“มึงคิดว่าแหวนวงนั้นจะทำให้มึงดูมีอำนาจขึ้นงั้นเหรอ ไอ้เศษสวะ”
เสียงคำรามของภากรดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโรงเรือนเก็บผลผลิตที่ถูกทิ้งร้าง กลิ่นสาบของดินปนกับกลิ่นสนิมเหล็กอบอวลอยู่ในอากาศ เขาไม่ได้เดินเข้าไปในแบบคนใจร้อน แต่เขาก้าวเท้าหนักๆ เหมือนสัตว์ป่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม มือข้างหนึ่งของเขาซ่อนไว้หลังลำตัว ปลายนิ้วแตะอยู่ที่ด้ามปืนพกคู่ใจที่เขารู้ดีว่าวันนี้คงต้องได้ใช้งานมันจริงๆ
ตรงหน้าเขา ‘ไอ้เดช’ อดีตคนงานที่เคยถูกเขาไล่ออกเพราะความโกง กำลังยืนแสยะยิ้มอยู่ในความสลัว มือของมันกำเส้นผมของรินรดาไว้แน่นจนร่างบางต้องแหงนหน้าขึ้น รอยช้ำที่มุมปากของเธอทำให้หัวใจของภากรเต้นแรงจนเกือบระเบิด แต่นั่นไม่ใช่ความกลัว มันคือความโกรธแค้นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า
“ใจเย็นน่า ภากร” เดชหัวเราะในลำคอ เสียงของมันแหบพร่า “มึงกับกู... เรามีเรื่องต้องสะสางกันยาวกว่าแค่ไร่ส้มกระจอกๆ นี่ พ่อมันตายไปแล้ว แล้ววันนี้ เมียรักของมึง ก็กำลังจะไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อมันที่ข้างล่างนั่น”
รินรดาพยายามดิ้นรน ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความกล้าหาญ เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่กลับจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความเกลียดชังอย่างสุดซึ้ง “แกมันก็แค่ขยะที่เอาของคนอื่นมาสวมใส่เพื่อหลอกตัวเองว่ายิ่งใหญ่ ไอ้เดช... แกไม่เคยได้อะไรมาจากพ่อฉันจริงๆ หรอก นอกจากความชั่วที่แกขโมยไป”
“หุบปาก!” เดชตวาด พร้อมกับกระชากผมเธอแรงจนรินรดานิ่วหน้า ภากรเห็นจังหวะนั้นเอง เขาก็ไม่รอช้า
“ปล่อยมือจากตัวเธอ... แล้วกูจะให้มึงเลือก ว่ามึงอยากตายแบบไหน” ภากรพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก มันคือน้ำเสียงของเพชฌฆาตที่ไม่ได้ขู่ แต่กำลังประกาศคำตัดสิน
“ถ้ามึงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว เลือดแม่นี่ได้อาบดินไร่สมใจมึงแน่!” เดชชักมีดพกออกมาจ่อที่ลำคอระหงของรินรดา
ภากรหยุดกึก ทว่าดวงตาของเขากลับกวาดมองไปรอบโรงเรือนอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าเขามีเวลาไม่มาก พลซุ่มยิงของเดชอาจจะอยู่มุมไหนสักแห่ง แต่ภากรตัดสินใจเดิมพันด้วยทุกอย่างที่เขามี เขาเหวี่ยงหมวกปีกกว้างของเขาไปทางซ้ายสุดแรงเกิด ในขณะที่เดชเสียสมาธิหันไปมองตามแรงปะทะเพียงเสี้ยววินาที ภากรก็พุ่งตัวออกไปเหมือนพายุ
เสียงปืนลั่นสนั่นโรงเรือนหนึ่งนัด!
ไม่มีเสียงร้อง แต่ร่างของเดชเซถอยหลังไปตามแรงปะทะที่ไหล่ ภากรอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าชาร์จตัวมันจนล้มกลิ้งไปกับพื้นดินแข็งๆ ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี ความแค้นสิบปีที่สุมอยู่ในอกของภากรถูกถ่ายทอดออกมาผ่านหมัดที่กระแทกเข้าที่ใบหน้าของศัตรูซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“มึงพรากทุกอย่างไปจากกู!” ภากรตะคอก “แต่ผู้หญิงคนนี้... มึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมอง!”
รินรดารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น แม้จะเจ็บระบมไปทั้งตัว เธอไม่ได้วิ่งหนี แต่เธอกลับคว้าท่อนไม้ที่ตกอยู่ข้างๆ เงื้อขึ้นสุดแรงแล้วฟาดลงบนแผ่นหลังของเดชที่กำลังจะคว้ามีดขึ้นมาจ่อคอภากร แรงฟาดนั้นอาจจะไม่ทำให้ชายฉกรรจ์สลบ แต่ก็ทำให้เดชชะงักไปครู่หนึ่ง ซึ่งเพียงพอให้ภากรจัดการเผด็จศึกด้วยการกดร่างของมันลงกับพื้นแล้วกระชากแหวนวงนั้นออกมาจากนิ้วมือสกปรก
“แหวนวงนี้... ไม่เคยเป็นของมึง” ภากรขว้างแหวนทิ้งไปในความมืด ก่อนจะเหวี่ยงหมัดสุดท้ายส่งไอ้เดชให้หมดสติไปคาที่
ภากรหอบหายใจหนักๆ ก่อนจะหันกลับมามองรินรดา ร่างของเธอสั่นเทาอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ก้าวเข้าไปคว้าตัวเธอมากอดไว้แน่นจนเกือบจะหลอมรวมกัน กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่ติดอยู่บนเสื้อของเขา ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมโรงเรือน มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวสอดประสานกัน
“คุณภากร...” รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “ทำไมคุณถึงเสี่ยงชีวิตเพื่อฉันขนาดนี้”
ภากรเชยคางเธอขึ้น สบตาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เขาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยรอยเลือดที่ริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา ความดิบห่ามที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความหวงแหนที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย “เพราะถ้าไร่ส้มนี้คือชีวิตของผม... เธอก็คือลมหายใจที่คอยหล่อเลี้ยงมัน ถ้าผมเสียเธอไป ผมก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”
เขาก้มลงจุมพิตเธออย่างดูดดื่ม ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอของอันตรายที่ยังไม่จางหาย ความหวานล้ำท่ามกลางความเป็นความตายทำให้สัมผัสของพวกเขารุนแรงและโหยหา ทว่า... ท่ามกลางความเงียบนั้น เสียงเหล็กกระทบกันดังแว่วมาจากทางด้านหลัง
ทั้งสองคนชะงัก ภากรค่อยๆ ดันรินรดาไปไว้ด้านหลังตัวเขา สายตาของเขาสอดส่องไปในความมืดที่ว่างเปล่า ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนจะล้อมกรอบเข้ามาจากทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยของคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่สิบปีก่อน
“พี่ภากร... ไม่คิดจะต้อนรับน้องชายที่ไม่ได้เจอกันนานหน่อยเหรอ?”
ร่างของชายในชุดดำก้าวออกมาจากเงามืด ในมือถือกระบอกปืนเล็งตรงมาที่ภากร และที่น่าตกใจไปกว่านั้น คือแหวนวงที่ภากรเพิ่งโยนทิ้งไป กลับสวมอยู่บนนิ้วของผู้ชายคนใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับเสียงถอนหายใจเยือกเย็นที่ทำให้รินรดาถึงกับหน้าถอดสี!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของไร่ส้มเลือดมาจนถึงตอนนี้นะครับ "ธานินทร์แดนเถื่อน" ขอบพระคุณครับ
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 33
ล่าข้ามไร่
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!