบร้อนตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน แสงไฟสลัวในยามค่ำคืนขับเน้นให้ผิวพรรณของเธอดูนวลเนียนตัดกับความหยาบกระด้างของมือกร้านแดดที่ลูบไล้ไปทั่วทุกตารางนิ้ว
เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดกลิ่นกายของเธอเข้าเต็มปอด "เธอเลือกเองนะรินรดา... ถ้าวันหนึ่งฉันไม่เหลือความปรานีให้เธอแล้ว เธอจะโทษใครไม่ได้เลย"
"ฉันไม่เคยต้องการความปรานีจากคุณ... ฉันต้องการแค่คุณ"
คำพูดนั้นทำให้ภากรแทบคลั่ง เขาตวัดร่างเธอขึ้นวางบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ ความร้อนแรงที่เขาเก็บกักไว้ถูกระบายออกมาผ่านสัมผัสที่ลึกซึ้งและดุดัน รินรดาสอดนิ้วเข้าในกลุ่มผมหนาของเขา ระบายความวาบหวิวผ่านเสียงครางที่หลุดออกมาเป็นจังหวะ ทุกท่วงท่าในค่ำคืนนี้คือการประกาศพันธสัญญาที่ไม่มีลายลักษณ์อักษรใดๆ รองรับ นอกจากหัวใจสองดวงที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางความเงียบของไร่ส้มที่หลับใหล
ทว่า... ในขณะที่อารมณ์ของทั้งคู่กำลังแตะขอบสวรรค์ เสียงเคาะประตูอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะความสุขที่กำลังหอมหวาน ภากรชะงักกึก มือหนาคว้าเสื้อคลุมมาคลุมร่างให้รินรดาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวไปกระชากประตูเปิดออกด้วยความโมโห
แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาหยุดชะงักไปชั่วขณะ บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าที่เขาไม่ได้เห็นมานับสิบปี... คนที่เขาเคยคิดว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อครั้งอดีต
"ไม่คิดจะต้อนรับพ่อหน่อยหรือไง ภากร?" ชายคนนั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความมืดดำ "และนั่น... ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงของแกสินะ"
นิยายตอนหน้าจะเปิดเผยความลับที่ถูกฝังไว้ใต้ไร่ส้มเลือดแห่งนี้ และเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมคนจากอดีตจึงกลับมาในวันที่ทุกอย่างกำลังจะเริ่มใหม่... รินรดาจะรับมืออย่างไรเมื่อสิ่งที่เธอเลือกจะอยู่เคียงข้างภากร กลายเป็นชนวนสงครามครั้งใหญ่ที่กำลังจะปะทุขึ้นในไร่ส้มแห่งนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดนี้กับผมนะครับ
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 29
สัญญาสุดท้าย
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!